
Lexus LS 500: นิยามใหม่แห่งความหรูหรา สมรรถนะ และเทคโนโลยีอัจฉริยะ
ในฐานะผู้ที่คลุกคลีในวงการยานยนต์มาเกือบหนึ่งทศวรรษ การได้สัมผัสกับยนตรกรรมที่ยกระดับประสบการณ์การขับขี่และโดยสารไปสู่จุดสูงสุดเสมอมา คือสิ่งที่ผมใฝ่หาเสมอ Lexus LS ในฐานะรถยนต์ธงของแบรนด์ Lexus ได้พิสูจน์ตัวเองมาโดยตลอดว่าคือตัวแทนแห่งความประณีต ความใส่ใจในรายละเอียด และการผสมผสานเทคโนโลยีอันล้ำสมัยได้อย่างลงตัว และในวันนี้ Lexus LS 500 คือนิยามใหม่ที่ตอกย้ำความเชื่อนี้ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปอีก
การเปิดตัวที่น่าจับตามอง: Lexus LS 500 ก้าวข้ามขีดจำกัด
หลังจากการปรากฏตัวของภาพหลุดและข่าวลือที่สร้างความฮือฮาในหมู่ผู้ที่หลงใหลในยนตรกรรมระดับพรีเมียม Lexus LS 500 ได้เผยโฉมอย่างเป็นทางการแล้ว ณ งาน Detroit Motor Show 2017 ซึ่งถือเป็นการประกาศศักดาถึงการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของ Lexus โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับรุ่นเรือธงอย่าง LS ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ทั้งหมด เพื่อท้าชนกับคู่แข่งตลอดกาลในเซกเมนต์ Luxury Sedan จากฝั่งยุโรป
หัวใจใหม่ที่ทรงพลัง: เครื่องยนต์ V6 Twin-Turbo กับสมรรถนะที่เหนือกว่า
Lexus LS 500 รุ่นล่าสุดนี้ มาพร้อมกับหัวใจใหม่ที่เปี่ยมด้วยพละกำลัง นั่นคือเครื่องยนต์เบนซิน V6 ขนาด 3.5 ลิตร พร้อมระบบอัดอากาศ Twin Turbochargers ที่สามารถรีดพละกำลังได้สูงสุดถึง 415 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร ด้วยเทคโนโลยีนี้ ทำให้ LS 500 สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ภายในเวลาอันน่าทึ่งเพียง 4.5 วินาที ซึ่งเป็นการพัฒนาที่ก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า
การจับคู่กับระบบเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะที่ได้รับการออกแบบใหม่ล่าสุด ช่วยให้การถ่ายทอดกำลังเป็นไปอย่างราบรื่นและแม่นยำ พร้อม Paddle Shift ที่ติดตั้งบนพวงมาลัย ช่วยเพิ่มอรรถรสในการขับขี่แบบสปอร์ตได้อย่างเต็มที่ การใช้แชสซีที่ผลิตจากเหล็กผสมอลูมิเนียมน้ำหนักเบาเพียง 90 กิโลกรัม แต่ยังคงความแข็งแกร่งไว้เท่าเดิม ทำให้ตัวรถมีน้ำหนักเบาลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งส่งผลดีต่อทั้งอัตราเร่ง การควบคุม และประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน
ช่วงล่างอัจฉริยะ: ความสบายที่สัมผัสได้ทุกการเดินทาง
ระบบช่วงล่างแบบถุงลม (Air Suspension) ที่ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ถูกออกแบบมาเพื่อมอบความสบายขั้นสูงสุดให้กับผู้โดยสาร ระบบนี้สามารถปรับระดับความสูงของตัวรถได้อัตโนมัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการเปิดประตู เพื่อช่วยให้ผู้โดยสารสามารถก้าวเข้า-ออกรถได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น เทคโนโลยีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียดและความสะดวกสบายของผู้ใช้งานที่ Lexus ยึดถือเป็นหลัก
