
เลกซัส: ก้าวสู่ยุคใหม่แห่งยนตรกรรมไฟฟ้าและไฮบริดสุดหรูในประเทศไทย
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงมากมายของอุตสาหกรรมรถยนต์ แต่สิ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คือการที่แบรนด์รถยนต์หรูระดับโลกอย่าง เลกซัส (Lexus) กำลังพลิกโฉมหน้าครั้งใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดประเทศไทย การเปิดตัวรถยนต์ใหม่ 3 รุ่น ในช่วงปลายปี 2020 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญ ที่ประกาศศักดาการก้าวเข้าสู่ยุคของ “Lexus Electrified” อย่างเต็มตัว ซึ่งไม่ใช่เพียงการปรับตัวตามกระแส แต่เป็นการกำหนดทิศทางอนาคตของแบรนด์เลกซัสทั่วโลก
Lexus UX 300e: ยนตรกรรมไฟฟ้า 100% ที่นิยามใหม่ของการขับขี่ในเมือง
รุ่นแรกที่สร้างความฮือฮาคือ The New All-Electric Lexus UX 300e นี่คือยานยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) ที่เลกซัสภูมิใจนำเสนอเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ภายใต้กลยุทธ์ “Lexus Electrified” ที่ประกาศอย่างเป็นทางการไปทั่วโลกตั้งแต่ปี 2019 การมาถึงของ UX 300e ไม่ใช่แค่การเพิ่มตัวเลือกในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า แต่เป็นการยกระดับประสบการณ์การขับขี่ในเมืองให้เหนือชั้นขึ้นไปอีกขั้น
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมมองว่าการตัดสินใจของเลกซัสในการนำเสนอ UX 300e นั้นชาญฉลาดอย่างยิ่ง ด้วยรูปทรงแบบ Compact Crossover ที่ออกแบบภายใต้แนวคิด “Creative Urban Explorer” ทำให้รถคันนี้มีความคล่องตัวสูง เหมาะสมอย่างยิ่งกับการใช้งานในสภาพแวดล้อมเมืองที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน เส้นสายภายนอกดูเฉียบคม โฉบเฉี่ยว แต่ยังคงไว้ซึ่งความสง่างามตามปรัชญา L-finesse อันเป็นเอกลักษณ์ของเลกซัส กระจังหน้า Spindle Grille ดีไซน์สามมิติสะท้อนถึงพละกำลังที่ซ่อนอยู่ ขณะที่ไฟหน้า LED แบบ 3-eye Bi-Beam พร้อม Daytime Running Light รูปทรงตัว L สื่อถึงความล้ำสมัยและความโดดเด่น
สิ่งที่ผมประทับใจเป็นพิเศษคือการออกแบบภายในห้องโดยสารที่ให้ความสำคัญกับผู้ขับขี่และผู้โดยสารเป็นศูนย์กลาง การจัดวางทุกอย่างดูลงตัว ใช้งานง่าย ให้ความรู้สึกปลอดภัย เบาะนั่งคู่หน้าตกแต่งด้วยการเย็บปักแบบ SASHIKO แบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น ไม่เพียงเพิ่มความแข็งแรง แต่ยังเสริมความหรูหราและมีเอกลักษณ์ จอแสดงผล TFT ให้ข้อมูลการขับขี่ที่ครบถ้วน และแท่นชาร์จไร้สายก็เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานชีวิตประจำวัน
สำหรับสมรรถนะและการขับขี่ The New All-Electric Lexus UX 300e สร้างขึ้นบนสถาปัตยกรรมโครงสร้างตัวถังแบบใหม่ GA-C (Global Architecture-Compact Platform) ที่มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ส่งผลให้การทรงตัวและการควบคุมทำได้อย่างยอดเยี่ยม การขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 150 กิโลวัตต์ หรือ 201 แรงม้า ให้การตอบสนองที่ฉับไว อัตราเร่งดีเยี่ยม โดยที่สำคัญที่สุดคือการขับขี่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปราศจากมลพิษ ระยะทางวิ่งสูงสุด 360 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC) พร้อมเทคโนโลยีการชาร์จเร็ว DC ที่สามารถชาร์จ 0-80% ได้ภายใน 50 นาที (ด้วยเครื่องชาร์จ 50 กิโลวัตต์) ถือเป็นสเปคที่น่าสนใจมากสำหรับตลาดปัจจุบัน
The New Lexus LS: นิยามใหม่แห่งความหรูหราและสมรรถนะระดับ “เฟิร์สคลาส”
ก้าวสู่ระดับสูงสุดของความหรูหราและนวัตกรรม ยนตรกรรมอีกรุ่นที่เลกซัสภูมิใจนำเสนอคือ The New Lexus LS สำหรับรุ่นนี้ เลกซัสได้ยกระดับทุกมิติให้มีความสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น สมกับเป็น Flagship Sedan ของแบรนด์
