
Lexus LS: สุนทรียภาพแห่งยนตรกรรมซีดานระดับธง ที่ผสานจิตวิญญาณญี่ปุ่นกับเทคโนโลยีล้ำสมัย
ในฐานะผู้ที่คลุกคลีในวงการยานยนต์มานานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวิวัฒนาการของรถยนต์หรูมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มซีดานผู้บริหารระดับสูง ซึ่งแต่ละรุ่นต่างก็งัดกลยุทธ์เพื่อช่วงชิงความเป็นหนึ่งในตลาด แต่สำหรับ Lexus LS รุ่นล่าสุด ถือเป็นมากกว่าการแข่งขัน มันคือการประกาศศักดาถึงความเป็นสุดยอดแห่งซีดานที่หลอมรวมแก่นแท้ของวัฒนธรรมญี่ปุ่น เข้ากับนวัตกรรมอันไร้ขีดจำกัดได้อย่างลงตัว
เส้นสายแห่งความสง่างามและความเร้าใจ: นิยามใหม่ของ “Sensual Aggressive”
สิ่งที่ดึงดูดสายตาแรกพบของ Lexus LS คือการออกแบบภายนอกที่เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา เส้นสายที่พลิ้วไหว โฉบเฉี่ยว แฝงไว้ด้วยความสปอร์ตที่ทันสมัย แม้ว่าจะมีขนาดตัวถังที่ใหญ่โตภูมิฐาน อันเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์ระดับเรือธง แต่กลับไม่รู้สึกถึงความอุ้ยอายหรือหนักอึ้งแต่อย่างใด กลับกัน ความปราดเปรียวและความเฉียบคมถูกถ่ายทอดผ่านรายละเอียดทุกอณู
แนวคิดการออกแบบ “Sensual Aggressive” ที่ Lexus นำมาใช้ สื่อสารถึงรถยนต์ที่มีความโค้งมนสวยงาม แต่แฝงด้วยความดุดันและมั่นใจ การออกแบบให้มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ส่งผลให้ LS เป็นซีดานหรูที่พร้อมจะแสดงศักยภาพด้านการขับขี่ได้อย่างน่าประทับใจตั้งแต่แรกเห็น ชุดไฟหน้า LED Matrix Adaptive นั้นให้การส่องสว่างที่ยอดเยี่ยม ไม่เพียงแต่กระจายแสงได้อย่างทั่วถึง แต่ยังคำนึงถึงความสบายของผู้ร่วมใช้ถนน ด้วยการปรับลำแสงสูง-ต่ำโดยอัตโนมัติ เพื่อหลีกเลี่ยงการรบกวนสายตาผู้อื่น เช่นเดียวกับไฟเลี้ยวแบบ Sequential LED ที่เรียงร้อยเป็นลำแสงจากมุมในสู่มุมนอก สร้างลูกเล่นและความหรูหราได้อย่างมีเอกลักษณ์ โคมไฟท้าย LED ที่เชื่อมต่อกันตลอดแนวแผง อาจดูเรียบง่าย แต่กลับเสริมให้ท้ายรถดูกว้าง สง่างาม และมีความทันสมัยอย่างลงตัว
ภายในห้องโดยสาร: มิติใหม่แห่งความหรูหรา ความสบาย และงานฝีมืออันประณีต
เมื่อก้าวเข้ามาภายในห้องโดยสารของ Lexus LS ความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้คือการผสมผสานระหว่างความหรูหราเหนือกาลเวลา กับความสะดวกสบายที่ได้รับการยกระดับไปอีกขั้น ทุกองค์ประกอบภายในถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน สะท้อนถึงปรัชญาการออกแบบของญี่ปุ่น ที่ให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ และความประณีตในทุกสัมผัส
สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของรถยนต์ประเภทนี้ Lexus LS ได้มอบประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร ด้วยเบาะนั่งไฟฟ้าที่ปรับได้ถึง 22 ทิศทาง พร้อมพนักวางขาไฟฟ้าที่สามารถปรับระดับได้อย่างอิสระ ระบบถุงลมภายในเบาะที่สามารถสูบลมเข้า-ออกเพื่อปรับองศาได้อย่างละเอียด ทำให้ผู้โดยสารสามารถหามุมที่สบายที่สุดสำหรับการพักผ่อนได้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเบาะหลังด้านซ้าย ที่สามารถปรับพื้นที่วางขาได้ยาวสูงสุดถึง 1,020 มิลลิเมตร ผสานกับพนักวางขาไฟฟ้า ช่วยรองรับช่วงขาได้อย่างเต็มที่ มอบความรู้สึกราวกับนั่งอยู่บนเก้าอี้พักผ่อนชั้นเลิศ
ระบบความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารตอนหลังก็ไม่น้อยหน้า มาพร้อมจอแสดงผลขนาด 11.6 นิ้ว จำนวน 2 จอ ที่สามารถปรับตำแหน่งได้โดยอัตโนมัติเพื่อให้เหมาะกับการมองเห็นของผู้โดยสารแต่ละท่าน รองรับการเล่นแผ่น Blu-ray, ช่องใส่ SD card และสายต่อ HDMI ทำให้การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอก เช่น คอมพิวเตอร์ หรือแท็บเล็ต เป็นเรื่องง่ายดาย นอกจากนี้ ยังรองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่านระบบ Miracast หรือ DLNA เพื่อความบันเทิงไร้สายที่สมบูรณ์แบบ
แต่สิ่งที่ทำให้ Lexus LS โดดเด่นอย่างแท้จริง คือฟังก์ชันการนวดผ่อนคลายที่มาพร้อมระบบกดจุดแบบร้อน (สำหรับเบาะหลังซ้าย-ขวา) ระบบถุงลมภายในเบาะที่นั่งและพนักพิงจะทำงานร่วมกันเพื่อมอบการนวดที่ครอบคลุมบริเวณหลังและต้นขา พร้อมด้วยฟังก์ชันทำความร้อนเพื่อเพิ่มความผ่อนคลายยิ่งขึ้น คุณสามารถเลือกระบบโปรแกรมที่หลากหลาย ตั้งแต่การผ่อนคลายทั่วร่าง (Full Body Refresh, Full Body Stretch, Full Body Simple) ไปจนถึงการผ่อนคลายเฉพาะส่วน (ร่างกายส่วนบน, ร่างกายส่วนล่าง, ไหล่และสะโพก) รวมเป็น 7 โปรแกรม ที่จะช่วยคลายความเหนื่อยล้าจากการเดินทางได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เพื่อความสะดวกสบายในการควบคุม ระบบยังมีแผงควบคุมอเนกประสงค์แบบสัมผัสที่ซ่อนอยู่ในที่วางแขนตรงกลางเบาะหลัง ให้คุณสามารถควบคุมระบบเครื่องเสียง, ระบบปรับอากาศ, การปรับตำแหน่งเบาะนั่ง, ฟังก์ชันการนวด, ม่านบังแดด และระบบแสงสว่างต่างๆ ได้อย่างง่ายดายเพียงปลายนิ้วสัมผัส
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบประสบการณ์เสียงระดับไฮเอนด์ ระบบเสียง Mark Levinson QLI คือคำตอบ ระบบเสียงรอบทิศทาง 3 มิติ พร้อมลำโพง 23 ตำแหน่ง และเทคโนโลยี Quantum Logic Immersion (QLI) จะเนรมิตห้องโดยสารให้กลายเป็นโถงคอนเสิร์ตส่วนตัว เสียงเพลงที่คมชัด สมจริง เป็นธรรมชาติ และมีมิติเสียงที่แม่นยำ จะโอบล้อมคุณไว้ในประสบการณ์การฟังที่ไม่เหมือนใคร
สำหรับผู้ขับขี่ Lexus LS ก็ได้รับการออกแบบให้ตอบสนองทุกความต้องการ เบาะนั่งตอนหน้าไฟฟ้าปรับได้ถึง 28 ทิศทาง โอบรับสรีระได้อย่างพอดี ไม่ว่าจะเป็นส่วนรองรับไหล่ที่ช่วยเสริมการขับขี่, ส่วนรองรับสะโพกที่ให้ความสบายเป็นพิเศษ หรือส่วนรองรับด้านข้างที่ช่วยกระชับลำตัวให้มั่นคงในขณะเข้าโค้ง
ระบบปรับอุณหภูมิอัจฉริยะ (Intelligent Climate Control) สามารถตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายของผู้นั่งแต่ละคน และปรับความสบายให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ ยังสามารถตรวจจับแสงแดดในช่วงเช้าและพลบค่ำ เพื่อควบคุมอุณหภูมิภายในห้องโดยสารให้คงที่และสบายตลอดการเดินทาง