ภายในห้องโดยสาร: สุนทรียภาพแห่งความหรูหราและเทคโนโลยี
เมื่อก้าวเข้าสู่ภายในห้องโดยสารของ Lexus LS 500 สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือการออกแบบที่ผสานความทันสมัยและความหรูหราเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว วัสดุคุณภาพสูง การตัดเย็บที่ประณีต และเส้นสายที่ดูสง่างาม สร้างบรรยากาศที่เชื้อเชิญให้ผู้โดยสารรู้สึกผ่อนคลายและได้รับการปรนเปรอ
เบาะนั่งได้รับการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ พร้อมฟังก์ชันการทำงานที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นระบบทำความอุ่น, ระบบทำความเย็น, และระบบการนวด ที่สามารถปรับระดับได้ตามความต้องการของผู้โดยสารแต่ละท่าน
ศูนย์กลางของคอนโซลมาพร้อมกับหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ถึง 24 นิ้ว ที่ได้รับการออกแบบให้ใช้งานง่าย ผู้ขับขี่สามารถควบคุมระบบต่างๆ ได้อย่างสะดวก โดยไม่จำเป็นต้องละสายตาจากถนนเป็นเวลานาน นอกจากนี้ ระบบ Active Noise Control ยังมีบทบาทสำคัญในการสร้างความเงียบสงบภายในห้องโดยสาร โดยจะคอยตรวจจับเสียงรบกวนจากภายนอก หากระดับเสียงเกินกว่าที่กำหนด ลำโพงจะทำการปล่อยคลื่นความถี่เสียงที่ตรงกันข้ามเพื่อกลบเสียงรบกวนนั้นไป ทำให้ประสบการณ์การโดยสารเงียบสงบและปราศจากสิ่งรบกวน
Lexus CoDrive: ผู้ช่วยอัจฉริยะเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
Lexus LS 500 ได้รับการติดตั้งระบบใหม่ที่เรียกว่า Lexus CoDrive ซึ่งเป็นระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูงที่ทำงานร่วมกับผู้ขับขี่ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงความเร็วสูง ระบบนี้จะช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนอย่างปลอดภัย ตรวจจับรถคันหน้า และรักษาระยะห่างที่เหมาะสม เพื่อมอบความมั่นใจสูงสุดตลอดการเดินทาง
ประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ: การเดินทางที่สะท้อนถึงความเป็นผู้นำ
การได้มีโอกาสสัมผัสกับ Lexus LS 500 ไม่ใช่เพียงแค่การขับขี่ยานพาหนะ แต่คือการได้เข้าถึงประสบการณ์เหนือระดับที่สะท้อนถึงรสนิยม ความสำเร็จ และความภาคภูมิใจ ป้ายราคาที่บ่งบอกถึงคุณค่าของยนตรกรรมคันนี้ คือเครื่องยืนยันถึงความทุ่มเทในการสร้างสรรค์สิ่งที่ดีที่สุด
ผมยังคงจดจำความประทับใจแรกที่มีต่อ Lexus LS เมื่อครั้งได้มีโอกาสสัมผัสเมื่อปี 2008 ได้เป็นอย่างดี มันคือที่สุดแห่งยานยนต์จากญี่ปุ่นสำหรับตลาดโลก ในยุคสมัยที่ Toyota Century V12 อาจดูหรูหราแต่ก็ห่างไกลจากความทันสมัยสำหรับตลาดสากล และการที่ Toyota ยังคงไว้วางใจให้ผมได้สัมผัสกับรุ่นเรือธงของตนอีกครั้ง ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่ง
ความละเอียดอ่อนในการออกแบบ: L-FINESSE และการใส่ใจในทุกมุมมอง
