
Mercedes-Benz S-Class Coupé และ S-Class Cabriolet: นิยามใหม่แห่งยนตรกรรมสปอร์ตหรูระดับสูงสุด
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์ระดับลักชัวรีมากว่าทศวรรษ ข้าพเจ้าได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการของแบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์มาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับรถยนต์ตระกูล S-Class ที่ไม่เคยหยุดนิ่งในการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ และในปี 2025 นี้ การเปิดตัว Mercedes-Benz S-Class Coupé และ Mercedes-Benz S-Class Cabriolet รุ่นล่าสุด คือบทพิสูจน์ที่ชัดเจนอีกครั้งถึงความมุ่งมั่นของเมอร์เซเดส-เบนซ์ในการมอบ “สิ่งที่ดีที่สุด” ให้แก่ผู้ที่หลงใหลในความสมบูรณ์แบบ
S-Class Coupé และ S-Class Cabriolet: เอกลักษณ์แห่งความสง่างามและสมรรถนะที่ไร้ขีดจำกัด
การเปิดตัว Mercedes-Benz S-Class Coupé และ Mercedes-Benz S-Class Cabriolet ในประเทศไทย ถือเป็นก้าวสำคัญของเมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ในการนำเสนอสุดยอดยนตรกรรมสปอร์ตหรู ที่ผสานความเป็นเลิศด้านการออกแบบ สมรรถนะอันเหนือชั้น และเทคโนโลยีล้ำสมัยได้อย่างลงตัว ทั้งสองรุ่นนี้ได้รับการรังสรรค์ขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าผู้มีรสนิยมที่ต้องการรถยนต์ที่สะท้อนถึงความสำเร็จ ความสง่างาม และจิตวิญญาณแห่งการขับขี่ที่เปี่ยมไปด้วยพลัง
Mercedes-Benz S 560 Coupé AMG Premium และ Mercedes-Benz S 560 Cabriolet AMG Premium ไม่ใช่เพียงรถยนต์ แต่คือผลงานศิลปะบนล้อที่ผสมผสานจิตวิญญาณแห่งความเป็น S-Class เข้ากับความเร้าใจของรถสปอร์ตได้อย่างสมบูรณ์แบบ การออกแบบภายนอกของ S-Class Coupé และ S-Class Cabriolet สะท้อนให้เห็นถึงเส้นสายที่โฉบเฉี่ยว ลื่นไหล และทรงพลัง บ่งบอกถึงพละกำลังที่ซ่อนอยู่ภายใต้รูปลักษณ์อันงดงาม การตกแต่งภายในก็เช่นกัน ด้วยการเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูงที่สุด การตัดเย็บที่ประณีต และการจัดวางองค์ประกอบต่างๆ ที่เน้นความหรูหราสะดวกสบายสูงสุด ควบคู่ไปกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดที่เมอร์เซเดส-เบนซ์มีให้
S-Class: มรดกแห่งความสำเร็จและวิสัยทัศน์แห่งอนาคต
มร. ไมเคิล เกรเว่ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส–เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้กล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของตระกูล S-Class ว่าเป็นหนึ่งในรุ่นที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของแบรนด์ นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี พ.ศ. 2515 เป็นต้นมา S-Class ได้สร้างยอดขายทั่วโลกกว่า 4,000,000 คัน ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความไว้วางใจและความนิยมของลูกค้าที่มีต่อยนตรกรรมรุ่นนี้
การนำเสนอ Mercedes-Benz S-Class Coupé และ Mercedes-Benz S-Class Cabriolet ในครั้งนี้ เป็นการสานต่อเจตนารมณ์ในการมอบ “สิ่งที่ดีที่สุด” พร้อมทั้งสะท้อนคุณค่าของแบรนด์ในด้าน ความหลงใหล (Fascination) และ ความสมบูรณ์แบบ (Perfection) ยนตรกรรมทั้งสองรุ่นนี้ได้ยกระดับมาตรฐานของรถยนต์ในกลุ่มลักชัวรี่คูเป้และคาบริโอเลต์ให้สูงขึ้นไปอีกขั้น ตอบสนองความต้องการของผู้ที่ชื่นชอบความหรูหรา โฉบเฉี่ยว และทรงพลัง เพื่อสะท้อนนิยามแห่ง “ความหรูหราเหนือกาลเวลา” (Timeless Luxury) ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดพรีเมียมด้วยกลยุทธ์ที่ครอบคลุม
มร. ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส–เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับภาพรวมตลาดและกลยุทธ์ของบริษัทฯ ในปี 2023 ที่ผ่านมา เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดรถยนต์พรีเมียมไว้ได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีตัวเลขยอดขายทั่วโลกกว่า 1,356,350 คัน เติบโต 2.3% และในประเทศไทยก็มียอดขายกว่า 8,600 คัน เติบโตถึง 9%
