
BMW ซีรีส์ 5 และ 3: สัมผัสสมรรถนะเหนือระดับ ประสบการณ์ขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ
ในฐานะผู้ที่คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการพัฒนาและความเปลี่ยนแปลงของแบรนด์รถยนต์ชั้นนำมากมาย แต่สำหรับ BMW แล้ว เป็นแบรนด์ที่ผมให้ความสนใจเป็นพิเศษเสมอมา ยิ่งในปี 2020 ที่ผ่านมา แม้จะเผชิญความท้าทายรอบด้านจากสถานการณ์โควิด-19 แต่ BMW กลับแสดงศักยภาพได้อย่างยอดเยี่ยม พิสูจน์ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ระดับโลก และในปี 2021 นี้ ข่าวดีก็ยังคงหลั่งไหลมาไม่หยุดหย่อน เมื่อ BMW ประเทศไทย สามารถกวาดรางวัลอันทรงเกียรติถึง 12 รางวัลจากเวที Car & Bike of the Year 2021 หนึ่งในนั้นคือรางวัล “Best Diesel Mid-Size Sedan” ที่มอบให้กับ BMW 520d M Sport รุ่นที่ผมมีโอกาสได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่อย่างใกล้ชิด
การทดสอบครั้งนี้ BMW ไม่ได้จำกัดให้เราได้ลองเพียงรุ่นเดียว แต่ได้จัดเตรียมรถยนต์มาให้ทดลองขับถึง 3 รุ่น ได้แก่ BMW 520d M Sport, BMW 530e M Sport และ BMW 330Li M Sport ณ สนามปทุมธานี สปีดเวย์ เพื่อวัดสมรรถนะในสนามแข่งอย่างแท้จริง ผ่านการทดสอบที่หลากหลาย เช่น Elk Test การทดสอบหักหลบสิ่งกีดขวางฉุกเฉิน รวมถึงการทดสอบสมรรถนะของระบบช่วงล่างและระบบขับเคลื่อนต่างๆ อาทิ ระบบ Integral Active Steering ใน BMW 530e M Sport ที่ช่วยปรับองศาของล้อหลังเพื่อการเข้าโค้งที่เฉียบคมยิ่งขึ้น ตลอดจนระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง เช่น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติพร้อมฟังก์ชัน Stop & Go (Active Cruise Control with Stop & Go function) และระบบเตือนขณะเปลี่ยนเลน (Lane Departure Warning)
ยิ่งไปกว่านั้น BMW ประเทศไทย ยังเปิดโอกาสให้เราได้นำยนตรกรรมทั้ง 3 รุ่น ออกไปทดลองขับขี่บนถนนจริง เพื่อสัมผัสถึงประสบการณ์การขับขี่ในชีวิตประจำวัน พิสูจน์ความคล่องตัว ความสะดวกสบาย และประสิทธิภาพที่แท้จริงในการเดินทางของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร คำถามที่ค้างคาในใจคือ BMW Series 5 และ Series 3 รุ่นใหม่นี้ จะมอบความเร้าใจและสมรรถนะได้ดั่งที่เราคาดหวังไว้หรือไม่?