การขึ้น-ลงจากรถยนต์ขนาดใหญ่อาจเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจ แต่ Lexus LS ได้ออกแบบระบบช่วยอำนวยความสะดวกอย่างชาญฉลาด ระบบถุงลมช่วงล่างควบคุมด้วยไฟฟ้า (Air Suspension) สามารถยกตัวรถขึ้นอัตโนมัติเมื่อผู้โดยสารต้องการขึ้นหรือลง ทำให้การเข้า-ออกสะดวกสบายยิ่งขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น ระบบเบาะยกตัวเลื่อนรองรับอัตโนมัติ (Automatic Easy Access) ยังช่วยให้การเข้า-ออกจากรถราบรื่นยิ่งขึ้น ระบบจะยกเบาะนั่งขึ้นเมื่อผู้ขับขี่ลงจากรถ และจะคืนตำแหน่งเดิมเมื่อผู้ขับขี่ขึ้นรถ พร้อมทั้งมีเบาะเสริมด้านข้างที่เปิดออกเพื่อลดการกดทับบริเวณต้นขาในขณะขึ้น-ลง
สมรรถนะที่หลากหลาย: ตอบโจทย์ทุกสไตล์การขับขี่
Lexus LS มาพร้อมกับทางเลือกเครื่องยนต์ที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการและสไตล์การขับขี่ที่แตกต่างกัน
LS 350 Luxury: เครื่องยนต์เบนซิน V6 ขนาด 3.5 ลิตร (รหัส 8GR-FKS) ให้กำลังสูงสุด 315 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 38.8 กก.-ม. จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ ให้การขับขี่ที่นุ่มนวล เร่งได้ทันใจ และอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 6.5 วินาที เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสมดุลระหว่างสมรรถนะและความประหยัด (เฉลี่ย 10.8 กม./ลิตร)
LS 500 Executive: เครื่องยนต์เบนซิน V6 ขนาด 3.5 ลิตร เทอร์โบ (รหัส V35A-FTS) เพิ่มสมรรถนะให้สูงขึ้น ด้วยกำลังสูงสุด 421 แรงม้า และแรงบิดมหาศาล 61.2 กก.-ม. ที่มาพร้อมการตอบสนองที่ฉับไวตั้งแต่รอบต่ำ จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 5.0 วินาที เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพละกำลังและความเร้าใจในการขับขี่ (เฉลี่ย 10.3 กม./ลิตร)
LS 500h Executive และ Executive Pleat: สำหรับผู้ที่มองหาสมรรถนะที่เหนือกว่า และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม Lexus LS 500h มาพร้อมระบบไฮบริด V6 ขนาด 3.5 ลิตร (รหัส 8GR-FXS) ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวมสูงสุด 359 แรงม้า ระบบส่งกำลังแบบ Multi Stage Hybrid ที่ควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ 10 ระดับได้อย่างต่อเนื่อง มอบอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 5.4 วินาที และโดดเด่นด้วยอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยที่ 14.9 กม./ลิตร ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจสำหรับรถยนต์ขนาดนี้
ระบบ Multi Stage Hybrid ใน LS 500h ไม่เพียงแต่ให้การตอบสนองคันเร่งที่ฉับไว แต่ยังสามารถสลับการทำงานระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มแรงบิดและแรงขับเคลื่อนได้สูงสุดถึง 24% โดยใช้ประโยชน์จากช่วงความเร็วที่หลากหลายของเครื่องยนต์ ตั้งแต่ความเร็วต่ำไปจนถึงความเร็วสูง
โครงสร้างและวัสดุ: ความแข็งแกร่งที่มาพร้อมน้ำหนักที่เหมาะสม
Lexus LS ใช้โครงสร้างตัวถังที่ผลิตจากวัสดุหลากหลาย เพื่อให้ได้ทั้งความแข็งแกร่ง น้ำหนักที่เบา และจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำ วัสดุเหล็กกล้าทนแรงดึงสูงถูกนำมาใช้ในส่วนสำคัญ เช่น แผงบันได, โครงเสาตัวกลาง และหลังคา เพื่อลดจุดศูนย์ถ่วงของรถ ในขณะเดียวกัน ก็มีการใช้อลูมิเนียมในส่วนประกอบอื่นๆ เช่น ฝากระโปรงหน้า-หลัง, บังโคลน, ประตู และระบบรองรับ เพื่อช่วยลดน้ำหนักโดยรวมของตัวรถ
