
BMW ซีรีส์ 5 และ 3: สัมผัสประสบการณ์การขับขี่เหนือระดับ สู่ยุคใหม่แห่งยนตรกรรมพรีเมียม
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มานานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวิวัฒนาการของแบรนด์รถยนต์พรีเมียมระดับโลกมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง BMW แบรนด์เยอรมันที่มักจะก้าวล้ำนำหน้าอยู่เสมอ การประสบความสำเร็จของ BMW ในปี 2020 ท่ามกลางความท้าทายของสถานการณ์โลก ยิ่งตอกย้ำถึงความแข็งแกร่งและศักยภาพของแบรนด์ และในปี 2021 นี้ ข่าวดีก็ยังคงหลั่งไหลมาไม่ขาดสาย เมื่อ BMW กวาดรางวัลอันทรงเกียรติจากเวที Car & Bike of the Year 2021 ไปถึง 12 รางวัล
หนึ่งในโมเดลที่ผมมีโอกาสได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดและประทับใจเป็นพิเศษคือ BMW 520d M Sport ที่คว้ารางวัล Best Diesel Mid-Size Sedan ไปครอง การทดสอบครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การขับขี่ธรรมดา แต่ BMW ได้จัดเต็มให้เราได้สัมผัสสมรรถนะของยนตรกรรมถึง 3 รุ่น ได้แก่ 520d M Sport, 530e M Sport และ 330Li M Sport บนสนามปทุมธานี สปีดเวย์ เพื่อพิสูจน์ประสิทธิภาพในสภาวะการขับขี่ที่หลากหลาย ตั้งแต่การทดสอบ Elk Test หรือการหลบหลีกสิ่งกีดขวางอย่างฉับพลัน ไปจนถึงการทดสอบศักยภาพของระบบช่วงล่างและระบบขับเคลื่อนอันชาญฉลาด อาทิ ระบบ Integral Active Steering ใน BMW 530e M Sport ที่ช่วยเสริมการเข้าโค้งด้วยการปรับองศาล้อหลัง รวมถึงระบบอำนวยความสะดวกในการขับขี่ที่ทันสมัย เช่น ระบบ Active Cruise Control with Stop & Go และระบบ Front Collision Warning
นอกจากสนามแข่งแล้ว BMW ประเทศไทย ยังเปิดโอกาสให้เราได้นำยนตรกรรมทั้ง 3 รุ่นนี้ออกไปสัมผัสประสบการณ์การขับขี่บนถนนจริง เพื่อให้เห็นถึงความลงตัวในการใช้งานในชีวิตประจำวัน พิสูจน์ความคล่องตัว ความสะดวกสบาย และสมรรถนะที่ตอบโจทย์ทุกสภาวะการขับขี่ คำถามที่ค้างคาในใจคือ BMW Series 5 และ Series 3 ใหม่นี้ จะมอบประสบการณ์ที่เร้าใจและน่าประทับใจอย่างที่คาดหวังไว้ได้หรือไม่?