BMW Series 5: การผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความหรูหราและสมรรถนะ
เริ่มต้นการสัมผัสประสบการณ์กับ BMW Series 5 ในสองรุ่นย่อยที่น่าสนใจ ได้แก่ BMW 520d M Sport (ราคา 3,539,000 บาท พร้อมโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard) และ BMW 530e M Sport (ราคา 3,739,000 บาท พร้อมโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard)
ดีไซน์ภายนอก: ความสง่างามที่พัฒนาไปอีกขั้น
เมื่อพิจารณา BMW Series 5 เจเนอเรชันที่ 7 นี้ จะพบเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า เส้นสายดีไซน์บริเวณด้านหน้าและท้ายรถมีความโฉบเฉี่ยวและทรงพลังยิ่งขึ้น กระจังหน้าไตคู่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นถึง 20% ในรูปทรงแปดเหลี่ยมใหม่ ลากยาวบรรจบกับกันชนหน้า กรอบโครเมียมเชื่อมต่อเป็นชิ้นเดียว สร้างความโดดเด่นเหนือใคร ส่วนบนของซี่กระจังหน้ายื่นออกมาเล็กน้อย รับกับชุดไฟหน้า Adaptive LED ดีไซน์เรียวยาว รูปทรงตัว L อันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมช่องดักอากาศแนวตั้งทั้งสองข้างบนกันชนหน้า ทำให้รถดูดุดันและสง่างามในเวลาเดียวกัน
ส่วนท้ายรถก็ไม่น้อยหน้า เส้นสายดูคมชัดและทรงพลัง ไฟท้าย LED แบบสามมิติรูปทรงตัว L สอดรับกับไฟหน้า พร้อมกรอบสีดำเงา ไฟท้ายและไฟเบรกดีไซน์ให้กลมกลืนเป็นหนึ่งเดียว ท่อไอเสียทรงสี่เหลี่ยมคางหมูที่ท้ายรถทั้งสองด้าน ถูกออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของกันชนท้ายอย่างลงตัว มิติของรถที่ยาวขึ้นเป็น 4,963 มิลลิเมตร (ยาวขึ้น 27 มิลลิเมตรจากรุ่นก่อน) และค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ (Cd) ที่ 0.23 สะท้อนถึงการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ขั้นสูง มาพร้อมชุดแต่ง M Aerodynamics และล้ออัลลอย M น้ำหนักเบา Double-spoke ขนาด 18 นิ้ว สำหรับ 520d M Sport และล้ออัลลอย M น้ำหนักเบา Y-spoke แบบสลับสี ขนาด 19 นิ้ว สำหรับ 530e M Sport เพิ่มความสปอร์ตและพรีเมียมให้กับตัวรถ
ขุมพลัง: ทางเลือกที่หลากหลาย ตอบโจทย์ทุกสไตล์การขับขี่
BMW Series 5 มาพร้อมเทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ใหม่ล่าสุด ตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ที่หลากหลาย
BMW 520d M Sport ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ที่ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ในช่วง 1,750 – 2,500 รอบต่อนาที ให้สมรรถนะอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 7.5 วินาที และความเร็วสูงสุด 235 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นขุมพลังที่ให้ความประหยัดและกำลังที่เพียงพอสำหรับการใช้งานในทุกวัน
