• Sample Page
newsthailan.tfvp.org
No Result
View All Result
No Result
View All Result
newsthailan.tfvp.org
No Result
View All Result

N1207015_สายลมพ ดพาเรามาเจอก น ตอนจบ Phongdanai Champadorn_part2

admin79 by admin79
July 7, 2026
in Uncategorized
0
N1207015_สายลมพ ดพาเรามาเจอก น ตอนจบ Phongdanai Champadorn_part2 Mercedes-Benz E-Class: ตำนานแห่งยนตรกรรมหรูที่ยังคงครองใจ พร้อมก้าวสู่ยุคแห่งไฟฟ้า ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้ประจักษ์ถึงวิวัฒนาการอันน่าทึ่งของ Mercedes-Benz E-Class โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเจนเนอเรชั่นที่ 10 (รหัส W213 สำหรับซีดาน และ S213 สำหรับเอสเตท) ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา รถรุ่นนี้ไม่เพียงแต่สร้างสถิติยอดขายที่น่าประทับใจ แต่ยังคงสถานะการเป็น “สุดยอดยนตรกรรมซีดานหรู” ที่ตราตรึงอยู่ในใจของกลุ่มผู้ชื่นชอบมาอย่างยาวนาน การเดินทางของ E-Class ถือเป็นบทพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของ Mercedes-Benz ในการนำเสนอนวัตกรรม ความหรูหรา และสมรรถนะที่เหนือชั้นอย่างต่อเนื่อง ดีไซน์ที่ไร้กาลเวลา เสริมความสปอร์ตด้วยชุดแต่งพรีเมียม สิ่งที่ทำให้ E-Class เจน 10 ยังคงโดดเด่น คือการออกแบบภายนอกที่ยังคงความสง่างามเหนือกาลเวลา แม้จะมีอายุ 3 ปี แต่การปรับปรุงเล็กน้อยในรายละเอียดก็สามารถยกระดับความหรูหราให้สูงขึ้นไปอีกขั้น หนึ่งในนั้นคือการเพิ่มชุดแต่ง SportStyle Package ที่มอบรูปลักษณ์ที่สปอร์ตและเฉียบคมยิ่งขึ้น ทั้งการตกแต่งด้วยโครเมียมที่ประณีต วัสดุหุ้มเบาะ คอนโซล และแผงประตูที่ใช้วัสดุหนังคุณภาพสูง รวมถึงวัสดุหุ้มหลังคาแบบผ้าขึ้นรูปที่ให้สัมผัสละมุน และแป้นคันเร่งสแตนเลสที่เพิ่มมิติสปอร์ต สำหรับรุ่น Exclusive ยังคงรักษาความสง่างามด้วยการตกแต่งที่เน้นความหรูหรา ในขณะที่รุ่น Avantgarde ได้รับการปรับปรุงรูปลักษณ์ภายนอกให้ดูดุดันยิ่งขึ้น ด้วยกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ที่มาพร้อมโลโก้ดาวสามแฉกสีดำเงา (high-gloss black) ชุดตกแต่งโครเมียมที่เสริมความเฉียบคม และภายในที่ได้รับการตกแต่งด้วยวัสดุอลูมิเนียมคุณภาพสูง ควบคู่ไปกับล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ต 4 รูปแบบ ขนาด 17 และ 18 นิ้ว ที่มีให้เลือกทั้งในรุ่น Avantgarde และ Exclusive ซึ่งสะท้อนถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียดของ Mercedes-Benz ห้องโดยสารดุจหลุดมาจากโลกอนาคต: Dual Screen Cockpit และเทคโนโลยี COMAND Online เมื่อก้าวเข้ามาภายในห้องโดยสารของ E-Class เจน 10 สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความหรูหราโอ่อ่าที่ถอดแบบมาจากรุ่นพี่อย่าง Mercedes-Benz S-Class การเปลี่ยนแปลงที่เด่นชัดที่สุดคือแผงหน้าปัดแบบใหม่ทั้งหมด “Dual Screen Cockpit” ซึ่งประกอบด้วยหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ 2 จอที่ผสานรวมกันอย่างลงตัว มอบข้อมูลที่จำเป็นต่อการขับขี่และความบันเทิงได้อย่างครบครัน พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นดีไซน์ใหม่ 3 ก้านทรงสปอร์ต ช่วยเพิ่มอรรถรสในการควบคุม และระบบความบันเทิงและสื่อสาร COMAND Online infotainment system ที่ได้รับการพัฒนาให้ใช้งานง่ายและทันสมัยยิ่งขึ้น ลวดลายไม้ “high-gloss brown walnut” ใหม่ที่ตกแต่งภายในช่วยเสริมบรรยากาศความหรูหราให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
