
Lexus LS: นิยามใหม่แห่งความหรูหราสง่างาม สู่การยกระดับประสบการณ์การขับขี่ในยุคดิจิทัล
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้ประจักษ์ถึงการเปลี่ยนแปลงอันน่าทึ่งของอุตสาหกรรมรถยนต์หรู โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่ม Lexus LS ซึ่งเป็นเสมือนตัวแทนแห่งความภาคภูมิใจและนวัตกรรมของแบรนด์ Lexus มาอย่างยาวนาน การปรับโฉมครั้งสำคัญของ Lexus LS 2025 ไม่ใช่เพียงการแต่งเติมเล็กๆ น้อยๆ แต่เป็นการยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น สู่ยุคแห่งเทคโนโลยีอัจฉริยะและความหรูหราที่ไร้ขีดจำกัด
Lexus LS Minorchange ในเจนเนอเรชั่นที่ 5 ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2017 ภายใต้รหัสตัวถัง VXFA55 บนพื้นฐานโครงสร้าง TNGA (Toyota New Global Architecture) อันแข็งแกร่ง ได้รับการพัฒนาและปรับปรุงอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การปรับปรุงล่าสุดสำหรับ Lexus LS รุ่นปี 2024 ในตลาดญี่ปุ่น และการเปิดตัวในประเทศไทย สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์อันยาวไกลของ Lexus ในการส่งมอบยานยนต์ที่เหนือกว่าความคาดหวัง
การออกแบบภายนอก: ความสง่างามเหนือกาลเวลา ผสานจิตวิญญาณแห่งอนาคต
แนวทางการออกแบบของ Lexus LS ใหม่ ได้รับแรงบันดาลใจอย่างชัดเจนจาก Lexus IS โฉมล่าสุด ผสานความโอ่อ่า กว้างขวาง อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของรถยนต์ซีดานระดับผู้บริหาร เข้ากับเส้นสายที่พลิ้วไหว ดุดัน และทันสมัย การเปลี่ยนแปลงที่สะดุดตาที่สุดในส่วนหน้า คือการปรับดีไซน์โคมไฟหน้าแบบ LED ที่ดูโฉบเฉี่ยวและดุดันยิ่งขึ้น พร้อมไฟ DRL แบบ L-shaped ที่เป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ กระจังหน้า Spindle Grille ที่ได้รับการปรับลายซี่ภายในใหม่ ให้ความรู้สึกถึงพละกำลังและความสง่างามที่เหนือกว่าเดิม ชุดกันชนหน้าและช่องดักลมด้านล่างที่ตกแต่งด้วยสี Dark Metallic ช่วยเสริมบุคลิกที่ดูเข้มแข็งและทรงพลังมากยิ่งขึ้น ในรุ่นไฮบริด (LS500h) ยังมีการเพิ่มช่องดักลมบริเวณแก้มข้างรถ เพื่อประสิทธิภาพการระบายความร้อนที่ดีขึ้น
แม้ว่าโดยรวมแล้วตัวรถจะยังคงเค้าโครงเดิม แต่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ คือจุดที่ทำให้ Lexus LS แต่ง ดูมีความสดใหม่และน่าดึงดูดยิ่งขึ้น ล้ออัลลอยด์ขนาด 20 นิ้วสำหรับรุ่น F Sport ที่เลือกใช้สีเดียวกับชุดกระจังหน้า สร้างความกลมกลืนและความเป็นสปอร์ตที่ลงตัว ด้านท้ายรถยังคงเอกลักษณ์ไฟท้าย LED ที่โดดเด่น และการออกแบบกันชนท้ายที่เข้ากันอย่างลงตัว สีตัวถังใหม่ “Gin-ei Luster” ซึ่งใช้เทคนิคการพ่นสีแบบพิเศษ แสดงถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียดของ Lexus เป็นสีที่สะท้อนแสงเงาได้อย่างงดงาม และขับเน้นมิติเส้นสายของตัวรถให้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น
การออกแบบภายใน: สุนทรียภาพแห่งการเดินทาง สู่ศูนย์กลางแห่งเทคโนโลยี
ก้าวเข้ามาภายในห้องโดยสาร คุณจะสัมผัสได้ถึงความหรูหราที่ยกระดับไปอีกขั้น หัวใจหลักของการเปลี่ยนแปลงอยู่ที่หน้าจอแสดงผลแบบสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว ซึ่งรองรับการเชื่อมต่อผ่านระบบ SmartDeviceLink, Apple CarPlay และ Android Auto ได้อย่างสมบูรณ์แบบ การสั่งการทำได้สะดวกง่ายดายผ่านหน้าจอสัมผัส แผงควบคุมบนคอนโซลกลาง หรือปุ่มกดบนพวงมาลัย ระบบทำความร้อนสำหรับเบาะนั่งและพวงมาลัยที่เพิ่มเข้ามาในคอนโซลกลาง มอบความอบอุ่นและความสะดวกสบายในทุกสภาพอากาศ