BMW 530e M Sport มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนปลั๊กอินไฮบริดที่ล้ำสมัย เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 184 แรงม้า ที่ 5,000 – 6,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 300 นิวตันเมตร ในช่วง 1,350 – 4,000 รอบต่อนาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ส่งกำลังรวมสูงสุด 292 แรงม้า และแรงบิดรวมสูงสุด 420 นิวตันเมตร นอกจากนี้ยังมีระบบ XtraBoost ที่เพิ่มกำลังส่งในการเร่งความเร็วได้ถึง 40 แรงม้า เป็นเวลา 10 วินาที ในโหมด SPORT ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 5.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 235 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และสามารถขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนเป็นระยะทาง 52 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC ด้วยพลังงานจากแบตเตอรี่แรงดันสูงความจุ 12.0 กิโลวัตต์ชั่วโมงที่ติดตั้งอยู่ใต้เบาะหลัง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ช่วงล่างและระบบขับเคลื่อน: ความแม่นยำที่เหนือชั้น
BMW Series 5 ยังคงเอกลักษณ์ของแบรนด์ด้วยฐานล้อที่ยาวและกว้าง การออกแบบที่เน้นน้ำหนักเบา และการกระจายน้ำหนักแบบ 50:50 ช่วงล่างมาพร้อมเพลาหน้าแบบปีกนกคู่ และเพลาหลังแบบ five-link ที่ให้ความมั่นคงและยึดเกาะถนนได้อย่างดีเยี่ยม
สำหรับ 530e M Sport โดดเด่นด้วยระบบ Integral Active Steering ซึ่งเป็นระบบที่ช่วยปรับองศาของล้อหลังเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าโค้งและการควบคุมรถที่แม่นยำยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง ระบบนี้ทำงานโดยการบังคับล้อหลังให้เลี้ยวไปในทิศทางเดียวกันกับล้อหน้าเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง เพื่อเพิ่มเสถียรภาพ และเลี้ยวในทิศทางตรงกันข้ามเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วต่ำ เพื่อเพิ่มความคล่องตัว ทำให้รถมีวงเลี้ยวที่แคบลงอย่างน่าประทับใจ มาพร้อมช่วงล่างแบบ Adaptive ที่สามารถปรับความหนืดตามสภาพถนนและโหมดการขับขี่
ส่วน 520d M Sport มาพร้อมช่วงล่างแบบ M Sport ที่เน้นความสปอร์ตและความรู้สึกฉับไวในการควบคุม
เทคโนโลยีช่วยการขับขี่: ความปลอดภัยอัจฉริยะ
ทั้ง BMW 520d M Sport และ 530e M Sport มาพร้อมระบบ Driving Assistant ที่หลากหลาย เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการขับขี่
520d M Sport มาพร้อมระบบควบคุมความเร็วคงที่พร้อมฟังก์ชันช่วยลดความเร็ว (Cruise Control with braking function)
530e M Sport มาพร้อมระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติพร้อมฟังก์ชัน Stop & Go (Active Cruise Control with Stop & Go function) ซึ่งสามารถปรับความเร็วให้สัมพันธ์กับรถคันหน้าได้อย่างแม่นยำ รวมถึงการหยุดและออกตัวอัตโนมัติในสภาพการจราจรติดขัด
ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (Attentiveness Assistant) มีติดตั้งในทั้งสองรุ่น เพื่อเตือนผู้ขับขี่เมื่อตรวจพบอาการเหนื่อยล้า