BMW Series 5: นิยามใหม่แห่งยนตรกรรม Executive Sedan
เราเริ่มต้นการสำรวจเจาะลึกที่ BMW Series 5 ในสองรุ่นย่อยที่น่าจับตามอง: 520d M Sport (ราคา 3,539,000 บาท พร้อมโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard) และ 530e M Sport (ราคา 3,739,000 บาท พร้อมโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard)
การออกแบบภายนอก: ความสง่างามที่มาพร้อมกับความสปอร์ต
เมื่อพิจารณาดีไซน์ภายนอกของ BMW Series 5 เจเนอเรชั่นที่ 7 จะเห็นถึงการปรับเปลี่ยนที่ชัดเจนจากรุ่นก่อนหน้า เส้นสายบริเวณด้านหน้าและท้ายรถได้รับการออกแบบใหม่ให้มีความเฉียบคมและทรงพลังยิ่งขึ้น กระจังหน้าไตคู่ขนาดใหญ่ขึ้น 20% ในรูปทรงแปดเหลี่ยมที่เชื่อมต่อกับกันชนหน้าอย่างลงตัว ส่วนบนของซี่กระจังหน้ายื่นออกมาเล็กน้อย สอดรับกับไฟหน้า Adaptive LED ดีไซน์เรียวยาวรูปตัว L ที่ดุดัน ช่องดักอากาศแนวตั้งบนกันชนหน้า เสริมลุคสปอร์ตให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ส่วนท้ายรถ โดดเด่นด้วยเส้นสายที่คมชัดและทรงพลัง ไฟท้าย LED แบบสามมิติรูปตัว L รับกับไฟหน้าได้อย่างลงตัว พร้อมกรอบสีดำ ไฟท้ายและไฟเบรกดีไซน์ให้ดูกลมกลืน ท่อไอเสียทรงสี่เหลี่ยมคางหมูที่ติดตั้งอยู่ทั้งสองฝั่งของกันชนท้าย ได้รับการออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของดีไซน์โดยรวม
มิติตัวถังของ Series 5 ใหม่ ได้รับการขยายให้ยาวขึ้นเป็น 4,963 มิลลิเมตร (ยาวกว่ารุ่นก่อนหน้า 27 มิลลิเมตร) พร้อมค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ (Cd) ที่ต่ำเพียง 0.23 บ่งบอกถึงหลักอากาศพลศาสตร์ที่ยอดเยี่ยม นอกจากนี้ ยังมาพร้อมชุดแต่ง M Aerodynamics และล้ออัลลอย M น้ำหนักเบา Double-spoke ขนาด 18 นิ้ว สำหรับ 520d M Sport และล้ออัลลอย M น้ำหนักเบา Y-spoke แบบสลับสี ขนาด 19 นิ้ว สำหรับ 530e M Sport ที่สะท้อนถึงความสปอร์ตพรีเมียมได้อย่างเต็มเปี่ยม
ขุมพลัง: ประสิทธิภาพที่เหนือกว่าด้วยเทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo
หัวใจหลักของ BMW Series 5 ใหม่ คือเทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ล่าสุด
BMW 520d M Sport ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ พละกำลังสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ที่ 1,750 – 2,500 รอบต่อนาที ตัวเลขสมรรถนะจากโรงงานระบุว่าสามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 7.5 วินาที และมีความเร็วสูงสุด 235 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
BMW 530e M Sport มาพร้อมระบบขับเคลื่อนปลั๊กอินไฮบริด ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 184 แรงม้า (แรงบิดสูงสุด 300 นิวตันเมตร) กับมอเตอร์ไฟฟ้า ส่งผลให้มีกำลังรวมสูงสุดถึง 292 แรงม้า และแรงบิดรวมสูงสุด 420 นิวตันเมตร ยิ่งไปกว่านั้น ระบบ XtraBoost ยังสามารถเสริมพละกำลังได้อีก 40 แรงม้า เป็นระยะเวลา 10 วินาที ในโหมด SPORT ทำให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อยู่ที่ 5.9 วินาที และมีความเร็วสูงสุด 235 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พิเศษยิ่งกว่าคือ สามารถขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนได้เป็นระยะทาง 52 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) ด้วยพลังงานจากแบตเตอรี่แรงดันสูงความจุ 12.0 กิโลวัตต์ชั่วโมง ที่ติดตั้งไว้ใต้เบาะหลัง