ในมุมมองของผม The New Lexus LS คือผลลัพธ์ที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างความประณีตในงานออกแบบ คุณภาพการผลิตระดับโลก และจิตวิญญาณของช่างฝีมือ “ทาคูมิ” (Takumi craftsmanship) ที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด การออกแบบภายนอกยังคงความสง่างามและดุดัน เส้นสายที่เฉียบคม ผสมผสานกับกระจังหน้า Spindle Grille ดีไซน์ใหม่ที่ดุดันขึ้น ไฟหน้า LED แบบสามดวง พร้อมไฟ Daytime Running Light รูปตัว L ได้รับแรงบันดาลใจจาก Lexus LC สร้างเอกลักษณ์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร ไฟเลี้ยว Sequential LED และการออกแบบรายละเอียดต่างๆ เช่น ขอบไฟท้ายรมดำ ล้วนบ่งบอกถึงความใส่ใจในความงามและสุนทรียภาพ
ภายในห้องโดยสารคืออีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญ การออกแบบเน้นความหรูหรา สะดวกสบาย และทันสมัย คอนโซลหน้าและแผงควบคุมตกแต่งด้วย Piano Black ให้ความรู้สึกสุขุม premium หน้าจอสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว ที่รองรับ Apple CarPlay ถูกปรับตำแหน่งให้ใกล้ผู้ขับขี่มากขึ้น เพื่อความสะดวกในการใช้งาน สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในความต้องการของผู้ใช้งานรถยนต์ระดับสูง
สำหรับสมรรถนะ The New Lexus LS ไม่เพียงแต่หรูหรา แต่ยังมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้น ด้วยการพัฒนาช่วงล่างใหม่ที่เพิ่มเสถียรภาพและการทรงตัว โดยยังคงไว้ซึ่งความนุ่มนวลอันเป็นเอกลักษณ์ของเลกซัส มีเครื่องยนต์ให้เลือกถึง 3 แบบ เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย:
The New Lexus LS 500h: เครื่องยนต์ V6 ระบบไฮบริด ความจุ 3,456 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 359 แรงม้า
The New Lexus LS 500: เครื่องยนต์ V6 Twin-Turbo ความจุ 3,445 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 421 แรงม้า
The New Lexus LS 350: เครื่องยนต์ V6 ความจุ 3,456 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 315 แรงม้า
นอกจากนี้ เลกซัสยังได้ติดตั้งระบบความปลอดภัย Lexus Safety System Plus รุ่นล่าสุด ที่มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่าง BladeScan Adaptive High-beam System (AHS) ซึ่งช่วยกระจายลำแสงไฟหน้าได้อย่างแม่นยำในเวลากลางคืนโดยไม่รบกวนเพื่อนร่วมทาง และระบบช่วยจอดพร้อมระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ (Parking Support Brake System) เพื่อความปลอดภัยสูงสุดขณะจอดรถ
The New Lexus IS: สปอร์ตซีดานหรู ที่มอบความเร้าใจในทุกการเดินทาง
ปิดท้ายด้วย The New Lexus IS สปอร์ตซีดานหรูที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพละกำลัง ความคล่องแคล่ว และดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว
สิ่งที่ทำให้ The New Lexus IS โดดเด่นคือการผสมผสานระหว่างหลักอากาศพลศาสตร์ การพัฒนาภายใต้หลัก Lexus Driving Signature และการออกแบบที่ทันสมัย การออกแบบภายนอกเน้นความปราดเปรียว ล้ำสมัย กระจังหน้าโครเมียมรมดำ ไฟหน้า LED พร้อม Daytime Running Light รูปตัว L และไฟท้ายดีไซน์รูปตัว L ที่ทอดแนวยาว สะท้อนเอกลักษณ์ที่ชัดเจน การออกแบบรายละเอียดต่างๆ เช่น กันชนท้ายสีดำ ท่อไอเสียคู่ กระจกข้างที่ปรับระยะให้กว้างขึ้น และกาบข้างที่บางลง ล้วนมีส่วนช่วยลดแรงเสียดทานและเพิ่มความปราดเปรียวให้กับตัวรถ ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ ขนาด 19 นิ้ว สำหรับรุ่น F-Sport และ 18 นิ้ว สำหรับรุ่น Premium และ Luxury เพิ่มความสง่างามและสปอร์ตให้กับรถ