โหมดการขับขี่: ปรับแต่งประสบการณ์ของคุณ
Lexus LS มอบอิสระในการปรับแต่งประสบการณ์การขับขี่ ด้วยโหมดการขับขี่ที่หลากหลาย ตั้งแต่โหมด Normal, Eco, Comfort, Sport S และ Sport S+ นอกจากนี้ ยังมีโหมด Customize ที่ให้ผู้ขับขี่สามารถตั้งค่าระบบส่งกำลัง, โครงสร้างตัวถัง (ช่วงล่าง) และระบบปรับอากาศได้ตามความต้องการเฉพาะบุคคล
ระบบความปลอดภัย: เทคโนโลยีที่พร้อมดูแลคุณในทุกสภาวะ
ความปลอดภัยคือหัวใจสำคัญของ Lexus LS ด้วยระบบความปลอดภัยขั้นสูง Lexus Safety System+ ที่พร้อมปกป้องคุณและผู้โดยสารในทุกสภาวะการขับขี่
Pre-Collision System (PCS): ระบบเตือนการชนด้านหน้า พร้อมระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ เมื่อเรดาร์และกล้องหน้าตรวจจับความเสี่ยงที่จะเกิดการชน ระบบจะส่งสัญญาณเตือนผู้ขับขี่ และเตรียมระบบช่วยเบรก หากผู้ขับขี่ไม่ตอบสนองทันท่วงที ระบบจะสั่งการเบรกอัตโนมัติเพื่อหลีกเลี่ยงหรือลดความรุนแรงของการชน
Dynamic Radar Cruise Control (DRCC): นอกจากจะรักษาความเร็วคงที่แล้ว ระบบ DRCC ยังสามารถควบคุมความเร็วและระยะห่างจากรถคันหน้าได้อย่างอัตโนมัติ โดยใช้เรดาร์และเซ็นเซอร์กล้องในการตรวจจับรถคันข้างหน้า เพื่อรักษาระยะห่างที่เหมาะสม
Lane Keeping Assist (LKA): หากระบบตรวจจับว่ารถกำลังออกนอกเลนโดยไม่ได้ตั้งใจ (ไม่เปิดไฟเลี้ยว) ระบบจะแจ้งเตือนผู้ขับขี่ด้วยการสั่นที่พวงมาลัย และแสดงผลที่หน้าจอ หากระบบประเมินว่ารถกำลังจะข้ามเส้นแบ่งช่องจราจร ระบบจะช่วยประคองพวงมาลัยเพื่อรักษาให้อยู่ในเลน
Two-Stage Adaptive High Beam System (AHS): ระบบปรับลำแสงไฟสูงอัตโนมัติ เมื่อระบบตรวจจับรถยนต์ที่อยู่ในระยะ ระบบจะควบคุมการเปิด-ปิดของไฟ LED จำนวน 8 ดวง (ไฟสูง) และ 16 ดวง (ไฟต่ำ) ในแต่ละข้าง เพื่อป้องกันไม่ให้แสงไฟสาดไปยังรถคันอื่น แต่ยังคงส่องสว่างไปยังป้ายจราจรและวัตถุอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Panoramic View Monitor: หน้าจอ EMV (Electro Multi-Vision) ขนาด 12.3 นิ้ว แสดงภาพทัศนวิสัยรอบทิศทาง 360 องศา ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถตรวจสอบสภาพแวดล้อมรอบรถได้อย่างชัดเจน
Automatic Rear Seat Reclining: ระบบอัจฉริยะนี้จะปรับเบาะหลังให้ต่ำลงเมื่อไม่มีผู้โดยสาร เพื่อเพิ่มทัศนวิสัยในการมองกระจกหลังให้กว้างขึ้น เพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่
ประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร: สุนทรียภาพแห่งงานฝีมือญี่ปุ่น
สิ่งที่ทำให้ Lexus LS ยืนหยัดเหนือคู่แข่ง คือการให้ความสำคัญกับ “งานฝีมือ” หรือ Craftsmanship อย่างแท้จริง สีภายนอกของ LS ไม่ใช่แค่สีทั่วไป แต่เป็นสีที่ผ่านกระบวนการพ่นพิเศษ ผสมผสานกับผงอลูมิเนียม ทำให้สีมีความเงางามเป็นพิเศษ และยังดูมีมิติ ขับเน้นเส้นสายของตัวถังที่เต็มไปด้วยส่วนเว้าส่วนโค้ง ให้ดูมีชีวิตชีวา เคลื่อนไหว และทรงพลัง แม้ในขณะที่รถจอดนิ่งก็ตาม เพียงแค่นำรถไปจอดกลางแจ้งที่มีแสงแดดตกกระทบ แล้วนั่งชื่นชมความงามของสีสันและรูปทรง ก็สามารถสร้างความสุขให้กับเจ้าของรถได้แล้ว
รูปทรงด้านข้างของ LS นั้นสง่างาม เพรียวบาง ปราดเปรียว และน่าทึ่งที่รถยนต์ที่มีความยาวกว่า 5.2 เมตร กลับดูไม่เทอะทะสายตา ในขณะที่ด้านหน้าก็ไม่แพ้กัน เส้นสายที่เฉียบคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งโคมไฟหน้าที่มี Daytime Running Lights พาดผ่านกลางอย่างตั้งใจ และกระจังหน้าขนาดใหญ่ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Lexus ยิ่งเสริมให้รถดูมีความเคลื่อนไหวและทรงพลัง
ระบบ Adaptive LED Headlights มอบลำแสงที่คมชัดในยามค่ำคืน และสามารถปรับลำแสงได้อย่างชาญฉลาดโดยอัตโนมัติ เพื่อให้ทัศนวิสัยกว้างที่สุด โดยไม่รบกวนผู้อื่น หากมีรถอยู่ด้านหน้า ลำแสงจะถูกปรับไปส่องยังพื้นที่อื่น เช่น ด้านข้างหรือด้านหลังทันที ระบบทำงานได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ไม่ต้องรอให้รถคันอื่นเข้ามาใกล้ หรือแสดงสัญญาณเตือน ลำแสงยังสามารถปรับทิศทางตามการหมุนพวงมาลัยเมื่อเข้าโค้ง หรือให้แสงเสริมเมื่อเลี้ยวเข้าทางแยกหรือซอย ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการขับขี่อย่างยิ่ง
อีกหนึ่งจุดขายอันเป็นเอกลักษณ์ที่แฟนๆ Lexus LS ชื่นชอบ คือรายละเอียดภายในห้องโดยสาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณแผงประตู การตกแต่งด้วยผ้าสีแดงที่พับกลีบอย่างประณีต คือผลงาน “Origami” ที่ทำด้วยมือ ซึ่งหาไม่ได้ในรถยี่ห้ออื่น เช่นเดียวกับกระจกแต่งลาย ที่ไม่ได้มาจากโรงงานผลิตกระจกทั่วไป แต่เป็นงานฝีมือของช่างผู้เชี่ยวชาญจากญี่ปุ่น ทำให้ชิ้นส่วนแต่ละชิ้นมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว แม้จะดูเหมือนกันก็ตาม
สำหรับรุ่น LS 500h Executive Pleat พื้นที่ภายในห้องโดยสารนั้นกว้างขวาง นั่งสบายในทุกตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่, ผู้โดยสารตอนหน้า หรือผู้โดยสารตอนหลัง ที่มีพื้นที่วางขาและพื้นที่ช่วงเข่าเหลือเฟือ สามารถปรับเอนพนักพิงได้ตามต้องการ และสำหรับผู้โดยสารตอนหลังด้านซ้าย หากไม่มีผู้โดยสารอยู่เบาะหน้า สามารถปรับเอนนอนได้เกือบจะเหมือนนอนอยู่บนเตียง ด้วยการเลื่อนเบาะหน้าไปจนสุด และพับพนักพิงศีรษะลง เพื่อไม่ให้บดบังทัศนวิสัยกระจกมองข้างของผู้ขับขี่ จากนั้นจึงปรับเบาะหลังให้เอนลงจนเกือบสุด
เมื่อผสานกับช่วงล่างที่นุ่มนวลและการเก็บเสียงรบกวนจากภายนอกที่ยอดเยี่ยม ทำให้การเดินทางยาวนานบน Lexus LS เต็มไปด้วยความผ่อนคลาย จะนั่งชมภาพยนตร์ผ่านจอหลังเบาะหน้า หรือดื่มด่ำกับเสียงเพลงจากระบบ Mark Levinson ที่ส่งผ่านลำโพง 23 ดอก ให้เสียงที่ธรรมชาติและมีมิติ ก็ล้วนเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจ
ระบบปรับอากาศแบบ 4 โซน ช่วยให้ผู้โดยสารแต่ละที่นั่งสามารถปรับอุณหภูมิได้ตามความชอบส่วนบุคคล พร้อมระบบตรวจวัดอุณหภูมิภายนอกเพื่อปรับอุณหภูมิภายในให้เหมาะสมตลอดเวลา