ช่วงล่างและระบบขับเคลื่อน: สมรรถนะการขับขี่ที่ไร้ที่ติ
เอกลักษณ์ของ Series 5 ยังคงอยู่ที่การออกแบบฐานล้อที่ยาวและกว้าง เน้นความเบาของโครงสร้าง และการกระจายน้ำหนักที่สมดุลแบบ 50:50 ช่วงล่างด้านหน้าแบบปีกนกคู่ และด้านหลังแบบ five-link คือส่วนประกอบสำคัญที่มอบความมั่นคงและแม่นยำในการขับขี่
สำหรับ 530e M Sport มาพร้อมระบบ Integral Active Steering ซึ่งเป็นการบังคับเลี้ยว 4 ล้อ ที่ช่วยเสริมการเข้าโค้งเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง โดยล้อหลังจะปรับองศาเพื่อช่วยในการเข้าโค้ง ส่งผลให้วงเลี้ยวแคบลงและเพิ่มความคล่องตัวอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งไปกว่านั้น ยังมาพร้อมช่วงล่างแบบ Adaptive ที่สามารถปรับการหน่วงตามสภาวะการขับขี่ได้
ในขณะที่ 520d M Sport มาพร้อมช่วงล่างแบบ M Sport ที่ให้ความรู้สึกสปอร์ตและเฉียบคมยิ่งขึ้น
เทคโนโลยีช่วยการขับขี่: ความปลอดภัยและสะดวกสบายที่เหนือกว่า
ทั้ง 520d M Sport และ 530e M Sport ต่างมาพร้อมระบบ Driving Assistant ที่ครอบคลุมและทันสมัย
BMW 530e M Sport มาพร้อมระบบ Active Cruise Control with Stop & Go function ที่ช่วยรักษาความเร็วและระยะห่างจากรถคันหน้าได้อย่างแม่นยำ รวมถึงหยุดและออกตัวตามการจราจรได้อัตโนมัติ
BMW 520d M Sport มาพร้อมระบบ Cruise Control with braking function ที่ช่วยควบคุมความเร็วและลดความเร็วได้ตามต้องการ
นอกจากนี้ ทั้งสองรุ่นยังติดตั้งระบบ Attentiveness Assistant ที่ช่วยเตือนเมื่อผู้ขับขี่มีอาการเหนื่อยล้า
ระบบความปลอดภัยอื่นๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่ Crash Sensor, Side Impact Protection, Active Protection และ Park Distance Control (เซนเซอร์ควบคุมระยะการจอดด้านหน้าและหลัง) สำหรับ 530e M Sport ยังมาพร้อม Surround View Camera และ Parking Assistant Plus ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการจอดรถได้อย่างไร้กังวล
ภายในห้องโดยสาร: ความหรูหราที่เน้นผู้ขับขี่
การออกแบบภายในห้องโดยสารของ BMW Series 5 ใหม่ ยังคงเน้นความสง่างาม ความทันสมัย และศูนย์กลางการควบคุมที่มุ่งเน้นไปที่ผู้ขับขี่ วัสดุคุณภาพสูงและการตัดเย็บที่ประณีต สะท้อนถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียด คอนโซลกลางสีดำเงาตัดกับพวงมาลัย M Sport หุ้มหนังมัลติฟังก์ชั่น เบาะหนังแท้ Dakota ในทั้งสองรุ่น มาพร้อมการตกแต่งภายในด้วยอะลูมิเนียมลาย Rhombicle Smoke Grey และแถบโครเมียม สร้างบรรยากาศที่หรูหราและสปอร์ต
ระบบความบันเทิงและเทคโนโลยี: ประสบการณ์ที่เชื่อมต่อไร้ขีดจำกัด