ขุมพลังอันทรงพลัง: เทคโนโลยีดีเซลจาก S-Class สู่ E-Class และการมาถึงของ AMG หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อน E-Class คือขุมพลังที่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีมาจากรุ่นใหญ่ การนำเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 6 สูบแถวเรียง ขนาด 3.0 ลิตร รหัส OM656 มาประจำการในรุ่น E 400 d 4MATIC ถือเป็นการยกระดับสมรรถนะไปอีกขั้น ด้วยพละกำลัง 340 แรงม้า ที่ 3,600–4,400 รอบ/นาที และแรงบิดมหาศาล 700 นิวตันเมตร ที่ 1,200–3,200 รอบ/นาที ซึ่งมอบอัตราเร่งที่หนักแน่นและตอบสนองทันใจ นอกจากนี้ ยังมีเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร ที่มีให้เลือก 2 ระดับความแรง ตั้งแต่ 150 แรงม้า แรงบิด 360 นิวตันเมตร ไปจนถึง 245 แรงม้า แรงบิด 500 นิวตันเมตร ทุกขนาดเครื่องยนต์ทำงานควบคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด 9G-Tronic อันล้ำสมัย ที่ส่งกำลังได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ สำหรับผู้ที่แสวงหาที่สุดแห่งสมรรถนะ Mercedes-AMG E-Class คือคำตอบ ในเวอร์ชั่นที่ได้รับการปรับปรุงใหม่นี้ ได้เปิดตัวรุ่น E53 แทนที่ E43 โดยมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน Bi-Turbo 3.0 ลิตร V6 ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 435 แรงม้า และแรงบิด 520 นิวตันเมตร ความพิเศษอยู่ที่การผสานระบบ Mild Hybrid ที่ประกอบด้วยระบบไฟฟ้า 48V และ EQ Boost starter generator ซึ่งสามารถเสริมกำลังได้อีก 22 แรงม้า และแรงบิด 250 นิวตันเมตร ช่วยเพิ่มความแรงและความประหยัดได้อย่างลงตัว ระบบส่งกำลังใช้เกียร์อัตโนมัติ AMG Speedshift TCT 9G 9 สปีด ที่ตอบสนองฉับไว ควบคุมด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD (4MATIC) และระบบช่วงล่าง AMG Ride Control+ air suspension ที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนานและเหนือชั้น Mercedes-AMG C 43 4MATIC: ความสปอร์ตพันธุ์แท้ที่ประกอบในไทย การเปิดตัว Mercedes-AMG C 43 4MATIC ที่ผลิตในประเทศไทย ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ Mercedes-Benz ในการตอบสนองความต้องการของตลาด และตอกย้ำความเป็นผู้นำในกลุ่มรถยนต์สมรรถนะสูง การนำ Mercedes-Benz C-Class Sedan มายกระดับให้กลายเป็น AMG C 43 4MATIC แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในความต้องการของลูกค้าที่มองหาสมรรถนะที่เหนือกว่า ควบคู่ไปกับรูปลักษณ์ที่ดุดันและความรู้สึกในการขับขี่สไตล์ AMG รูปลักษณ์ภายนอกที่เฉียบคม: กระจังหน้า AMG ดีไซน์ใหม่แบบก้านคู่สีเงินด้าน ฝากระโปรงหน้าที่ปรับเส้นสายให้สวยงามยิ่งขึ้น พร้อมโครงสร้างบังคับทิศทางลมที่ช่วยควบคุมการไหลเวียนอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ สเกิร์ตข้างที่ออกแบบมาอย่างลงตัวกับล้ออัลลอยน้ำหนักเบาแบบ 5 ก้านคู่ ขนาด 19 นิ้ว พร้อมยางหน้า 225/40 R19 และยางหลัง 255/35 R19 ช่องลมและองศาก้านล้อได้รับการปรับปรุงในอุโมงค์ลมเพื่อประสิทธิภาพการไหลเวียนอากาศสูงสุด ฝากระโปรงหลังมาพร้อมโครงสร้างบังคับทิศทางลมที่สะดุดตา