สำหรับผู้ขับขี่ ระบบ Head-Up Display (HUD) ที่แสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกบังลมหน้า จะช่วยให้ไม่ต้องละสายตาจากถนน และยังคงมองเห็นข้อมูลได้อย่างชัดเจนแม้ในสภาพแสงจ้า ผู้ขับขี่ยังสามารถปรับความเข้มของแสง HUD ได้ตามต้องการ
เมื่อจะถอยรถ ระบบช่วยเหลือรอบทิศทาง ทั้งเซ็นเซอร์และกล้อง 360 องศา จะช่วยให้การถอยรถเป็นเรื่องง่ายและปลอดภัย และดังที่กล่าวไป ระบบ Automatic Rear Seat Reclining จะช่วยเพิ่มทัศนวิสัยเมื่อใส่เกียร์ถอยหลัง
สมรรถนะที่เร้าใจในยามจำเป็น
LS 500h Executive Pleat แม้จะมีขนาดใหญ่และน้ำหนักรวม 2,350 กก. แต่ด้วยระบบไฮบริดที่ทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน V6 ขนาด 3.5 ลิตร กับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุด 359 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตันเมตร และอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 5.4 วินาที พิสูจน์ให้เห็นถึงสมรรถนะที่ร้อนแรงและอัตราเร่งที่รวดเร็ว การขับขี่จริงยืนยันได้ถึงความสามารถในการออกตัวอย่างรวดเร็ว เพิ่มความเร็วได้ทันใจ และเร่งแซงได้อย่างมั่นใจ ไม่ว่าจะเป็นบนทางหลวงสายหลักหรือถนนชนบท
จุดเด่นอีกประการคือช่วงล่าง ที่สามารถผสานความนุ่มนวลกับความหนึบแน่นเกาะถนนได้อย่างลงตัว ระบบช่วงล่างแบบถุงลมที่สามารถปรับได้อัตโนมัติ หรือจะเลือกปรับเองก็ได้ ช่วยให้เก็บรายละเอียดของพื้นผิวถนนได้ดี ผู้โดยสารนั่งสบาย ขณะที่ผู้ขับขี่ก็มั่นใจในการควบคุมรถ การเร่งแซง หรือแม้แต่การเข้าโค้ง ด้วยระบบช่วยเลี้ยวของล้อหลัง (Rear-Wheel Steering) ที่ช่วยให้การเลี้ยวคมขึ้น เปลี่ยนเลนได้ง่ายขึ้น และเข้าโค้งได้แคบโดยไม่รู้สึกถึงอาการลื่นไถล
บทสรุปจากผู้เชี่ยวชาญ
Lexus LS ไม่ใช่แค่รถยนต์ซีดานระดับหรู แต่มันคือผลงานศิลปะที่รังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถัน มันคือสัญลักษณ์ของความสำเร็จ ความสง่างาม และการใช้ชีวิตที่มีรสนิยม สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยม ความสะดวกสบายสูงสุด และการออกแบบที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์และวัฒนธรรมอันลึกซึ้ง Lexus LS คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบ
แม้ว่ารถยนต์รุ่นนี้จะนำเข้าสำเร็จรูป (CBU) ซึ่งอาจมีภาระด้านภาษีที่สูงกว่าคู่แข่งที่ผลิตในประเทศ (CKD) แต่ Lexus LS ก็เลือกที่จะไม่ประนีประนอมในเรื่องคุณภาพและความเป็นเลิศ เพื่อตอกย้ำความเป็นรถยนต์พรีเมียมที่มีความชัดเจนและเอกลักษณ์เฉพาะตัว
หากคุณคือผู้ที่ให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ สุนทรียภาพแห่งงานฝีมือ และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ที่ผสานเข้ากับสมรรถนะอันทรงพลังและสมดุล Lexus LS คือรถยนต์ที่คุณควรพิจารณาอย่างจริงจัง
ถึงเวลาสัมผัสประสบการณ์เหนือระดับด้วยตัวคุณเอง
หากคุณพร้อมที่จะยกระดับประสบการณ์การขับขี่และการเดินทางไปสู่อีกขั้น ขอเชิญชวนให้ท่านเข้ามาสัมผัส Lexus LS รุ่นล่าสุดนี้ด้วยตัวท่านเองที่โชว์รูมเลกซัสใกล้บ้านท่าน เพื่อสัมผัสถึงความประณีต งานฝีมืออันไร้ที่ติ และเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ที่จะทำให้ทุกการเดินทางกลายเป็นช่วงเวลาอันน่าจดจำ