ทั้งสองรุ่นมาพร้อม BMW Head-up Display และ BMW Live Cockpit Professional ที่แสดงผลบนจอ Control Display ขนาด 12.3 นิ้ว ทำงานบนระบบปฏิบัติการ BMW Operating System 7 ที่ล้ำสมัย ระบบ Comfort Access System รองรับ BMW Digital Key ที่เปลี่ยน iPhone ของคุณให้เป็นกุญแจรถ สามารถควบคุมการล็อกและปลดล็อกรถได้ผ่านเทคโนโลยี NFC
ผู้ขับขี่สามารถควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ของรถยนต์ได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการสัมผัสบนหน้าจอ, การใช้ปุ่มควบคุม iDrive, การสั่งงานด้วยเสียงผ่าน BMW Intelligent Personal Assistant หรือแม้กระทั่ง BMW Gesture Control เพื่อประสบการณ์การใช้งานที่สะดวกสบายและเป็นส่วนตัวอย่างแท้จริง
BMW 520d M Sport: ประสบการณ์การขับขี่ที่สมดุล
ในการทดสอบบนสนาม ปฏิกิริยาการตอบสนองทันทีที่ได้ลองกดคันเร่งเพื่อสัมผัสอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ช่างน่าประทับใจ ตัวเลขที่ BMW เคลมมานั้นใกล้เคียงกับการทดสอบจริงอย่างมาก (ซึ่งแน่นอนว่าขึ้นอยู่กับเทคนิคการขับขี่ของแต่ละบุคคล) ระบบช่วงล่างให้ความมั่นใจในการเข้าโค้งอย่างยิ่ง ให้สัมผัสที่หนึบแน่น ขับสนุก ไม่ว่าจะขับขี่แบบหรูหรา หรือเร่งสปีดหนักๆ การเข้าโค้งที่ท้าทายก็รู้สึกได้ว่ารถยังคงควบคุมได้อย่างมั่นคง
การทดสอบ Slalom แสดงให้เห็นถึงความคล่องตัวที่น่าประทับใจสำหรับรถขนาดนี้ การโยกซ้าย-ขวา ทำได้อย่างฉับไวและแม่นยำ ขณะที่การทดสอบ Elk Test (การหลบหลีกสิ่งกีดขวาง) ก็สร้างความอุ่นใจได้เป็นอย่างดี หากต้องเผชิญกับสถานการณ์ฉุกเฉินบนท้องถนน
ในด้านความสะดวกสบาย การเดินทางทั้งสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหลังยังคงเป็นจุดเด่นของ BMW Series 5 ความรู้สึกไม่เหน็ดเหนื่อย ไม่ว่าจะขับขี่ในเมืองหรือเดินทางไกล ทำให้ BMW 520d M Sport ยังคงเป็นรถในคลาส Executive car ที่โดดเด่นอย่างแท้จริง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสมดุลระหว่างความสะดวกสบายในการขับขี่ และสมรรถนะที่เร้าใจ ในวันที่ต้องการปลดปล่อยอะดรีนาลีน พร้อมความมั่นใจในระบบความปลอดภัยที่ครบครัน
BMW 530e M Sport: พลังแห่งอนาคตกับสมรรถนะที่เหนือกว่า
ด้วยขุมพลังจากเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ส่งกำลังรวมสูงสุด 292 แรงม้า และแรงบิดรวม 420 นิวตันเมตร ทำให้อัตราเร่งของ 530e M Sport รู้สึกเร้าใจกว่า 520d M Sport อย่างชัดเจน การเร่งแซงทำได้อย่างทันใจ ตอบสนองทุกการสั่งการ
สิ่งที่น่าประทับใจยิ่งขึ้นคือ ระบบบังคับเลี้ยว 4 ล้อ (Integral Active Steering) ที่ทำให้ Series 5 โมเดลนี้มีความคล่องตัวเหนือกว่ารุ่น 520d M Sport อย่างเห็นได้ชัด การทดสอบ Elk Test และ Slalom แสดงให้เห็นถึงการควบคุมรถที่ง่ายขึ้น การโยนตัวน้อยลง และวงเลี้ยวที่แคบลงอย่างมีนัยสำคัญ
ระบบ Active Cruise Control with Stop & Go function ทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ ช่วยลดภาระการขับขี่ได้อย่างดีเยี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเดินทางไกล หรือบนทางด่วน