Lexus LS 500 รังสรรค์เส้นสายภายนอกภายใต้แนวคิดการออกแบบ L-FINESSE ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Lexus ฝากระโปรงหน้าทรงลิ่มให้ความรู้สึกทรงพลังและสง่างาม กระจังหน้าทรงสี่เหลี่ยมคางหมูขนาดใหญ่ พร้อมครีบแนวนอนลายถี่แบบโครเมียม เสริมด้วยกันชนหน้าที่แบ่งช่องรับลมอย่างลงตัว พร้อมไฟตัดหมอกที่มุมกันชน
ชุดไฟหน้าแบบโปรเจกเตอร์หลอดซีนอน พร้อมระบบปรับมุมองศาจานฉายขณะเลี้ยว Intelligent AFS (ADAPTIVE FRONT LIGHT SYSTEM) ไม่เพียงแต่ให้แสงสว่างที่เหนือกว่า แต่ยังช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่ตอนกลางคืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ การทำงานของระบบ AFS นั้นซับซ้อนและชาญฉลาด โดยจะปรับมุมของจานฉายตามความเร็วและมุมการเลี้ยว เพื่อให้แสงสว่างครอบคลุมพื้นที่ถนนได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เส้นสายด้านข้างตัวถังที่ต่อเนื่องตั้งแต่ด้านหน้าจรดท้าย สะท้อนภาพลักษณ์ที่ชัดเจนของเจ้าของรถ กระจกมองข้างที่ติดตั้งบนตัวถังช่วยลดเสียงรบกวนจากลมปะทะ มือเปิดประตูสีโครเมียมแบบ GRIP TYPE และคิ้วโครเมียมบริเวณด้านล่าง เสริมความหรูหราได้อย่างลงตัว
ส่วนท้ายรถบึกบึนด้วยกันชนท้ายขนาดใหญ่ ชุดไฟเบรก LED ที่ให้ความสว่างคมชัด เสริมด้วยคิ้วโครเมียมเหนือแผ่นป้ายทะเบียน และปลายท่อไอเสียคู่แยกซ้าย-ขวา ที่แอบได้แรงบันดาลใจจากรุ่นน้องอย่าง Toyota MARK-X เพิ่มความสปอร์ตให้แก่ตัวรถ
ระบบอำนวยความสะดวกที่ใช้งานง่าย: เทคโนโลยีเพื่อความสบายอย่างแท้จริง
แม้ว่า Lexus LS 500 จะเต็มไปด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัย แต่การออกแบบที่ยึดหลัก User Friendly ทำให้ทุกระบบสามารถใช้งานได้อย่างง่ายดายและเข้าใจได้ไม่ยาก การเปิด-ปิดประตูด้วยระบบ Smart Entry และระบบกันขโมยที่มาพร้อมกับสัญญาณเสียงและระบบ Immobilizer ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัย
ภายในห้องโดยสารที่ตกแต่งอย่างประณีตด้วยวัสดุคุณภาพสูง ไม่ว่าจะเป็นพลาสติกเกรดเยี่ยม ลายไม้ชั้นดี หนังแท้ และผ้ากำมะหยี่ สร้างบรรยากาศที่เชื้อเชิญให้หลงใหล เสากรอบประตูที่หนากว่าปกติ และยางขอบประตูที่หนาเป็นพิเศษ ช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอก ทำให้ห้องโดยสารเงียบสงบ แม้จะแล่นด้วยความเร็วสูง
เบาะนั่งคู่หน้าปรับด้วยระบบไฟฟ้าได้ถึง 10 ทิศทาง พร้อมหน่วยความจำ 3 ตำแหน่ง และระบบดันหลังที่มอบความสบายยิ่งกว่าการนั่งบนเก้าอี้นวมชั้นดี มีพื้นที่เหนือศีรษะที่โปร่งสบาย และตำแหน่งที่วางแขนที่ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ รองรับทุกสรีระได้อย่างลงตัว พนักศีรษะเป็นหนึ่งในจุดที่น่าประทับใจที่สุด มอบความสบายอย่างที่ไม่เคยพบเจอมาก่อนในรถยนต์แบรนด์ Toyota และ Lexus หลายรุ่น
นอกจากนี้ เบาะนั่งคู่หน้ายังมาพร้อมกับระบบทำความเย็นและทำความอุ่นในตัว สวิตช์ควบคุมต่างๆ ถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบและง่ายต่อการเข้าถึง
เบาะหลัง: มิติใหม่แห่งความหรูหราสำหรับผู้บริหาร
สำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์การโดยสารด้านหลัง Lexus LS 500 คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบ ประตูบานหลังที่กว้างและหนา มอบความรู้สึกหรูหราเฉกเช่นเดียวกับรถยนต์ในระดับเดียวกันจากค่ายยุโรป การเข้า-ออกทำได้อย่างสะดวกสบาย ด้วยตัวถังแบบ Long Wheelbase ที่เพิ่มพื้นที่ภายในห้องโดยสาร
Toyota ใส่ใจในทุกรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ตั้งแต่การจัดวางตำแหน่งชิ้นส่วน การคัดเลือกสี ลายไม้ ไปจนถึงที่เขี่ยบุหรี่และช่องวางเอกสารที่แผงข้างประตูหลังที่ออกแบบมาอย่างเหมาะสม ระบบไฟฟ้าที่ช่วยดูดปิดประตูให้แนบสนิทกับตัวถังโดยอัตโนมัติ เพิ่มความสะดวกสบายและลดเสียงรบกวน
เบาะหลังมีให้เลือกทั้งแบบ Bench Seat และแบบแยกฝั่งซ้าย-ขวา คั่นกลางด้วยคอนโซลกลางขนาดใหญ่ที่อัดแน่นไปด้วยฟังก์ชันการใช้งาน เบาะหลังสามารถปรับด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมหน่วยความจำ และยังมาพร้อมกับลูกเล่นที่หลากหลาย ซึ่งจะกล่าวถึงต่อไป
พื้นที่เก็บสัมภาระที่กว้างขวาง: รองรับทุกการเดินทาง
ฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมระบบป้องกันการหนีบเมื่อมีสิ่งกีดขวางอัตโนมัติ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน พื้นที่เก็บของด้านหลังมีขนาดใหญ่ถึง 510 ลิตร ซึ่งเพียงพอสำหรับการจัดเก็บถุงกอล์ฟหลายใบ หรือสัมภาระสำหรับการเดินทางไกล
การควบคุมที่เหนือชั้น: เทคโนโลยีเพื่อผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
แผงหน้าปัดได้รับการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ เน้นการสอดรับกับการควบคุมของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ปุ่มสัมผัสถูกปรับปรุงให้นุ่มนวลยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความรู้สึกหรูหราและใช้งานง่าย ลดความซับซ้อนที่อาจก่อให้เกิดความสับสน
ระบบเบรกจอดเป็นแบบไฟฟ้า มี 2 โหมดการทำงาน คือโหมดปกติที่ใช้สวิตช์รูปตัว P และโหมด HOLD ที่ช่วยให้ไม่ต้องเหยียบเบรกค้างไว้ขณะติดไฟแดง ซึ่งเพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการขับขี่
จอแสดงผล TFT Multi Functional Information Display ที่อยู่ระหว่างมาตรวัดความเร็วและมาตรวัดรอบเครื่องยนต์ แสดงข้อมูลต่างๆ เช่น ระยะทางที่น้ำมันจะวิ่งได้, ความเร็วเฉลี่ย, เวลาเดินทาง, อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงแบบเรียลไทม์ และค่าเฉลี่ยตลอดทริป
หน้าจอ EMV (Electro Multi Vision) ขนาด 8 นิ้ว แบบ Touch Screen แสดงผลระบบปรับอากาศ, ระบบเครื่องเสียง, และข้อมูลต่างๆ หากติดตั้งระบบนำทางผ่านดาวเทียม หน้าจอจะสามารถควบคุมระบบนำร่องและระบบสื่อสาร Telematics ได้อย่างเต็มที่
ระบบความบันเทิงคุณภาพระดับโลก: Mark Levinson Reference Surround Sound System
Lexus LS 500 ติดตั้งชุดเครื่องเสียง Mark Levinson Reference Surround Sound System ที่มีคุณภาพเสียงยอดเยี่ยม ประกอบด้วยเครื่องเล่น CD/DVD และลำโพงมากถึง 19 ตัวรอบทิศทาง แบบ 5.1 Channel ระบบ Digital Surround Logic ให้กำลังเสียง 450 วัตต์ สร้างประสบการณ์เสียงที่สมจริงราวกับนั่งอยู่ในสตูดิโอบันทึกเสียง