และดิฟฟิวเซอร์สไตล์ใหม่ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนอากาศด้านหลัง พร้อมท่อไอเสียดีไซน์ใหม่แบบ Two round twin tailpipe look การตกแต่งที่บ่งบอกตัวตน: ประตูแบบไร้ขอบ, กรอบกระจกมองข้างสีดำแบบลอยตัว, ขอบตกแต่งสีดำเงาบริเวณด้านข้างตัวรถและกรอบหน้าต่าง, เส้นสายด้านข้างที่ยาวต่อเนื่องถึงซุ้มล้อหลัง, AMG Bodystyling (กันชนหน้า-หลังและสเกิร์ตข้าง), ไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED และ ULTRA RANGE Highbeam ที่ส่องสว่างได้ไกลกว่า 650 เมตร, และหลังคาพาโนรามิคซันรูฟเลื่อนเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า ล้วนแต่เสริมภาพลักษณ์ความสปอร์ตและความหรูหราให้กับ AMG C 43 4MATIC ภายในห้องโดยสารที่โอบรับทุกโสตสัมผัส: เบาะนั่ง AMG Sport Seats หุ้มด้วยหนัง ARTICO สลับ DINAMICA พร้อมฟังก์ชันอุ่นเบาะ 3 ระดับ พนักพิงหลังและปีกเบาะที่ออกแบบมาเพื่อโอบกระชับผู้ขับขี่ขณะเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง แผงหน้าปัดดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว ที่มาพร้อมโหมดการแสดงผล 3 แบบสไตล์ AMG คือ Classic, Sporty และ Progressive ช่วยให้ผู้ขับขี่เข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว พวงมาลัย 3 ก้านท้ายตัดแบบ AMG Performance Steering Wheel หุ้มด้วยหนัง Nappa ดีไซน์สปอร์ต ควบคุมง่ายด้วยคันเกียร์ที่คอพวงมาลัย และ Touchpad 2 ข้าง เทคโนโลยีอำนวยความสะดวกและความปลอดภัย: ระบบป้อนเข็มขัดนิรภัยอัตโนมัติ, หน้าจอมัลติมีเดีย Apple CarPlay™ ขนาด 10.25 นิ้ว ทำงานร่วมกับ Audio 20 GPS พร้อม Touchpad และ Controller, ระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester®, และการตกแต่งภายในด้วย AMG Matt Silver Glass-Fibre ล้วนเสริมสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ ชุดคำสั่ง AMG เพื่อที่สุดแห่งสมรรถนะ: AMG C 43 4MATIC มาพร้อมชุดคำสั่ง AMG ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่เข้าถึงข้อมูลการขับขี่ที่สำคัญได้อย่างง่ายดาย เช่น หน้าจออุณหภูมิของเหลว (Warm-up), หน้าจอการตั้งค่า (Setup), หน้าจอแรงจี (G-Force) เพื่อการขับขี่ที่แม่นยำ, หน้าจอจับเวลา (Race Timer) สำหรับนักขับที่ชื่นชอบการจับเวลาต่อรอบ, และหน้าจอข้อมูลเครื่องยนต์ (Engine data) แสดงแรงบิดและกำลังเครื่องยนต์แบบกราฟแท่ง นอกจากนี้ ยังมีหน้าจอดิจิทัลแสดงความเร็วและเกียร์ปัจจุบันเมื่อเปิดโหมดเกียร์ธรรมดา ขุมพลัง V6 Bi-Turbo ที่ทรงพลัง: ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบคู่ Bi-Turbo 3.0 ลิตร V6 รหัส M276 พละกำลังสูงสุด 390 แรงม้า ที่ 6,100 รอบ/นาที และแรงบิด 520 นิวตันเมตร ที่ 2,500–5,000 รอบ/นาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 4.7 วินาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ AMG SPEEDSHIFT TCT 9G transmission ที่ตอบสนองฉับไว และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 4MATIC โหมดการขับขี่ที่หลากหลาย: AMG DYNAMIC SELECT มาพร้อม 5 โหมดการขับขี่ ได้แก่ Comfort, Sport, Sport+, Individual และโหมดใหม่ Slippery ที่ช่วยกระจายกำลังให้สม่ำเสมอในสภาพถนนเปียก เพื่อประสบการณ์การขับขี่ที่ปลอดภัยและสนุกสนานยิ่งขึ้น AMG C 43 4MATIC จำหน่ายในราคา 4,310,000 บาท