เมื่อนำไปทดสอบบนถนนจริงในสภาวะที่หลากหลาย มอบความรู้สึกมั่นใจในการขับขี่ สมรรถนะดีเยี่ยม ช่วงล่างรองรับทุกสภาพถนนได้อย่างไร้ที่ติ พวงมาลัยคม และแม่นยำ แม้กระทั่งเมื่อเปลี่ยนให้ช่างภาพของเรา ชายหนุ่มผู้มีจิตวิญญาณนักแข่ง มาลองขับทดสอบ เขาก็ยังคงสนุกกับการเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง โดยที่ผู้เขียนรู้สึกว่ารถยังคงนิ่งอย่างน่าประหลาดใจ แม้ตัวเลขความเร็วบนหน้าจอจะบ่งบอกถึงความเร็วที่สูงมากก็ตาม (ในส่วนของอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ยังคงต้องรอการทดสอบในสภาวะการใช้งานจริงในระยะยาว)
โดยสรุป BMW 530e M Sport เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้บริหารที่ต้องการความหรูหรา สมรรถนะอันทรงพลัง และเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดที่ล้ำสมัย ขับขี่สบาย ผู้โดยสารได้รับความสะดวกสบาย ตอบสนองทุกอารมณ์การขับขี่ ไม่ว่าจะต้องการความนุ่มนวล หรือปลดปล่อยสัญชาตญาณนักซิ่ง ระบบการควบคุมรถและความปลอดภัยที่ครบครัน ยังช่วยเพิ่มความอุ่นใจให้กับการเดินทางในทุกสภาวะ
BMW 330Li M Sport: ความลงตัวของ Compact Executive Sedan
หลังจากสัมผัสประสบการณ์กับ Series 5 แล้ว เราได้มาต่อกันที่ BMW 330Li M Sport (ราคา 2,899,000 บาท พร้อมโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard) ซึ่งเป็นรุ่นที่น่าสนใจไม่แพ้กัน
ดีไซน์ภายนอก: สปอร์ต หรูหรา และกว้างขวาง
BMW 330Li M Sport คันนี้คือ Series 3 Gran Sedan รุ่นฐานล้อยาว ที่ผสมผสานความสปอร์ตโฉบเฉี่ยวเข้ากับความโอ่อ่าและสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ด้วยฐานล้อที่ยาวขึ้นกว่ารุ่นปกติถึง 110 มิลลิเมตร ทำให้ตัวรถมีมิติความยาวรวม 4,819 มิลลิเมตร ความกว้างยังคงเดิมที่ 1,827 มิลลิเมตร และความสูงเพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ 1,441 มิลลิเมตร ส่งผลให้ความยาวบริเวณประตูหลังเพิ่มขึ้น 110 มิลลิเมตร และพื้นที่ห้องโดยสารแถวหลังยาวขึ้นอีก 43 มิลลิเมตร
ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยกระจังหน้าไตคู่ขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกับไฟหน้า LED ทรงเรียวยาว ดีไซน์ Hofmeister Kink ที่เป็นเอกลักษณ์ ถูกออกแบบให้กลมกลืนกับเสา C ไฟท้ายเพรียวบางรูปตัว L และท่อไอเสียแบบคู่
ขุมพลัง: สมรรถนะเกินตัว
หัวใจหลักของ 330Li M Sport คือเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ที่ให้กำลังสูงสุด 258 แรงม้า (แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร) ทำงานควบคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Sport Steptronic 8 จังหวะ สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ภายใน 6.2 วินาที และมีความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