นอกจากนี้ ยังมีระบบความปลอดภัยอื่นๆ ที่ครบครัน เช่น เซนเซอร์ควบคุมระบบความปลอดภัยเมื่อเกิดการชน (Crash Sensor) ระบบป้องกันการกระแทกจากด้านข้าง (Side Impact Protection) ระบบ Active Protection ที่ทำงานร่วมกับเข็มขัดนิรภัยและถุงลมนิรภัยเพื่อลดความรุนแรงของการบาดเจ็บเมื่อเกิดอุบัติเหตุ และเซนเซอร์ควบคุมระยะการจอดด้านหน้าและหลัง (Park Distance Control)
สำหรับ 530e M Sport ยังเสริมด้วยกล้องแสดงภาพรอบทิศทาง (Surround View Camera) และระบบช่วยนำรถเข้าที่จอดอัตโนมัติรุ่น Plus (Parking Assistant Plus) ซึ่งช่วยให้การจอดรถในพื้นที่จำกัดเป็นเรื่องง่ายดาย
ภายในห้องโดยสาร: ความหรูหราเหนือระดับ
การออกแบบภายในห้องโดยสารยังคงเน้นความสง่างาม ความล้ำสมัย และความเป็นมิตรต่อผู้ขับขี่เป็นหลัก การตกแต่งด้วยวัสดุพรีเมียมและงานฝีมือที่ประณีต สร้างบรรยากาศที่หรูหราและน่าประทับใจ ปุ่มควบคุมบริเวณคอนโซลกลางมาในสีดำเงา ตัดกับพวงมาลัยหุ้มหนัง M Sport คอนโซลด้านบนบุด้วยหนัง Sensatec ในทั้งสองรุ่น มาพร้อมเบาะหนังแท้ Dakota ที่ให้ความสบายและความหรูหรา ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยอลูมิเนียมลาย Rhombicle Smoke Grey พร้อมแถบโครเมียม เพิ่มมิติและความพรีเมียม
ระบบความบันเทิงและเทคโนโลยี: เชื่อมต่อทุกการเดินทาง
ระบบความบันเทิงและเทคโนโลยีใน BMW Series 5 นั้นล้ำสมัยอย่างแท้จริง
BMW Head-up Display แสดงข้อมูลการขับขี่ที่สำคัญบนกระจกหน้า ช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องละสายตาจากถนน
BMW Live Cockpit Professional แสดงผลบนจอ Control Display ขนาด 12.3 นิ้ว ทำงานบนระบบปฏิบัติการใหม่ล่าสุด BMW Operating System 7.0 ที่มีความยืดหยุ่นและปรับแต่งได้ตามความต้องการของผู้ใช้
Comfort Access System ระบบปลดล็อกประตูอัจฉริยะที่รองรับ BMW Digital Key ซึ่งเปลี่ยน iPhone ให้กลายเป็นกุญแจรถ สามารถล็อกและปลดล็อกรถได้ด้วยเทคโนโลยี NFC (Near Field Communication) รองรับผู้ใช้สูงสุด 5 คน
การควบคุมระบบการทำงานของรถยนต์ ระบบความบันเทิง การสื่อสาร ระบบเชื่อมต่อ และระบบนำทาง สามารถทำได้หลากหลายช่องทาง ทั้งจอ Control Display ระบบสัมผัส, ระบบ iDrive, ปุ่มควบคุมมัลติฟังก์ชั่นบนพวงมาลัย, ระบบสั่งงานด้วยเสียงผ่าน BMW Intelligent Personal Assistant และ BMW Gesture Control ที่ให้คุณควบคุมฟังก์ชันบางอย่างด้วยการเคลื่อนไหวมือ
ประสบการณ์การขับขี่: เร้าใจในทุกมิติ
เมื่อได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ BMW 520d M Sport บนสนามแข่ง อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ใกล้เคียงกับตัวเลขที่ทางแบรนด์เคลมไว้ (ซึ่งอาจแตกต่างกันไปตามเทคนิคของผู้ขับขี่) ระบบช่วงล่างให้ความรู้สึกมั่นคง แน่นหนึบ ควบคุมรถได้อย่างแม่นยำ ให้ทั้งความหรูหราและความเร้าใจในการขับขี่ แม้เผชิญโค้งที่ท้าทายในสนามแข่ง ก็ยังรู้สึกได้ถึงการยึดเกาะที่ดีเยี่ยม การทดสอบสลาลอมแสดงให้เห็นถึงความคล่องตัวที่น่าประทับใจสำหรับรถขนาดนี้ การโยกซ้ายขวาทำได้อย่างสนุกสนาน ส่วนการทดสอบหลบสิ่งกีดขวางฉุกเฉิน ก็สร้างความมั่นใจได้เป็นอย่างดี หากต้องเผชิญสถานการณ์วิกฤต