การเติบโตนี้ครอบคลุมทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่ Compact Car, Contemporary Luxury, Dream Car, SUV, Mercedes-AMG ไปจนถึงกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า EQ – Electric Intelligence by Mercedes-Benz โดยเฉพาะอย่างยิ่งแบรนด์ Mercedes-AMG ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม ด้วยยอดขายที่เติบโตกว่า 250% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากการรุกตลาดรถยนต์สปอร์ตสมรรถนะสูงอย่างต่อเนื่อง ทั้งการขยายเครือข่ายผู้จำหน่าย Mercedes-AMG อย่างเป็นทางการ และการเปิดตัวรถยนต์ AMG Thailand รุ่นประกอบในประเทศ
นอกจากนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกลในการลงทุนในเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า โดยการสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่แห่งที่ 6 ของโลกในประเทศไทย ส่งผลให้ยอดขายรถยนต์ในกลุ่ม EQ – Electric Intelligence by Mercedes-Benz เติบโตขึ้นประมาณ 40% สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์และเทคโนโลยีพลังงานทางเลือก
The New S-Class Coupé & Cabriolet: นิยามใหม่แห่ง Dream Car
สำหรับในช่วงครึ่งปีหลัง เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงเดินหน้านำเสนอยนตรกรรมรุ่นใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยการเปิดตัว Mercedes-Benz S 560 Coupé AMG Premium และ Mercedes-Benz S 560 Cabriolet AMG Premium เป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำในกลุ่ม Dream Car รถยนต์สปอร์ต 2 ประตูรุ่นนี้โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ภายนอกอันน่าหลงใหล การตกแต่งภายในที่ใช้วัสดุระดับสูงสุด และงานวิศวกรรมที่ล้ำสมัย เพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้เหนือกว่าที่เคย
สุดยอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมบน S-Class Coupé & Cabriolet
สิ่งที่ทำให้ S-Class Coupé และ S-Class Cabriolet แตกต่างอย่างแท้จริง คือการผสานสุดยอดดีไซน์ ความสะดวกสบาย และเทคโนโลยีอันล้ำสมัย เข้ากับนวัตกรรมที่เทียบเคียงได้กับ S-Class รุ่นซาลูน และความสปอร์ตอันเป็นเอกลักษณ์ของรถสปอร์ตได้อย่างลงตัว เทคโนโลยีที่ได้รับการอัพเกรดประกอบด้วย:
ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่รุ่นใหม่ (Advanced Driver Assistance Systems): เพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น
หน้าจอกว้างแบบ Widescreen Cockpit: มอบประสบการณ์การใช้งานที่ล้ำสมัยและครอบคลุม
พวงมาลัยรุ่นใหม่: ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ เพื่อความสะดวกสบายสูงสุดในการควบคุม
ระบบ ENERGIZING Comfort Control: สร้างบรรยากาศผ่อนคลายภายในห้องโดยสาร ด้วยการผสมผสานฟังก์ชันต่างๆ เช่น ระบบปรับอากาศ ระบบไฟ Ambient Lighting และระบบเครื่องเสียง
ระบบอินโฟเทนเมนต์รุ่นล่าสุด: มอบประสบการณ์ความบันเทิงและการเชื่อมต่อที่เหนือระดับ
ไฟท้ายดีไซน์ใหม่พร้อมเทคโนโลยี OLED: สร้างเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและสวยงามในทุกมุมมอง
เมอร์เซเดส-เบนซ์ และก้าวสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า: Plug-in Hybrid คือสะพานเชื่อม
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ให้ความสำคัญกับรถยนต์พลังงานทางเลือก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Plug-in Hybrid ซึ่งถือเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่ยังไม่พร้อมเปลี่ยนไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า 100% ในปัจจุบัน รถยนต์ Plug-in Hybrid เจเนอเรชันใหม่ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ที่ทำตลาดในประเทศไทย สามารถมอบระยะทางการขับขี่ด้วยไฟฟ้าได้มากกว่า 100 กิโลเมตร ซึ่งเป็นการผสมผสานสมรรถนะของเครื่องยนต์สันดาปภายในเข้ากับประสิทธิภาพด้านพลังงานของมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างลงตัว