รถคันนี้มาพร้อมระบบ Driving Experience Control ที่มีโหมดการขับขี่ให้เลือกทั้ง COMFORT, SPORT และ ECO PRO รวมถึงล้ออัลลอย M ขนาด 18 นิ้ว ลาย Double-spoke แบบสลับสี ที่เสริมความสปอร์ตให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ภายในห้องโดยสาร: ความสะดวกสบายที่เหนือระดับ
ฟีเจอร์เด่นที่สัมผัสได้ทันทีคือ พื้นที่โดยสารตอนหลังที่กว้างขวางขึ้น จากความยาวฐานล้อที่เพิ่มขึ้น ทำให้ Leg room กว้างขวาง ผู้โดยสารเข้า-ออกสะดวก เบาะหลังนั่งสบาย พร้อมระบบปรับอากาศแยก 3 โซน (หน้าซ้าย, หน้าขวา, หลัง) และหลังคาพาโนรามิครูฟ ยิ่งทำให้ Series 3 คันนี้มอบความสบายในการเดินทางที่เหนือกว่ารุ่นบอดี้มาตรฐานอย่างชัดเจน
BMW 330Li M Sport: ประสบการณ์การขับขี่ที่น่าทึ่ง
สัมผัสแรกที่ได้ลองขับคือ อัตราเร่งที่โหดเกินตัว จังหวะคิกดาวน์ให้ความรู้สึกดึงที่สะใจ อัตราเร่งไม่เป็นรองรุ่นพี่อย่าง Series 5 ทั้งสองคันที่ได้ทดสอบไปก่อนหน้านี้
ในการทดสอบ Elk Test และ Slalom แสดงให้เห็นถึงความคล่องตัวตามสไตล์ Series 3 พวงมาลัยคม น้ำหนักกำลังดี ช่วงล่างแน่น และฐานล้อที่ยาวขึ้น ช่วยเสริมความมั่นคงในการขับขี่ได้ดียิ่งขึ้น
เมื่อสลับมานั่งเบาะหลัง และให้ช่างภาพของเราลองขับทดสอบ พบว่าอาการโยนตัวน้อยกว่าที่คาดคิดไว้ แสดงให้เห็นถึงการเซ็ตช่วงล่างที่ลงตัวสำหรับการใช้งานทั้งการขับขี่และการเป็นผู้โดยสาร
โดยสรุป BMW 330Li M Sport คือ Compact Executive Sedan รุ่น Gran Sedan หรือ Long Wheel Base คันแรกของ BMW ในตระกูล Series 3 ที่เข้ามาทำตลาดในไทย มอบความคุ้มค่าอย่างแท้จริง สำหรับผู้ที่ต้องการรถหรู สมรรถนะเยี่ยม ขนาดกำลังพอเหมาะ และต้องการเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้โดยสารตอนหลังได้อย่างเต็มที่ ทั้งสำหรับครอบครัว เพื่อนร่วมงาน หรือเพื่อนฝูง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้บริหารที่ต้องการรถขนาดที่เหมาะกับการใช้งานในเมือง มีความโฉบเฉี่ยวและหรูหราในคันเดียว
บทสรุป: การแข่งขันที่ท้าทาย ประโยชน์ที่ตกแก่ผู้บริโภค
การทดสอบ BMW 520d M Sport, 530e M Sport และ 330Li M Sport บนสนามแข่งและบนถนนจริงในช่วงเวลาสั้นๆ นี้ ทำให้เห็นถึงศักยภาพที่แตกต่างกันของแต่ละรุ่น ไม่มีรุ่นใดดีกว่ารุ่นไหนอย่างชัดเจน ขึ้นอยู่กับความต้องการและไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล
การแข่งขันในตลาดรถพรีเมียมยังคงดุเดือด BMW ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมในปีที่ผ่านมา แต่คู่แข่งสำคัญอย่าง Mercedes-Benz และ Audi ก็พร้อมที่จะเข้ามาท้าชิงในตลาดนี้อย่างไม่ลดละ
ยิ่งการแข่งขันมีมากเท่าไร ผู้บริโภคอย่างเรายิ่งได้รับประโยชน์มากขึ้นเท่านั้น เพราะเราจะมีโอกาสได้สัมผัสกับยนตรกรรมที่ดีที่สุด เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และราคาที่สมเหตุสมผล
หากคุณกำลังมองหายนตรกรรมพรีเมียมที่ผสานสมรรถนะอันยอดเยี่ยม ดีไซน์ที่โดดเด่น และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย BMW Series 5 และ Series 3 ใหม่ คือตัวเลือกที่คุณไม่ควรมองข้าม อย่ารอช้า! ลองเข้ามาสัมผัสประสบการณ์ขับขี่จริงกับ BMW แล้วคุณจะค้นพบยนตรกรรมที่ใช่สำหรับคุณ.