ภายในห้องโดยสารของ The New Lexus IS ยังคงไว้ซึ่งความปราณีตตามแบบฉบับเลกซัส วัสดุหุ้มเบาะหนังให้ความรู้สึกสปอร์ตและพรีเมียม คอนโซลหน้าตกแต่งด้วย Piano Black เช่นเดียวกับรุ่นพี่ LS สะท้อนถึงความหรูหราที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น
ในด้านสมรรถนะ The New Lexus IS ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ Lexus Hybrid Drive เบนซิน 2.5 ลิตร 4 สูบเรียง พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวมสูงสุด 223 แรงม้า (PS) การทำงานร่วมกันของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าผสานกับระบบช่วงล่างที่ได้รับการพัฒนาให้มีน้ำหนักเบา แข็งแรง และยังคงความนุ่มนวล ทำให้สามารถตอบสนองการขับขี่ได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งอัตราเร่งที่ดีขึ้น การควบคุมที่แม่นยำ และยังคงความเงียบสบายในการขับขี่
ระบบช่วงล่างไฟฟ้า Adaptive Variable Suspension ที่สามารถปรับระดับได้ถึง 650 ระดับ ช่วยเพิ่มความเร้าใจในการขับขี่ ขณะที่การประกอบล้อแบบ Hub-bolt ช่วยเพิ่มสมรรถนะและความมั่นใจแม้ใช้ความเร็วสูง แป้นคันเร่งที่ตอบสนองแม่นยำยิ่งขึ้น และเบรกมือไฟฟ้าเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน
เช่นเดียวกับรถยนต์เลกซัสรุ่นอื่นๆ The New Lexus IS มาพร้อมกับระบบความปลอดภัย Lexus Safety System Plus ที่ครอบคลุม ตั้งแต่ระบบ Pre-Collision System (PCS) ที่ช่วยตรวจจับยานพาหนะ คนเดินถนน และจักรยาน ระบบ Lane Tracing Assist (LTA) ที่ช่วยประคองรถให้อยู่ในเลน และ Adaptive Cruise Control (ACC) แบบ All-Speed range ที่ปรับความเร็วตามรถคันหน้า นอกจากนี้ยังมีระบบ Panoramic View Monitor (PVM) ระบบกล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา และหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่พร้อมรองรับ Apple CarPlay เพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการใช้งาน
บทสรุปและอนาคตของเลกซัสในประเทศไทย
การเปิดตัวรถยนต์ใหม่ทั้ง 3 รุ่นในงาน Thailand International Motor Expo 2020 ถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเลกซัสในการนำเสนอนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย สู่ตลาดประเทศไทย การเข้ามาของ The New All-Electric Lexus UX 300e ตอกย้ำบทบาทของเลกซัสในการขับเคลื่อนอนาคตรถยนต์ไฟฟ้า ขณะที่ The New Lexus LS และ The New Lexus IS ยังคงยกระดับมาตรฐานของรถยนต์หรู และสปอร์ตซีดาน ให้เหนือกว่าเดิม
ในฐานะผู้ที่มีประสบการณ์ในวงการยานยนต์ ผมมองว่าเลกซัสกำลังเดินมาถูกทาง ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้บริโภค ตั้งแต่ยนตรกรรมไฟฟ้าที่ทันสมัย ไปจนถึงยนตรกรรมไฮบริดและเครื่องยนต์สันดาปภายในที่ทรงพลังและหรูหรา การให้ความสำคัญกับประสบการณ์การขับขี่ สมรรถนะ ความปลอดภัย และความพิถีพิถันในการออกแบบ คือสิ่งที่ทำให้เลกซัสยังคงเป็นแบรนด์ที่น่าเชื่อถือและเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคทั่วโลก
สำหรับผู้ที่สนใจอยากสัมผัสประสบการณ์การขับขี่อันเหนือระดับของยนตรกรรมจากเลกซัส ไม่ว่าจะเป็น The New All-Electric Lexus UX 300e, The New Lexus LS หรือ The New Lexus IS ผมขอเชิญชวนให้ท่านไปเยี่ยมชมและทดลองขับได้ที่งาน Thailand International Motor Expo 2020 ณ อาคารอิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 2-13 ธันวาคมนี้ ท่านจะได้พบกับข้อเสนอพิเศษมากมาย และสัมผัสถึงความตั้งใจของเลกซัสในการมอบยนตรกรรมที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภคชาวไทย นี่คือจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ที่น่าตื่นเต้นสำหรับแบรนด์เลกซัสอย่างแท้จริง