
เมอร์เซเดส-เบนซ์: การเดินทางสู่ยุคแห่งยนตรกรรมไฟฟ้าเต็มรูปแบบ – เจาะลึก G-Class Electric และยนตรกรรม EQ รุ่นล่าสุด
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มายาวนานกว่าทศวรรษ การได้เห็นแบรนด์ระดับตำนานอย่าง Mercedes-Benz ก้าวสู่ยุคใหม่แห่งการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มตัวนั้น ถือเป็นปรากฏการณ์ที่น่าจับตาอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการเปิดตัว All-new Electric G-Class ที่พลิกโฉม G-Class อันเป็นที่รักให้ก้าวเข้าสู่โลกยานยนต์ไฟฟ้าอย่างสมบูรณ์แบบ ควบคู่ไปกับการขยายไลน์อัพรถยนต์ไฟฟ้าตระกูล EQ ในประเทศไทย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์อันแข็งแกร่งและความมุ่งมั่นของ Mercedes-Benz ในการเป็นผู้นำแห่งอนาคตของยานยนต์
G-Class Electric: ตำนานบทใหม่แห่งขุมพลังไฟฟ้าพร้อมลุยทุกเส้นทาง
หัวใจสำคัญของการเปิดตัวครั้งประวัติศาสตร์นี้คือ Mercedes-Benz G-Class Electric หรือที่ใช้รหัส G 580 ซึ่งเป็นการนำตำนานแห่งขุนศึกออฟโรดมาผสานกับเทคโนโลยีขับเคลื่อนไฟฟ้า EQ Technology อันล้ำสมัย การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนจากเครื่องยนต์สันดาปมาเป็นมอเตอร์ไฟฟ้า แต่เป็นการยกเครื่อง G-Class ใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ยังคงไว้ซึ่ง DNA แห่งความแกร่งทนทาน และสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดขั้นสูง แต่เพิ่มเติมด้วยประสิทธิภาพ ความเงียบ และความยั่งยืนของรถยนต์ไฟฟ้า
สิ่งที่น่าทึ่งที่สุดสำหรับ Mercedes-Benz G-Class Electric คือการยังคงยึดมั่นในพื้นฐานตัวถังแบบ Ladder-frame อันเป็นเอกลักษณ์ตั้งแต่ปี 1979 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในแก่นแท้ของ G-Class อย่างแท้จริง ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระ และระบบช่วงล่างด้านหลังแบบคานแข็ง (Rigid Axle) พร้อมระบบเกียร์ Low Range ยังคงถูกติดตั้งมาเพื่อรับประกันสมรรถนะการตะลุยสุดขีดเช่นเคย แต่สิ่งที่ทำให้ Mercedes-Benz G-Class Electric แตกต่างคือการผสานเทคโนโลยี EQ Technology เข้าไปอย่างลงตัว
ขุมพลังของ G-Class Electric มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาดมหึมาถึง 116 กิโลวัตต์ชั่วโมง ซึ่งเพียงพอต่อการขับขี่ในระยะทางสูงสุดถึง 473 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐานการทดสอบ WLTP พลังงานไฟฟ้าจะถูกส่งผ่านมอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัวที่ทำงานแยกอิสระต่อกัน ขับเคลื่อนล้อทั้งสี่อย่างชาญฉลาด มอบกำลังสูงสุดถึง 432 กิโลวัตต์ หรือเทียบเท่า 580 แรงม้า พร้อมแรงบิดมหาศาลถึง 1,164 นิวตันเมตร ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจอย่างยิ่งสำหรับรถยนต์ออฟโรด และจะช่วยปลดปล่อยศักยภาพในการไต่เขา ปีนป่าย หรือลากจูงได้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
แม้จะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า แต่ Mercedes-Benz ก็ไม่เคยละทิ้งความสามารถในการลุยของ G-Class ด้วยการติดตั้งแผงป้องกันใต้ท้องรถที่ผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์และวัสดุคุณภาพสูง เพื่อปกป้องแบตเตอรี่อันล้ำค่าจากการกระแทกที่อาจเกิดขึ้นในเส้นทางออฟโรดที่สมบุกสมบัน นอกจากนี้ การจัดวางตำแหน่งของแบตเตอรี่อย่างเหมาะสมยังช่วยสร้างความสมดุลให้กับตัวรถได้อย่างดีเยี่ยม
เพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ออฟโรดให้เหนือชั้นยิ่งขึ้น All-new Electric G-Class มาพร้อมระบบควบคุมการขับขี่ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่โดยเฉพาะ เช่น G-TURN ที่ช่วยให้สามารถหมุนรถรอบตัวเองได้ในพื้นที่จำกัด, G-STEERING ที่ช่วยลดรัศมีวงเลี้ยวขณะขับขี่ด้วยความเร็วต่ำ และระบบควบคุมอัจฉริยะบนทางลาดชัน รวมถึงการใช้แรงบิดของมอเตอร์ไฟฟ้าแต่ละตัวเพื่อสร้างระบบเสมือน Virtual Differential Locks ซึ่งทำงานได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งกว่าระบบล็อกเฟืองแบบดั้งเดิม
ในด้านการออกแบบภายนอก แม้จะได้รับอิทธิพลจาก G-Class ดั้งเดิม แต่ก็มีการปรับปรุงตามหลักอากาศพลศาสตร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดเสียงรบกวน ฝากระโปรงหน้าที่ยกสูงขึ้น, เสา A-Pillar ที่ได้รับการปรับขนาดให้เล็กลง, สปอยเลอร์หลังคา และ Air Curtains บริเวณซุ้มล้อหลัง ล้วนมีส่วนช่วยในการไหลเวียนอากาศที่ดีขึ้น ขณะที่ภายในห้องโดยสารยังคงคอนเซ็ปต์ “Off Road Cockpit” แต่มาพร้อมความล้ำสมัยของระบบ MBUX ที่ควบคุมผ่านหน้าจอสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว พร้อมระบบช่วยเหลือการขับขี่และความปลอดภัยที่ครบครัน
สำหรับรุ่นเปิดตัวในประเทศไทย Mercedes-Benz จะใช้รหัส G 580 และจะมาพร้อมรุ่นพิเศษ The EDITION ONE ที่จะมอบออปชั่นพิเศษเหนือกว่ารุ่นปกติ สร้างความน่าตื่นเต้นให้กับนักสะสมและผู้ที่หลงใหลใน G-Class อย่างแน่นอน
Mercedes-AMG G 63 Grand Edition: เฉดสีทองอร่ามแห่งสมรรถนะและความหรูหรา
ในขณะที่ G-Class Electric กำลังจะมาถึง Mercedes-Benz ก็ได้อวดโฉม Mercedes-AMG G 63 Grand Edition ที่งาน Motor Show 2024 ซึ่งเป็นการตอกย้ำความเป็นสุดยอดแห่ง SUV สมรรถนะสูง ผสมผสานความดุดันของ G-Class เข้ากับความหรูหราที่เหนือระดับ
Mercedes-AMG G 63 Grand Edition ผลิตในจำนวนจำกัดเพียง 1,000 คันทั่วโลก ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V8 รหัส M177 ขนาด 4.0 ลิตร พ่วงระบบ Bi-Turbo มอบพละกำลังสูงสุด 585 แรงม้า และแรงบิด 850 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ AMG SPEEDSHIFT TCT 9 จังหวะ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. เพียง 4.5 วินาที และความเร็วสูงสุด 220 กม./ชม. พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AMG PERFORMANCE 4MATIC ที่ทำให้รถคันนี้เป็นสุดยอดสำหรับการตะลุยเส้นทางออฟโรดได้อย่างไร้ที่ติ
เอกลักษณ์ที่โดดเด่นของ Mercedes-AMG G 63 Grand Edition คือการตกแต่งภายนอกด้วยสีพิเศษ MANUFAKTUR Night Black Magno ตัดกับรายละเอียดสีทองบริเวณกันชนหน้า-หลัง กระจังหน้า และตราดาวสามแฉกที่ฝาครอบยางอะไหล่ ลวดลายกราฟิกสีทอง Kalaharigold รวมถึงโลโก้ AMG และ Mercedes บริเวณรอบคัน เพิ่มความหรูหราและบ่งบอกถึงความเป็นรุ่นพิเศษได้อย่างชัดเจน
ช่วงล่างมาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 22 นิ้ว สีทอง Tech Gold พร้อมคาลิปเปอร์เบรกสีแดงจาก AMG สร้างความสง่างามและความสปอร์ตไปพร้อมกัน
ภายในห้องโดยสารเน้นการตกแต่งด้วยโทนสีดำและทองเป็นหลัก ใช้วัสดุโครเมียมแบบด้าน และ Trim คาร์บอนไฟเบอร์ที่ผสานเส้นใยสีทองแดง เบาะนั่งหุ้มหนังแท้สีดำ MANUFAKTUR black Nappa เดินตะเข็บด้ายสีทองทั่วคัน สร้างบรรยากาศที่หรูหราและมีระดับ
Mercedes-AMG G 63 Grand Edition มอบประสบการณ์สุดพิเศษด้วยป้ายชื่อ Grand Edition ที่คอนโซลหน้าผู้โดยสาร พร้อมระบบ Infotainment และระบบความปลอดภัยเต็มพิกัด ราคาจำหน่ายของรุ่นพิเศษนี้อยู่ที่ 23,400,000 บาท