ระบบปรับอากาศอัจฉริยะ 4 โซน: ความสบายสำหรับทุกคน
ระบบปรับอากาศเป็นแบบแยกฝั่งได้ถึง 4 ตำแหน่ง คือผู้ขับขี่, ผู้โดยสารตอนหน้า, และผู้โดยสารตอนหลังฝั่งซ้ายและขวา ทำงานด้วยเซ็นเซอร์อินฟราเรดเพื่อปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมกับผู้โดยสารแต่ละท่านอย่างอัตโนมัติ พร้อมเครื่องฟอกอากาศและระบบหมุนเวียนอากาศอัตโนมัติ
สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง: ประสบการณ์ระดับ First Class
สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง โดยเฉพาะในรุ่น Long Wheelbase Lexus LS 500 มอบประสบการณ์ระดับ First Class ด้วยชุด Executive Class Seating Package ที่ประกอบด้วย:
ระบบนวดเบาะหลัง: ควบคุมได้จากรีโมทคอนโทรล มีทั้งโปรแกรมการนวดแบบ Shiatsu และ Stretch สามารถปรับระดับความแรง และเลือกนวดเฉพาะส่วนได้
ระบบสั่นสะเทือน: เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ
เบาะ OTTOMAN: สำหรับผู้โดยสารตอนซ้าย สามารถปรับยกส่วนรองรับขาขึ้นมาได้ มอบความสบายสูงสุด ดุจเบาะนั่งบนเครื่องบินชั้น First Class
ระบบ Rear Seat Entertainment: เครื่องเล่น DVD พร้อมจอภาพ VGA ขนาด 9 นิ้ว และช่องเสียบหูฟัง
โต๊ะพับอเนกประสงค์: สำหรับวางเอกสาร หรือสิ่งของเล็กๆ น้อยๆ
รายละเอียดทางวิศวกรรม: หัวใจแห่งสมรรถนะ
Lexus LS 500 ใช้เครื่องยนต์เบนซิน V8 รหัส 1UR-FSE ขนาด 4.6 ลิตร พร้อมเทคโนโลยี VVT-iE (VARIABLE VALVE TIMING WITH INTELLIGENCE AND ELECTRONICALLY CONTROLLED INTAKE) ที่เป็นครั้งแรกของโลกที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นกลไกหลักในการทำงาน ระบบจ่ายเชื้อเพลิงแบบ DUAL FUEL-INJECTION (D-4S) และลิ้นปีกผีเสื้อไฟฟ้า ETCS-i พร้อมระบบ ACIS ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้
เครื่องยนต์นี้ให้กำลังสูงสุด 380 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 493 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ AISIN รุ่น TL-80SN หรือ AA80E ที่ได้รับการพัฒนามาอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้การเปลี่ยนเกียร์เป็นไปอย่างราบรื่นและเงียบสนิท
สรุป: Lexus LS 500 คือนิยามแห่งที่สุดแห่งยนตรกรรม
Lexus LS 500 ไม่เพียงแต่เป็นรถยนต์หรูหราที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย แต่คือการยกระดับประสบการณ์การเดินทางให้เหนือกว่าที่เคยสัมผัส การออกแบบที่ประณีต ความใส่ใจในรายละเอียด สมรรถนะที่เหนือกว่า และความสบายขั้นสูงสุด ทำให้ Lexus LS 500 เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับผู้ที่มองหายานยนต์ที่สะท้อนถึงความสำเร็จและรสนิยมอันเหนือระดับ
หากคุณกำลังมองหารถยนต์ที่มอบประสบการณ์การขับขี่และโดยสารที่สมบูรณ์แบบที่สุด Lexus LS 500 คือคำตอบที่คุณไม่ควรมองข้าม เชิญสัมผัสประสบการณ์นี้ได้ที่ผู้จำหน่าย Lexus ใกล้บ้านท่าน เพื่อค้นพบกับนิยามใหม่แห่งความหรูหราและสมรรถนะที่แท้จริง