อนาคตแห่งการขับเคลื่อน: Mercedes-Benz กับก้าวสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย มีความมั่นใจในนโยบายของภาครัฐที่สนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า โดยมีเป้าหมายในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียน บริษัทฯ ได้ริเริ่มโครงการ “Charge to change” เพื่อส่งเสริมให้ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าแบบปลั๊กอินไฮบริดหันมาใช้งานระบบไฟฟ้าให้มากขึ้น ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และจะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการลงทุนในด้านยานยนต์ไฟฟ้า การสนับสนุนจากภาครัฐและการส่งเสริมการใช้งาน: การสนับสนุนการลงทุนด้านยานยนต์ไฟฟ้าเฟสสองจาก BOI ถือเป็นสัญญาณที่ดี เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายของรัฐในการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าแก่บอร์ดบริษัทแม่ที่ประเทศเยอรมนี เพื่ออนุมัติให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าสำหรับภูมิภาค โดยมีเป้าหมายระยะยาวคือการปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ (0% emissions) เพื่อให้การใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าแพร่หลายมากขึ้น ภาครัฐควรมีมาตรการส่งเสริมสิทธิประโยชน์แก่ผู้ใช้งานมากขึ้น เช่น สิทธิพิเศษในการจอดรถ หรือการสร้างเลนพิเศษ ซึ่งในต่างประเทศมีมาตรการเหล่านี้อย่างแพร่หลาย เมื่อมีผู้ใช้งานมากขึ้น ย่อมส่งผลให้เกิดการลงทุนในสถานีชาร์จเพิ่มขึ้นตามมา
การเปิดตัว A-Class และ GLA: สู่กลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ ตลาดรถยนต์หรูในประเทศไทยปีนี้ประเมินได้ยาก แต่ด้วยการเปิดตัวรถยนต์แบบประกอบในประเทศ 2 รุ่น คือ A-Class ราคาเริ่มต้น 1,990,000 บาท และ GLA ราคา 2,399,000 บาท คาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่และผู้ที่เริ่มให้ความสนใจรถยนต์ระดับหรูเป็นครั้งแรก เมอร์เซเดส-เบนซ์ มั่นใจในการตั้งราคาที่เหมาะสม โดยไม่ต้องใช้แคมเปญโปรโมทมากนัก หากรถใหม่สามารถขายได้ภายใน 6 เดือน ก้าวต่อไปของ Mercedes-Benz EV ในไทย: เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประกาศชัดเจนถึงการเตรียมประกอบ EV รุ่นใหม่ CLA 250+ with EQ Technology ที่โรงงานธนบุรีประกอบรถยนต์ จังหวัดสมุทรปราการ ในช่วงปลายปีนี้ พร้อมส่งมอบต้นปี 2569 คาดว่าราคาจะอยู่ในช่วง 2.5-2.9 ล้านบาท Mercedes-Benz CLA 250+ with EQ Technology มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว ขับเคลื่อนล้อหลัง กำลังสูงสุด 272 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 335 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม. แบตเตอรี่ NMC ความจุ 85 kWh วิ่งได้ระยะทาง 792 กม. (WLTP) รองรับการชาร์จ DC สูงสุด 320 kW The new CLA: ตอบโจทย์ตลาด EV ที่จับต้องได้ นายมาร์ทิน ชเวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ ได้เรียนรู้และเก็บข้อมูลเกี่ยวกับตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ในประเทศไทย จนเข้าใจถึงความต้องการของตลาด และเชื่อมั่นว่า The new CLA จะเป็นโมเดลสำคัญที่จะเข้ามาตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทยที่มองหารถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ในเซกเมนต์ที่จับต้องได้ การปรับฐานราคารถยนต์ EV และการเข้ามาของ GLC with EQ Technology: เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ได้ประกาศปรับฐานราคารถยนต์ EV ใหม่ โดยรุ่น EQE 300 จาก 3.97 ล้านบาท เหลือ 2.89 ล้านบาท, EQE 350 4MATIC SUV จาก 4.85 ล้านบาท เหลือ 3.19 ล้านบาท พร้อมส่วนลดอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ รถยนต์ไฟฟ้า EV ที่เพิ่งเผยโฉมในงาน IAA Mobility 2025 อย่าง Mercedes-Benz GLC with EQ Technology เตรียมนำเข้ามาทำตลาดในปี 2569 เพื่อท้าชนกับ BMW iX3 Neue Klasse Mercedes-Benz GLC with EQ Technology เป็น SUV EV ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ (หน้า-หลัง) กำลังรวม 489 แรงม้า แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแรงดันไฟฟ้า 800 โวลต์ ความจุ 94 kWh วิ่งได้ระยะทาง 713 กม. โปรโมชั่น PHEV และการแข่งขันในตลาด: ในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าปลั๊ก-อินไฮบริด (PHEV) รุ่น E-Class และ C-Class ยังคงมีโปรโมชั่นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ Mercedes-Benz C 350 e AMG Dynamic Night Edition ที่มาพร้อมชุดแต่ง Night Package รอบคัน, ล้ออัลลอย AMG 5-spoke 18 นิ้ว, หน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบ Digital ขนาด 12.3 นิ้ว พร้อมระบบ MBUX ขับในโหมด EV ได้ระยะทาง 100 กม./ชาร์จ รองรับ AC และ DC Charge มีจำนวนจำกัด การแข่งขันในตลาด EV กำลังเข้มข้น โดย BMW ก็เตรียมประกอบ EV รุ่นแรกอย่าง i5 ที่โรงงานระยองในช่วงปลายปีนี้เช่นกัน ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย บทสรุป: เส้นทางสู่ยนตรกรรมแห่งอนาคต Mercedes-Benz E-Class ได้พิสูจน์ตัวเองมาอย่างยาวนานในฐานะยนตรกรรมหรูที่ผสมผสานความสง่างาม สมรรถนะ และเทคโนโลยีอันล้ำสมัยได้อย่างลงตัว การปรับปรุงอย่างต่อเนื่องและการก้าวเข้าสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Mercedes-Benz ในการนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภคชาวไทย
หากท่านคือผู้ที่กำลังมองหายนตรกรรมที่ตอบโจทย์ทั้งสมรรถนะ ความหรูหรา และเทคโนโลยีแห่งอนาคต พร้อมทั้งต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ อย่ารอช้าที่จะติดต่อผู้จำหน่าย Mercedes-Benz ใกล้บ้านท่าน เพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมและทดลองขับรุ่นที่ท่านสนใจ เพื่อก้าวเข้าสู่ประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่มีวันสิ้นสุดไปพร้อมกับ Mercedes-Benz
Previous Post

N1207018_สายน ำพ ดพาเรามาเจอก น EP. 2 Phongdanai Champadorn_part2

Next Post

N1207013_วาสนาของฟ าEP.2 Phongdanai Champadorn_part2

Next Post

N1207013_วาสนาของฟ าEP.2 Phongdanai Champadorn_part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N2208010_อย ามองคนท เปล อก_part2
  • N2208011_ส ตรล บท ขโมยไม ได_part2
  • N2208012_บ ญค ณท ต องตอบแทน_part2
  • N2208013_ความทรงจำท ถ กล ม_part2
  • N2208016_บทเร ยนราคาแพงของคนบ าอำนาจ_part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • August 2026
  • July 2026
  • June 2026
  • January 2026
  • December 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.