Mercedes-Benz ประเทศไทย: ขยายไลน์อัพ EV สู่ผู้บริโภคชาวไทย
การมาถึงของ All-new Electric G-Class สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางที่ชัดเจนของ Mercedes-Benz ในประเทศไทย ซึ่งได้มีการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ใหม่ 2 รุ่น คือ EQE 300 Sedan และ EQS 450 4MATIC SUV AMG Dynamic เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดลักชัวรี่ EV ที่กำลังเติบโต
The new EQE 300 (Sedan): ความสง่างามแห่งซีดานไฟฟ้า
EQE 300 เป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% ในรูปแบบซีดานที่นำเข้าทั้งคัน ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวที่ล้อหลัง ให้กำลัง 245 แรงม้า แรงบิด 550 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.3 วินาที แบตเตอรี่ความจุ 89 kWh ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 651 กม. (WLTP) รองรับการชาร์จ DC สูงสุด 170 kWh (10-80% ใน 32 นาที) และ AC สูงสุด 11 kWh (0-100% ใน 9 ชม. 15 นาที)
ภายนอกโดดเด่นด้วย Electric Art Exterior Package, Night Package และกระจังหน้าลาย Mercedes-Benz pattern ติดตั้งไฟหน้า LED High Performance พร้อม Adaptive Highbeam Assist ล้ออัลลอย 20 นิ้ว ระบบช่วงล่าง Comfort suspension กุญแจ KEYLESS-GO Comfort Package และระบบเปิด-ปิดท้ายอัตโนมัติ
ภายในห้องโดยสารตกแต่งแบบ Electric Art Interior เน้นคอนเซ็ปต์ “Progressive Luxury” ด้วยวัสดุ Laser-cut backlit trim, Mercedes-Benz pattern และ High-gloss black พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นสปอร์ต เบาะ Comfort Seats ปรับไฟฟ้าพร้อม memory seat ระบบ DYNAMIC SELECT, THERMATIC 2 โซน, Wireless charging และ Ambient Light 64 สี
ระบบ MBUX7 รุ่นล่าสุด ผสาน AI, Fingerprint scanner, หน้าจอ OLED 12.8 นิ้ว และจอข้อมูลขับขี่ 12.3 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay™ & Android Auto™, 5G, Navigation แบบ 3 มิติ และ Live Traffic Information
ระบบความปลอดภัยครบครัน อาทิ Active Lane Keeping Assist, Blind Spot Assist, Active Distance Assist DISTRONIC, Parking Package, PRE-SAFE® system และระบบเตือนแรงดันลมยาง
The new EQS 450 4MATIC SUV AMG Dynamic: สุนทรียภาพแห่ง SUV ไฟฟ้า 7 ที่นั่ง
EQS 450 4MATIC SUV AMG Dynamic คือ SUV ไฟฟ้า Full-Size Luxury ระดับ Top-End ที่สามารถรองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 7 ที่นั่ง ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ มอบกำลัง 360 แรงม้า แรงบิด 800 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.1 วินาที ความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม. แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 118 kWh ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 658 กม. (WLTP) รองรับการชาร์จ DC สูงสุด 200 kWh (10-80% ใน 31 นาที) และ AC สูงสุด 11 kWh (0-100% ใน 12 ชม. 15 นาที)
ภายนอกมาพร้อมชุดแต่ง AMG Bodystyling, กระจังหน้า Mercedes-Benz pattern และตราสัญลักษณ์ ติดตั้งไฟหน้า DIGITAL LIGHT พร้อม Adaptive Highbeam Assist ที่ส่องสว่างไกลถึง 650 เมตร ล้ออัลลอย AMG 22 นิ้ว ระบบช่วงล่าง AIRMATIC พร้อมโฟมลดเสียงรบกวน