The New GLC: ยนตรกรรม SUV ปลั๊กอินไฮบริดที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์
การเปิดตัว The New GLC ในประเทศไทย ถือเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของเมอร์เซเดส-เบนซ์ในการนำเสนอรถยนต์ที่ตอบสนองความต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยรุ่น GLC 350 e 4MATIC AMG Dynamic ที่ผลิตในประเทศ (Local Production) พร้อมคอนเซ็ปต์ “READY FOR IT” นำเสนอภาพลักษณ์ของยนตรกรรมเหนือระดับที่เหมาะสำหรับคนรุ่นใหม่ในยุคดิจิทัล
GLC 350 e 4MATIC AMG Dynamic: ประสิทธิภาพที่ก้าวกระโดด
รถยนต์รุ่นนี้โดดเด่นด้วยขุมพลังปลั๊กอินไฮบริดที่ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งในด้านสมรรถนะและระยะทางการขับขี่ด้วยไฟฟ้า สามารถทำระยะทางได้มากถึง 120 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน WLTP) ผสานกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมล้ำสมัยที่ช่วยเสริมฟังก์ชันความปลอดภัย และตอกย้ำจุดแข็งในฐานะ SUV ที่เหมาะกับการใช้งานและขับขี่ทั้งในรูปแบบ On-Road และ Off-Road
ภาพรวมการเติบโตของเมอร์เซเดส-เบนซ์: ก้าวสู่ยุคแห่งไฟฟ้า
มร. มาร์ทิน ชเวงค์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยตัวเลขยอดขายในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2023 ที่น่าประทับใจ โดยมียอดขายรวมทั่วโลกกว่า 1,019,200 คัน เติบโต 5% โดยเฉพาะอย่างยิ่งยอดขายในกลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่สูงถึง 102,600 คัน เติบโตกว่า 121%
ในประเทศไทย เมอร์เซเดส-เบนซ์มียอดขายเติบโตกว่า 6% ปิดยอดจดทะเบียนครึ่งปีแรกได้กว่า 7,700 คัน ซึ่งเป็นผลมาจากการนำเสนอยนตรกรรมรุ่นใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง การก้าวสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าของเมอร์เซเดส-เบนซ์ในประเทศไทยกำลังดำเนินไปอย่างแข็งแกร่ง โดยมีการเติมเต็ม EV Portfolio อย่างต่อเนื่อง หลังจากประสบความสำเร็จกับ EQS และ EQB เมอร์เซเดส-เบนซ์มีแผนที่จะเปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% อีก 2 รุ่นในเร็วๆ นี้
ปัจจุบัน เครือข่ายผู้จำหน่ายฯ ของเมอร์เซเดส-เบนซ์สามารถจำหน่ายและให้บริการรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ได้ครอบคลุมกว่า 30 สาขาทั่วประเทศ เพื่อยกระดับความสะดวกสบายให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของและเข้ารับบริการได้อย่างครบวงจรในทุกพื้นที่
Mercedes-Benz CLA Shooting Brake: นิยามใหม่ของ “Estate” ไฟฟ้า
นอกเหนือจากรุ่น S-Class และ GLC แล้ว เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงเดินหน้าขยายไลน์ผลิตภัณฑ์สู่กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง โดยการเปิดตัว Mercedes-Benz CLA Shooting Brake ซึ่งได้รับการยกให้เป็น “Estate” ไฟฟ้าคันแรกของค่าย แม้จะมีรูปทรงแบบ Shooting Brake ที่แตกต่างจาก Estate แบบดั้งเดิม แต่ก็ถือเป็นการเปิดศักราชใหม่ที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง
CLA Shooting Brake: ดีไซน์ล้ำสมัย ขุมพลังไฟฟ้า และเทคโนโลยีที่เหนือกว่า
Mercedes-Benz CLA Shooting Brake ที่มีกำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคม 2026 นี้ จะมาพร้อมกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ก้าวล้ำเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต
ขุมพลังไฟฟ้าและสมรรถนะ:
CLA Shooting Brake จะมีให้เลือก 2 รุ่นย่อย โดยทั้งสองรุ่นใช้แบตเตอรี่ขนาด 85kWh:
CLA 250+: มอเตอร์เดี่ยว ขับเคลื่อนล้อหลัง ให้กำลัง 268 แรงม้า แรงบิด 335 นิวตันเมตร วิ่งได้สูงสุด 761 กม./ชาร์จ
CLA 350+ 4MATIC: มอเตอร์คู่ ขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้กำลัง 349 แรงม้า แรงบิด 515 นิวตันเมตร วิ่งได้สูงสุด 730 กม./ชาร์จ
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. สำหรับรุ่น 250+ อยู่ที่ 6.8 วินาที และรุ่น 350+ อยู่ที่ 5 วินาที โดยมีความเร็วสูงสุดจำกัดที่ 209 กม./ชม.