นอกเหนือจากสมรรถนะในสนามแข่ง การโดยสารใน BMW 520d M Sport ยังคงให้ความรู้สึกสะดวกสบายอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะขับขี่ในเมืองหรือเดินทางไกล ผมมองว่า 520d M Sport ยังคงเป็นรถในคลาส Executive Sedan ที่โดดเด่นในเซกเมนต์นี้อย่างแท้จริง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทั้งความสะดวกสบายในการขับขี่ ควบคู่ไปกับสมรรถนะที่เร้าใจในวันที่ต้องการปลดปล่อย และมั่นใจได้ในระบบความปลอดภัยที่ครบครัน
สำหรับ BMW 530e M Sport ด้วยพละกำลังรวมสูงสุด 292 แรงม้า และแรงบิดรวม 420 นิวตันเมตร ทำให้อัตราเร่งมีความเร้าใจกว่า 520d M Sport อย่างชัดเจน การเร่งแซงทำได้อย่างทันใจทันที ระบบบังคับเลี้ยว 4 ล้อ (Integral Active Steering) ทำให้ Series 5 รุ่นนี้มีความคล่องตัวกว่าที่คาดคิดอย่างมาก โดยเฉพาะในการทดสอบ Elk Test และสลาลอม ที่สามารถควบคุมรถได้ง่ายกว่าในการหักเลี้ยวอย่างรวดเร็ว อาการโยนน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด พร้อมวงเลี้ยวที่แคบลงอย่างน่าทึ่ง ระบบ Active Cruise Control with Stop & Go function ทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ ช่วยลดภาระการขับขี่ได้อย่างมาก โดยเฉพาะการขับทางไกลหรือบนทางด่วน
เมื่อนำไปทดลองขับบนสภาพถนนจริงของประเทศไทย ที่มีความหลากหลาย BMW 530e M Sport ก็มอบความรู้สึกมั่นใจในการขับขี่ได้ตามที่คาดหวัง คือ ขับสบาย สมรรถนะดี ช่วงล่างเอาอยู่ และพวงมาลัยคมกริบ ควบคุมได้อย่างใจ แม้แต่เมื่อสลับตำแหน่งให้ช่างภาพของเรา ซึ่งมีสไตล์การขับขี่ที่ดุดัน มาทดลองขับ ก็ยังสัมผัสได้ถึงความนิ่งของรถ แม้ตัวเลขความเร็วจะบ่งบอกถึงความเร็วที่สูงก็ตาม สำหรับอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง คงต้องรอการทดสอบใช้งานจริงในระยะยาวเพื่อยืนยัน
โดยรวมแล้ว BMW 530e M Sport เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ขับขี่และผู้บริหารที่ต้องการความหรูหรา สมรรถนะที่ยอดเยี่ยม ควบคู่ไปกับเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดที่ล้ำสมัย ตอบสนองได้ทุกอารมณ์การขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่แบบเนียนๆ นุ่มนวล หรือการกดคันเร่งเพื่อสัมผัสความเร้าใจ ระบบควบคุมรถและระบบความปลอดภัยที่ให้มา ก็ช่วยสร้างความมั่นใจและเบาใจได้ในทุกสถานการณ์
BMW 3 Series Gran Sedan: ความสปอร์ตที่ลงตัว พร้อมพื้นที่ที่มากขึ้น
ก้าวสู่โลกของ BMW 3 Series กับรุ่นที่น่าสนใจไม่แพ้กัน คือ BMW 330Li M Sport (ราคา 2,899,000 บาท พร้อมโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard)
ดีไซน์ภายนอก: สปอร์ตโฉบเฉี่ยว โอ่อ่าสะดวกสบาย