วัสดุที่ใช้ในการตกแต่งภายใน Lexus LS อัปเกรด สะท้อนถึงความพิถีพิถันในทุกรายละเอียด การตัดเย็บเบาะนั่งที่ประณีต ทำให้เบาะมีความนุ่มสบาย โอบกระชับสรีระ สร้างความผ่อนคลายตลอดการเดินทาง รุ่นย่อยพิเศษ “Nishijin & Haku” ที่มาพร้อมการตกแต่งแผงประตูด้วยวัสดุสีเทาปักลายดอกไม้โลหะ สอดคล้องกับโทนสีภายในห้องโดยสาร เป็นการตอกย้ำถึงความเป็นอัครยานยนต์ที่เหนือระดับของ Lexus
เทคโนโลยีและระบบความปลอดภัย: พาร์ทเนอร์อัจฉริยะบนทุกเส้นทาง
Lexus ไม่เคยทำให้ผิดหวังในด้านสมรรถนะการขับขี่ ระบบช่วงล่างแบบแปรผัน Adaptive Variable Suspension และระบบซับแรงสั่นสะเทือนในแนวดิ่ง ช่วยให้ทุกการเดินทางราบรื่น นุ่มนวล ไร้แรงกระแทก แม้ในสภาพถนนที่ไม่สมบูรณ์ การเก็บเสียงภายในห้องโดยสารเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นสำคัญที่ Lexus ให้ความสำคัญ โดยมีการปรับจูนเครื่องยนต์ทั้งรุ่นเบนซินและไฮบริดให้เงียบสนิท ทั้งในยามเดินเบาและขณะเร่งความเร็ว เพื่อมอบสุนทรียภาพแห่งความเงียบสงัด
ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ หรือที่ Lexus เรียกว่า “AI-powered Lexus Teammate advanced driving assist suite” คืออีกก้าวสำคัญของการพัฒนารถยนต์ไร้คนขับอย่างแท้จริง โดยเฉพาะในตลาดญี่ปุ่นที่ได้นำร่องระบบนี้ก่อน ระบบ Lexus Safety System+ ที่ได้รับการพัฒนาให้ก้าวล้ำยิ่งขึ้น ได้รับการเสริมด้วยระบบ Advanced Park ที่ใช้กล้องและคลื่นเสียง Ultrasonic ช่วยจอดรถอัตโนมัติได้อย่างแม่นยำ กระจกมองหลังแบบดิจิทัลขนาดใหญ่ มอบมุมมองที่กว้างไกล และระบบไฟสูงอัตโนมัติแบบใหม่ (BladeScan AHS) ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในยามค่ำคืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับ Lexus LS รุ่นปี 2024 ในตลาดญี่ปุ่น ได้มีการอัปเกรดจอแสดงข้อมูลผู้ขับแบบดิจิทัลใหม่ขนาด 12.3 นิ้ว ซึ่งทำงานร่วมกับระบบ Lexus Safety System+ รุ่นล่าสุด และได้เพิ่มระบบ Proactive Driving Assist ที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ โดยการรักษาระยะห่างจากคนเดินถนน จักรยาน และรถที่จอดอยู่ ระบบ Pre-crash Safety ที่ใช้เรดาร์ Millimeter-wave และกล้องโมโนคูลาร์ ช่วยหลีกเลี่ยงการชน และตรวจจับสมาธิของผู้ขับ ในขณะที่ Lexus Teammate ช่วยควบคุมรถขณะการจราจรติดขัด และช่วยจอดรถในขณะที่ผู้ขับอยู่นอกตัวรถ
นอกจากนี้ ระบบบันทึกการขับที่รับภาพจากกล้องหน้าและหลังยังเป็นฟีเจอร์ใหม่ที่น่าสนใจ สำหรับผู้ที่ต้องการบันทึกภาพการเดินทาง หรือใช้เป็นหลักฐานในกรณีฉุกเฉิน การใช้สมาร์ทโฟนเป็นกุญแจรถดิจิทัล ยังช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการเข้าถึงรถ
ขุมพลัง: ประสิทธิภาพที่เหนือกว่า ตอบสนองทุกอารมณ์การขับขี่
Lexus LS ยังคงนำเสนอทางเลือกขุมพลังที่ทรงพลังและเปี่ยมประสิทธิภาพ เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า:
LS500: เครื่องยนต์เบนซิน V6 ขนาด 3.5 ลิตร เทอร์โบคู่ รหัส V35A-FTS ให้กำลังสูงสุด 422 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ Direct Shift เพื่อสมรรถนะที่เร้าใจและการตอบสนองที่ฉับไว