เทคโนโลยีการชาร์จและระบบส่งกำลัง:
รถยนต์รุ่นนี้ใช้สถาปัตยกรรมแรงดันแบตเตอรี่ 800V รองรับการชาร์จไว (DC) สูงสุด 320kW ทำให้สามารถชาร์จไฟเพียง 10 นาที วิ่งได้ไกลประมาณ 305 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับระบบเกียร์ 2 สปีดใหม่ของ Mercedes-Benz ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่ในทุกช่วงความเร็ว
ดีไซน์ภายนอกและมิติตัวถัง:
ดีไซน์ภายนอกยังคงเอกลักษณ์ของรุ่นซีดาน ทั้งด้านหน้าทรงจมูกฉลาม กระจังหน้าลายดาว และไฟหน้า Multibeam LED จุดเด่นคือแนวหลังคาที่ถูกขยายให้ยาวขึ้น มีความลาดชันที่นุ่มนวลกว่า และหลังคากระจกพาโนรามิกที่ยาวขึ้น ส่งผลให้มิติตัวถังโดยรวมใหญ่ขึ้น เพื่อเพิ่มพื้นที่ภายในสำหรับผู้โดยสารและสัมภาระ โดยมีความจุถึง 455 ลิตร (ไม่พับเบาะหลัง) และเพิ่มเป็น 1,290 ลิตร (พับเบาะหลัง) นอกจากนี้ยังมีพื้นที่เก็บของใต้ฝากระโปรงหน้า (Frunk) เพิ่มอีก 101 ลิตร
ความหรูหราและเทคโนโลยีภายในห้องโดยสาร:
หลังคาพาโนรามิกประดับด้วยลายดาวเรืองแสง ใช้กระจกนิรภัยแบบลามิเนตเพื่อป้องกันรังสีจากแดด ภายในห้องโดยสารมีตัวเลือกเบาะหนังหลากหลายสี และวัสดุตกแต่งที่มีให้เลือกมากมาย จุดเด่นสำคัญคือหน้าจอ MBUX Superscreen ขนาด 10.25 นิ้ว สำหรับผู้ขับขี่ และหน้าจอกลางขนาด 14 นิ้ว พร้อมออปชันหน้าจอสำหรับผู้โดยสารตอนหน้า เพื่อเข้าถึงบริการสตรีมมิ่งภาพยนตร์และเล่นเกม
หน้าจอเหล่านี้ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการรุ่นที่ 4 ล่าสุดของ Mercedes-Benz ซึ่งเชื่อมต่อกับซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ผ่านคลาวด์ รองรับการอัปเดตซอฟต์แวร์แบบ Over-The-Air (OTA) พร้อมด้วยระบบผู้ช่วยเสมือน (Virtual Assistant) ที่สามารถรับคำสั่งและตอบสนองต่อ “อารมณ์” ของผู้ใช้งานได้ดีกว่าเดิม
รุ่นย่อยอื่นๆ ในอนาคต:
นอกเหนือจากรุ่นไฟฟ้าทั้ง 2 รุ่นนี้ คาดว่า Mercedes-Benz จะประกาศเปิดตัว CLA และ CLA Shooting Brake รุ่นย่อยอื่นๆ เพิ่มเติมในปีหน้า ซึ่งรวมถึงรุ่นไฮบริด ที่จะมาพร้อมแบตเตอรี่ 48V และเกียร์ DCT 8 สปีด โดยสามารถวิ่งในโหมดไฟฟ้าล้วนได้ด้วยความเร็วสูงสุดถึง 100 กม./ชม.
S-Class Coupé และ Cabriolet: การลงทุนที่คุ้มค่ากับประสบการณ์ที่เหนือกว่า
Mercedes-Benz S 560 Coupé AMG Premium นำเสนอในราคา 15.99 ล้านบาท และ Mercedes-Benz S 560 Cabriolet AMG Premium นำเสนอในราคา 16.72 ล้านบาท ราคานี้สะท้อนถึงคุณค่าของยนตรกรรมที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่หาที่เปรียบมิได้ การลงทุนในรถยนต์เหล่านี้ ไม่ใช่เพียงการซื้อยานพาหนะ แต่คือการลงทุนในความภาคภูมิใจ ความสำเร็จ และการแสวงหาประสบการณ์ชีวิตที่เหนือระดับ
หากท่านเป็นผู้หนึ่งที่ปรารถนาสัมผัสสุดยอดแห่งยนตรกรรมสปอร์ตหรู ที่ผสานดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ สมรรถนะที่ทรงพลัง และเทคโนโลยีอันล้ำสมัยไว้ในคันเดียว หรือต้องการสำรวจทางเลือกใหม่ๆ ในโลกแห่งยานยนต์ไฟฟ้าพร้อมสัมผัสเทคโนโลยีแห่งอนาคต อย่ารอช้า!
โปรดติดต่อผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการทั้ง 32 แห่งทั่วประเทศ เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม นัดหมายเพื่อทดลองขับ และสัมผัสประสบการณ์การขับขี่อันน่าทึ่งด้วยตัวท่านเอง หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย เพื่อค้นหาข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับทุกรุ่นที่ท่านสนใจ และค้นพบว่า “สิ่งที่ดีที่สุด” มีนิยามอย่างไรในโลกยานยนต์ปัจจุบัน