
กรุงเทพฯ – 24 มีนาคม 2568: มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ขอเชิญชวนลูกค้าทุกท่านสัมผัสประสบการณ์สุดล้ำสมัย พร้อมดีไซน์อันโฉบเฉี่ยว กับการจัดแสดงครั้งแรกของรถยนต์ฟูลไฮบริด 2 รุ่นล่าสุดอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ได้แก่ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี (All-New Mitsubishi Xforce HEV) และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี เพลย์ (Mitsubishi Xpander HEV Play) ซึ่งมาพร้อมกับแคมเปญพิเศษที่น่าสนใจ นอกจากนี้ บริษัทยังได้ประกาศความพร้อมในการส่งทีม มิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต (Mitsubishi Ralliart) ลงแข่งขันในรายการ เอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ (Asia Cross Country Rally: AXCR) ปี 2025 ด้วยรถแข่ง ไทรทัน แรลลี่คาร์ (Triton Rally Car) และยังคงตอกย้ำความสำเร็จด้วยการคว้ารางวัล ‘รถยอดเยี่ยมแห่งปี 2568’ (Car of the Year 2025) ไปถึง 5 รางวัล
มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงความพิเศษของการจัดแสดงในครั้งนี้ว่า “จากการที่เราได้เปิดตัว ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย เมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา งานนี้จึงถือเป็นโอกาสสำคัญที่ลูกค้าจะได้ชมและสัมผัสรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดคันนี้อย่างใกล้ชิด รวมถึงรถ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี เพลย์ ซึ่งเป็นรุ่นพิเศษที่มีจำนวนจำกัด รถยนต์ทั้งสองรุ่นนี้แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการพัฒนารถยนต์ฟูลไฮบริดที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ดีไซน์ที่โดดเด่น และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม”
“ยิ่งไปกว่านั้น เรายังได้จัดเตรียมข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองซื้อ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ภายในวันที่ 31 พฤษภาคม และรับมอบรถภายในวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ ในแคมเปญ ‘Early Bird Offers เฉพาะช่วงเปิดตัวเท่านั้น’ โดยลูกค้าจะได้รับบัตรของขวัญที่พักโรงแรมและรีสอร์ตในเครือเซ็นทารา มูลค่า 10,000 บาท พร้อมด้วยโปรโมชั่นพิเศษอื่นๆ อีกมากมายสำหรับรถยนต์ทุกรุ่น” มร. อินาบะ กล่าวเสริมถึงข้อเสนอสุดพิเศษ
ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ได้รับการพัฒนาร่วมกับทีมวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ชาวไทย มีฐานการผลิตอยู่ที่โรงงานมิตซูบิชิ มอเตอร์ส แหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นการยืนยันถึงคุณภาพมาตรฐานสูงของรถยนต์ และการบริการหลังการขายที่ครอบคลุม ผู้ที่สนใจสามารถเลือกรุ่นย่อยได้ถึง 3 ระดับ ได้แก่ รุ่น อิกไนท์ (Ignite) รุ่น อัลทิเมท (Ultimate) และรุ่นท็อปอย่าง อัลทิเมท เอ็กซ์ (Ultimate X) ทุกรุ่นมาพร้อมกับดีไซน์ที่สะกดทุกสายตาภายใต้แนวคิด ‘Silky & Solid’ ซึ่งสะท้อนถึงความหรูหรา สง่างาม แต่ยังคงไว้ซึ่งความแข็งแกร่งและทรงพลังในทุกมิติ พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกและเร้าใจในทุกการเดินทาง ด้วยการผสานการทำงานของ 3 สุดยอดเทคโนโลยีภายใต้แบรนด์ MITSUBISHI e:MOTION รุ่นใหม่ล่าสุด ที่ยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด ให้มีอัตราเร่งที่ยอดเยี่ยม พร้อมอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ประหยัดยิ่งขึ้น โดยมีตัวเลขเฉลี่ยอยู่ที่ 24.4 กิโลเมตร/ลิตร นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับโหมดการขับขี่ที่หลากหลายถึง 7 รูปแบบ (7 Drive Mode) ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและสมรรถนะในการขับขี่ในทุกสภาพถนน รวมถึงระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC) ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถได้อย่างมั่นใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะเข้าโค้ง สำหรับช่วงล่างและระบบกันสะเทือนได้รับการพัฒนาและปรับจูนขึ้นใหม่ให้เหมาะสมกับสภาพถนนในประเทศไทยโดยเฉพาะ ซึ่งมาจากการทดสอบวิ่งจริงบนถนนเมืองไทยกว่า 100,000 กิโลเมตร เพื่อให้ได้ช่วงล่างที่สมบูรณ์แบบที่สุด
ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ยังโดดเด่นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงรอบคัน ภายใต้ชื่อระบบ ไดมอนด์ เซนส์ (Diamond Sense) ซึ่งมาพร้อมกับคุณสมบัติครบครัน เช่น ระบบกล้องมองภาพรอบคัน (Multi Around Monitor: MAM) พร้อมระบบตรวจจับการเคลื่อนไหว (Moving Object Detection: MOD) ถุงลมนิรภัยถึง 6 ตำแหน่ง และเทคโนโลยีความปลอดภัยอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ ยังมอบความสะดวกสบายสูงสุดให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ด้วยห้องโดยสารที่กว้างขวาง พื้นที่เก็บสัมภาระที่หลากหลาย และสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ในทุกรูปแบบ สำหรับในรุ่นท็อปอย่าง อัลทิเมท เอ็กซ์ (Ultimate X) ยังมาพร้อมกับระบบเสียงระดับพรีเมียม Dynamic Sound Yamaha Premium พร้อมลำโพงถึง 8 จุด เพื่อมอบประสบการณ์การฟังเพลงที่มีคุณภาพเสียงเหนือระดับ
อีกหนึ่งรุ่นที่ได้รับความสนใจอย่างมากภายในงานคือ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี เพลย์ และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี เพลย์ ซึ่งเป็นรุ่นพิเศษที่มีจำนวนจำกัด ยนตรกรรมทั้งสองรุ่นนี้ตอกย้ำถึงความสำเร็จของรถยนต์ในซีรีส์ ‘มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์’ ในฐานะผู้นำตลาดรถยนต์ครอบครัวอเนกประสงค์ 7 ที่นั่งขนาดเล็ก โดยในรุ่นพิเศษเหล่านี้ได้มีการติดตั้งชุดแต่งพิเศษจากโรงงานในโทนสีดำ ทำให้มีบุคลิกที่โดดเด่นและมีสไตล์มากขึ้น พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่เหนือระดับด้วยเทคโนโลยี MITSUBISHI e:MOTION โดยทั้งสองรุ่นยังคงโดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกสไตล์สปอร์ตพรีเมียม ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวาง สามารถปรับพับเบาะได้หลากหลายรูปแบบ รวมถึงพื้นที่เก็บสัมภาระที่สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ตามความต้องการ ตอบโจทย์ทุกการใช้งานและรองรับไลฟ์สไตล์ที่แอคทีฟของครอบครัวยุคใหม่ได้อย่างลงตัว
ภายในงาน มิตซูบิชิ ยังได้จัดแสดง มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ไพร์ม ใหม่ (All-New Mitsubishi Pajero Sport Prime) ซึ่งมาพร้อมกับฟีเจอร์ที่เพิ่มความสะดวกสบายและเทคโนโลยีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ในราคาจำหน่ายเท่าเดิม เพิ่มความคุ้มค่าให้กับผู้ใช้งาน ด้วยการยกระดับความสะดวกสบายและความปลอดภัยสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร โดยมาพร้อมกับเทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน ไดมอนด์ เซนส์ (Diamond Sense) เพื่อสร้างความมั่นใจในทุกการเดินทาง และมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น ห้องโดยสารภายในมีความสะดวกสบาย กว้างขวาง สะท้อนถึงความหรูหราและทันสมัย
ปิดท้ายด้วยการจัดแสดง มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท (Mitsubishi Triton Athlete) ซึ่งมาพร้อมกับขุมพลัง ไฮเปอร์ พาวเวอร์ เอ็กซ์ทู (Hyper Power X2) ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 204 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดที่ 470 นิวตันเมตร เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์สปอร์ตพรีเมียม ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่โดดเด่นมีสไตล์ สะกดทุกสายตา ห้องโดยสารภายในมีความสะดวกสบายในทุกจุด ผสานการออกแบบภายในด้วยโทนสีทูโทน และยังเหนือกว่าด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะรอบคัน ‘Diamond Sense’ พร้อมด้วยระบบพวงมาลัยพาวเวอร์แบบไฟฟ้า (Electric Power Steering: EPS) และระบบขับเคลื่อน ซูเปอร์ซีเล็คต์ โฟร์วีลไดร์ฟ ทู (Super Select 4WD II) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่สามารถเปลี่ยนโหมดการขับเคลื่อน 4 ล้อ (4H) ได้ทันทีแม้ในขณะที่รถกำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว (Shift-on-the-Fly) อีกทั้งยังสามารถขับเคลื่อนในโหมดขับเคลื่อน 4 ล้อฟูลไทม์ (Full-Time All Wheel Control) เพื่อเพิ่มความปลอดภัย