ภายในห้องโดยสารระดับไฮเอนด์ ตกแต่งแบบ AMG Line Interior มาพร้อม MBUX Hyperscreen ยาว 141 ซม. ประกอบด้วยจอ OLED 3 จอ เบาะ 7 ที่นั่งตอน 3 ตอน จอ MBUX High-End Rear Seat 11.6 นิ้ว สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ระบบ ENERGIZING AIR CONTROL Plus, THERMOTRONIC 4 โซน
โหมดขับขี่ 5 โหมด (ECO, COMFORT, SPORT, INDIVIDUAL, OFFROAD) พร้อมกล้อง 360° และ Transparent bonnet สำหรับการขับขี่ออฟโรด ระบบเสียง Burmester® 3D surround sound 15 ลำโพง 710 วัตต์ พร้อม Dolby Atmos®
ระบบความปลอดภัยจัดเต็ม อาทิ ระบบเลี้ยว 4 ล้อ Rear axle steering (สูงสุด 4.5 องศา), Driving assistance package, ATTENTION ASSIST, Active Brake Assist, Active Lane Keeping Assist, Speed Limit Assist
StarFest Defining Electric: งานแสดงยนตรกรรมไฟฟ้าแห่งอนาคต
Mercedes-Benz ประเทศไทย ได้จัดงาน “StarFest Defining Electric” เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสและทดลองขับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% และ Plug-in Hybrid กว่า 13 รุ่น ซึ่งสะท้อนถึงการเป็นผู้บุกเบิกตลาดรถยนต์ลักชัวรี่ EV ในไทยอย่างแท้จริง
คุณมร. มาร์ทิน ชเวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ Mercedes-Benz (ประเทศไทย) จำกัด เน้นย้ำถึงการครอบคลุมทุกเซกเมนต์ของรถยนต์ไฟฟ้าในระดับโลก ตั้งแต่ Entry Luxury จนถึง Top-End Luxury รวมถึงแบรนด์ AMG และ Maybach และการลงทุนในแพลตฟอร์มใหม่และ “eCampus” ศูนย์พัฒนาเซลล์แบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูงในเยอรมนี
สำหรับในประเทศไทย Mercedes-Benz เป็นแบรนด์ลักชัวรี่แบรนด์แรกที่ประกอบแบตเตอรี่ EV และเป็นประเทศแรกนอกเยอรมนีที่ประกอบรถ EV ระดับแฟล็กชิพอย่าง EQS 500 4MATIC และมีแผนจะเปิดตัวโมเดลอื่นๆ ทั้งที่ประกอบในประเทศและนำเข้า เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย
ข้อเสนอพิเศษ “Worry Free” สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า 100%
เพื่อสร้างความมั่นใจและมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า Mercedes-Benz ได้มอบแพ็คเกจ “Worry Free” สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า 100% ประกอบด้วย:
การรับประกันแบตเตอรี่: 10 ปี หรือ 250,000 กิโลเมตร
ดาวน์เริ่มต้น: 990,000 บาท (สำหรับ EQE 300 ผ่อนเริ่มต้น 39,000 บาท/เดือน)
ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง: 3 ปี (Mercedes-Benz Protection)
ฟรี ค่าบำรุงรักษา: MBSP Easy Care & Extra Guarantee 5 ปี
ฟรี ค่าบริการชาร์จ DC: ไม่จำกัดจำนวนครั้ง 1 ปี ผ่านสถานี SHARGE
การเดินหน้าอย่างไม่หยุดยั้งของ Mercedes-Benz ในการพัฒนายานยนต์พลังงานไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัว All-new Electric G-Class อันเป็นตำนานที่ถูกตีความใหม่ หรือการขยายไลน์อัพตระกูล EQ อย่างต่อเนื่องในประเทศไทย ล้วนเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าอนาคตของการขับเคลื่อนได้มาถึงแล้ว และ Mercedes-Benz คือผู้นำที่พาเราไปสู่ยุคแห่งความยั่งยืน ประสิทธิภาพ และความหรูหราในรูปแบบใหม่
สำหรับผู้ที่สนใจสัมผัสประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคต และต้องการเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงนี้ เชิญชวนให้ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้า Mercedes-Benz และติดต่อผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ เพื่อสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับรุ่นรถที่คุณสนใจ และรับข้อเสนอที่ดีที่สุด ณ วันนี้.