BMW 330Li M Sport คือรุ่น Gran Sedan หรือ Long Wheel Base (LWB) ของ Series 3 ซึ่งให้ความรู้สึกทั้งสปอร์ต โฉบเฉี่ยว และโอ่อ่า สะดวกสบายยิ่งขึ้นสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ด้วยฐานล้อที่ยาวขึ้นกว่ารุ่นปกติถึง 110 มิลลิเมตร ทำให้ตัวรถมีมิติความยาวรวม 4,819 มิลลิเมตร ความกว้างยังคงเดิมที่ 1,827 มิลลิเมตร ส่วนความสูงเพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ 1,441 มิลลิเมตร ส่งผลให้มีความยาวเพิ่มขึ้นบริเวณประตูหลัง 110 มิลลิเมตร และพื้นที่ห้องโดยสารแถวหลังยาวขึ้นอีก 43 มิลลิเมตร
ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยกระจังหน้าไตคู่ขนาดใหญ่ขึ้น ล้อมรอบด้วยกรอบที่เชื่อมต่อเป็นชิ้นเดียว รับกับไฟหน้า LED ทรงเรียวยาว กรอบหน้าต่างดีไซน์แบบ Hofmeister Kink ที่ผสานเป็นหนึ่งเดียวกับเสา C กรอบไฟท้ายเพรียวบางยิ่งขึ้นในดีไซน์ตัว L และท่อไอเสียแบบคู่ สอดรับกับชุดแต่ง M Sport ที่ให้ความรู้สึกดุดันและสปอร์ต
ขุมพลัง: สมรรถนะดิบๆ ที่ไม่เป็นรองใคร
หัวใจของ BMW 330Li M Sport คือเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ที่ให้กำลังสูงสุด 258 แรงม้า ที่ 5,000 – 6,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ในช่วง 1,550 – 4,400 รอบต่อนาที ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 6.2 วินาที และความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำงานควบคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Sport Steptronic 8 จังหวะ ที่ตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว
ช่วงล่าง ระบบขับเคลื่อน และเทคโนโลยี
ตัวรถมาพร้อมระบบ Driving Experience Control ที่มีโหมดการขับขี่ให้เลือกทั้ง COMFORT, SPORT และ ECO PRO นอกจากนี้ ยังมาพร้อมล้ออัลลอย M ขนาด 18 นิ้ว ลาย Double-spoke แบบสลับสี ที่สอดรับกับขอบหน้าต่าง ช่องดักอากาศ และซี่กระจังหน้าไตคู่สีดำเงา ภายในติดตั้งพวงมาลัย M Sport คอนโซลด้านบนบุด้วยหนัง Sensatec และตกแต่งด้วยอะลูมิเนียมลาย Tetragon
ระบบความปลอดภัยของ 330Li M Sport ก็จัดเต็มเช่นกัน อาทิ ระบบช่วยนำเข้าที่จอดอัตโนมัติรุ่น Plus (Parking Assistant Plus) เซนเซอร์ควบคุมระยะการจอดด้านหน้าและหลัง กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง และระบบ BMW Head-up Display พร้อมระบบการเชื่อมต่อผ่านระบบปฏิบัติการ BMW Operating System 7.0 ที่เสริมประสิทธิภาพให้ระบบ BMW Intelligent Personal Assistant และ Live Cockpit Professional นอกจากนี้ BMW ConnectedDrive ยังมาพร้อมออปชั่นมากมายในการเชื่อมต่อและควบคุมระบบในตัวรถ รวมถึงการใช้ BMW Gesture Control, ระบบสั่งงานด้วยเสียง, ปุ่ม iDrive และจอแสดงผล Control Display ขนาด 10.25 นิ้ว
ประสบการณ์การขับขี่: ความลงตัวของพื้นที่และความสนุก
ฟีเจอร์เด่นที่ต้องกล่าวถึงก่อนการทดลองขับคือพื้นที่โดยสารตอนหลังที่ยาวขึ้น 43 มม. ทำให้พื้นที่วางขา (Legroom) กว้างขวางกว่า Series 3 ตัวปกติ ผู้โดยสารเข้า-ออกจากที่นั่งตอนหลังได้สะดวก เบาะหลังนุ่มสบาย พร้อมระบบปรับอากาศแยก 3 โซน (หน้าซ้าย, หน้าขวา และหลัง) และความหรูหราด้วยหลังคาพาโนรามิครูฟ ทำให้ Series 3 รุ่นนี้มอบความสบายในการเดินทางมากกว่าบอดี้มาตรฐานอย่างเห็นได้ชัด
ในด้านการขับขี่ สิ่งที่สัมผัสได้ทันทีคืออัตราเร่งที่ “โหดเกินตัว” จังหวะคิกดาวน์ให้ความรู้สึกดึงที่สะใจ อัตราเร่งไม่เป็นรองรุ่นพี่อย่าง Series 5 ทั้งสองคันที่ได้ทดลองขับไปก่อนหน้านี้ การทดสอบในด่าน Elk Test และสลาลอม ทำได้อย่างคล่องตัวตามสไตล์ Series 3 พวงมาลัยคม น้ำหนักกำลังดี ช่วงล่างแน่น และฐานล้อที่ยาวขึ้นก็ส่งผลต่อฟิลลิ่งของช่วงล่างที่ให้ความรู้สึกมั่นคงยิ่งขึ้น
เมื่อลองสลับมานั่งด้านหลัง และให้ช่างภาพของเรา ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการขับขี่ที่หนักหน่วง มาลองขับทดสอบในด่านทดสอบความคล่องตัวต่างๆ ก็พบว่ารถมีอาการโยนน้อยกว่าที่คาดไว้มาก ถือว่า BMW เซ็ตช่วงล่างมาได้อย่างยอดเยี่ยมสำหรับการใช้งานทั้งในการขับขี่เองและในฐานะผู้โดยสารตอนหลัง
โดยสรุป BMW 330Li M Sport คือรถ Compact Executive Car รุ่น Gran Sedan หรือ Long Wheel Base (LWB) ในตระกูล Series 3 รุ่นแรกที่ BMW นำมาจำหน่ายในประเทศไทย ซึ่งมีความคุ้มค่าอย่างยิ่ง เหมาะสำหรับผู้ขับขี่ที่ต้องการรถหรู สมรรถนะเยี่ยม ขนาดกำลังคล่องตัว และต้องการเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้โดยสารตอนหลัง ทั้งคนในครอบครัว เพื่อนร่วมงาน และเพื่อนฝูงที่ร่วมเดินทาง ขณะเดียวกันก็เหมาะสำหรับผู้บริหารที่ต้องการรถขนาดที่เหมาะสมกับการใช้งานในเมือง มีความโฉบเฉี่ยวและหรูหราในตัว
บทสรุป: การแข่งขันที่นำมาซึ่งประโยชน์ของผู้บริโภค
การทดสอบ BMW 520d M Sport, 530e M Sport และ 330Li M Sport บนสนามแข่งและบนถนนจริงในช่วงเวลาสั้นๆ นี้ ได้มอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจ ผลการทดสอบเบื้องต้นชี้ให้เห็นว่า ไม่มีรถคันไหนที่ “ดีที่สุด” อย่างแท้จริง ทุกรุ่นล้วนมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับความต้องการและไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่แต่ละท่าน แม้จะยังไม่ได้ทดสอบการใช้งานในชีวิตประจำวันแบบเต็มรูปแบบ แต่การทดลองขับครั้งนี้ ก็ทำให้เราสัมผัสได้ถึงสมรรถนะและฟิลลิ่งที่แตกต่างของแต่ละรุ่นได้อย่างชัดเจน
การแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดรถยนต์พรีเมียมระดับบน โดยเฉพาะระหว่าง BMW, Mercedes-Benz และ Audi ยิ่งเป็นผลดีต่อผู้บริโภค เพราะแบรนด์ต่างๆ จะต้องงัดกลยุทธ์และนวัตกรรมใหม่ๆ ออกมานำเสนอ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด
หากคุณกำลังมองหายนตรกรรมที่ผสมผสานสมรรถนะอันเป็นเลิศ ความหรูหราที่เหนือระดับ และเทคโนโลยีอันล้ำสมัย BMW Series 5 และ Series 3 รุ่นใหม่นี้ คือตัวเลือกที่คุณไม่ควรมองข้าม ขอเชิญชวนทุกท่านที่สนใจ สัมผัสประสบการณ์การขับขี่จริง เพื่อค้นหารถยนต์ BMW ที่ใช่สำหรับคุณ ณ ผู้จำหน่าย BMW ใกล้บ้านท่านได้แล้ววันนี้