LS500h: ระบบ Lexus Multi Stage Hybrid System ที่ผสานเครื่องยนต์เบนซิน V6 ขนาด 3.5 ลิตร รหัส 8GR-FXS กำลังสูงสุด 299 แรงม้า เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ให้กำลังรวมสูงสุด 359 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ CVT 10 จังหวะ ระบบไฮบริดได้รับการปรับปรุงให้ช่วงการทำงานของระบบไฟฟ้าจากแบตเตอรี่มีความกว้างมากขึ้น ช่วยลดภาระเครื่องยนต์ และเสริมอัตราเร่งได้อย่างราบรื่น
LS350: สำหรับตลาดประเทศไทย ยังมีรุ่น LS350 ที่มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน V6 ขนาด 3.5 ลิตร กำลังสูงสุด 315 แรงม้า มอบสมรรถนะที่สมดุลระหว่างความแรงและความประหยัด
การปรับจูนเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังใน Lexus LS Minorchange รุ่นล่าสุด มุ่งเน้นไปที่การเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุด การปรับปรุงระบบส่งกำลังในรุ่น LS500 ช่วยเพิ่มช่วงอัตราเร่งในแต่ละเกียร์ ทำให้สามารถลากรอบได้สูงขึ้น และลดความถี่ในการคิกดาวน์ลง ส่งผลให้การขับขี่มีความต่อเนื่องและนุ่มนวลยิ่งขึ้น
โครงสร้างและช่วงล่าง: รากฐานแห่งความมั่นคงและความสบาย
การปรับปรุงแชสซีส์ของ Lexus LS รุ่นปี 2024 ในตลาดญี่ปุ่น สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น การเพิ่มความแข็งแกร่งของหม้อน้ำ การยึดช่วงล่างใหม่ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง รวมถึงการปรับมุมยางที่ท่อไอเสีย ช่วยลดการสั่นสะเทือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฟังก์ชันใหม่ในโหมดการขับ Comfort ที่ลดการสั่นสะเทือนของตัวรถ ยิ่งตอกย้ำถึงความใส่ใจในรายละเอียดเพื่อมอบความสบายสูงสุดแก่ผู้โดยสาร
ระบบควบคุมการเลี้ยวที่ล้อหลัง (Dynamic Rear Steering) ในรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อของ Lexus LS ซีดาน ซึ่งก่อนหน้านี้มีเฉพาะในรุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่และความมั่นคงในการเข้าโค้ง ทำให้รถซีดานขนาดใหญ่คันนี้มีความปราดเปรียวเหนือความคาดหมาย
Lexus LS ราคา และความพร้อมจำหน่ายในประเทศไทย
สำหรับประเทศไทย The New Lexus LS ได้เปิดตัวรุ่นปรับโฉมใหม่ พร้อมทางเลือกเครื่องยนต์ที่หลากหลาย และราคาที่สะท้อนถึงความหรูหราและเทคโนโลยีที่มาพร้อมกับรถ:
The New Lexus LS350 รุ่น Luxury ราคา 11,550,000 บาท
The New Lexus LS500 รุ่น Executive ราคา 13,110,000 บาท
The New Lexus LS500h รุ่น Executive ราคา 14,530,000 บาท
The New Lexus LS500h รุ่น Executive Pleat ราคา 15,860,000 บาท
ตัวเลือกเหล่านี้ มาพร้อมกับเทคโนโลยีแห่งอนาคต และระบบความปลอดภัย Lexus Safety System Plus มาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก
บทสรุป: Lexus LS คือการลงทุนในประสบการณ์
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมมองว่า Lexus LS ไม่ใช่เพียงยานพาหนะ แต่เป็นการลงทุนในประสบการณ์ การขับขี่ที่เหนือระดับ ความหรูหราที่ไร้ที่ติ และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่มอบให้แก่ผู้ครอบครอง การปรับโฉมครั้งนี้ ไม่ได้เพียงแค่ทำให้ Lexus LS ดูใหม่และสดใสขึ้น แต่เป็นการยกระดับมาตรฐานของรถซีดานหรูให้สูงขึ้นไปอีกขั้น
หากคุณกำลังมองหารถยนต์ที่สะท้อนถึงความสำเร็จ ความสง่างาม และพร้อมที่จะสัมผัสกับอนาคตของการขับขี่ Lexus LS คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบ เราขอเชิญชวนท่านสัมผัสประสบการณ์การขับขี่อันน่าประทับใจด้วยตนเอง ณ โชว์รูม Lexus ใกล้บ้านท่าน เพื่อค้นพบความหมายที่แท้จริงของความหรูหราที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีอันชาญฉลาด.