![Watch Part 2: N1409103_ผ วท ด เเต ไร ความซ อส ตย [ตอน1] #หน งส นสะท อนส งคม #ต องมนต ฟ ล ม](https://newsthailan.tfvp.org/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260911_171438.jpg)
การปรับโฉม Mitsubishi Xpander 2026: เมื่อการบ้านข้อด้อยถูกแก้ไข ความลงตัวจึงเกิดขึ้น
ในวงการรถยนต์ที่การแข่งขันดุเดือดชนิดที่ว่า “ก้าวผิดก้าวเดียวอาจหมายถึงการหลุดวงโคจร” การที่ผู้ผลิตจะกล้าปรับเปลี่ยนหรือแก้ไขข้อด้อยจากรุ่นก่อนหน้า ถือเป็นเดิมพันที่สูง แต่สำหรับ Mitsubishi Xpander ในโฉมปี 2026 นี้ สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่การแต่งหน้าทาปากใหม่ แต่เป็นการ “ยกเครื่อง” ในหลายมิติ จนทำให้รถครอบครัวอเนกประสงค์ 7 ที่นั่งคันนี้ กลับมาอยู่ในจุดที่เรียกว่า “ลงตัว” อย่างแท้จริง แม้ราคาจะขยับขึ้น แต่สิ่งที่ผู้บริโภคได้รับกลับมานั้น คุ้มค่าเกินกว่าจะมองข้าม บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกทุกรายละเอียดของการเปลี่ยนแปลง พร้อมวิเคราะห์สมรรถนะการขับขี่ที่ผ่านการทดสอบจริงบนเส้นทางหลากหลายสถานการณ์
การเดินทางพิสูจน์สมรรถนะ: กรุงเทพฯ – จันทบุรี 600 กิโลเมตร
เพื่อสัมผัสสมรรถนะที่แท้จริงของ Mitsubishi Xpander 2026 ทาง Mitsubishi ประเทศไทย ได้จัดกิจกรรมทดสอบพิเศษ เชิญสื่อมวลชนร่วมเดินทางบนเส้นทางกรุงเทพฯ-จันทบุรี ระยะทางไป-กลับกว่า 600 กิโลเมตร เส้นทางที่จำลองสถานการณ์การขับขี่ที่หลากหลาย ตั้งแต่สภาพการจราจรในเมืองที่คับคั่ง สู่ทางหลวงนอกเมืองที่เปิดให้ใช้ความเร็ว ไปจนถึงช่วงทางโค้งที่ท้าทาย โดยรุ่นที่ใช้ในการทดสอบครั้งนี้ คือ Xpander GT (รุ่นท็อป) ซึ่งเป็นรุ่นที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีและฟีเจอร์ล้ำสมัยที่สุด
การออกแบบภายนอก: Dynamic Shield ที่ล้ำสมัยและสง่างาม
Mitsubishi Xpander 2026 ยังคงเอกลักษณ์ของดีไซน์ Dynamic Shield อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ แต่ในโฉมปี 2026 นี้ ได้รับการปรับปรุงรายละเอียดให้ดูโฉบเฉี่ยวและพรีเมียมยิ่งขึ้น
การเปลี่ยนแปลงด้านหน้า:
การออกแบบด้านหน้าได้รับการปรับปรุงใหม่ในสไตล์ Advanced Dynamic Shield ซึ่งให้ความรู้สึกดุดันและล้ำสมัยยิ่งขึ้น จุดเด่นคือการรวมไฟหรี่ (DRL) เข้ากับไฟเลี้ยวที่อยู่ด้านบนสุด ดีไซน์โคมไฟหน้าใหม่คล้ายตัวอักษร T ใช้หลอดไฟแบบฮาโลเจน แต่ได้รับการปรับปรุงประสิทธิภาพความสว่างให้ดีขึ้น
ล้อและช่วงล่าง:
ขนาดล้อแม็กถูกอัพเกรดเป็น 17 นิ้ว สีทูโทน ซึ่งใหญ่ขึ้นจากเดิม 1 นิ้ว รัดด้วยยางขนาด 205/55 R17 การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลให้ตัวรถมีความสูงใต้ท้องรถเพิ่มขึ้น 15 มม. ส่งผลให้รถดูสง่างามและเพิ่มทัศนวิสัยการขับขี่ นอกจากนี้ ระบบช่วงล่างยังได้รับการปรับปรุงใหม่ โดยใช้โช้คอัพที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ใกล้เคียงกับรุ่น Pajero Sport แต่ยังคงใช้สปริงเดิม ส่งผลให้การซับแรงสะเทือนดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
การเปลี่ยนแปลงด้านท้าย:
ดีไซน์ด้านท้ายมีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน รูปทรงกระจกหลังและลายเส้นฝากระโปรงท้ายแตกต่างจากรุ่นก่อน ไฟท้ายดีไซน์ใหม่รูปตัว T และไฟทับทิมที่มุมกันชนก็ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด พร้อมติดตั้งกันชนท้ายและแผ่นกันกระแทกดีไซน์ 3 มิติที่ดูแข็งแกร่ง
เมื่อมองภาพรวมจากภายนอก จะเห็นได้ว่า Mitsubishi Xpander 2026 มีขนาดที่ใหญ่ขึ้นทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ความสูงใต้ท้องรถ 220 มม. ทำให้รถดูโดดเด่นบนท้องถนนและเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่บนสภาพถนนที่หลากหลาย
การออกแบบภายใน: ความหรูหราและฟังก์ชันที่ตอบโจทย์
ภายในห้องโดยสารของ Mitsubishi Xpander 2026 ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมดในสไตล์ Horizontal Axis ซึ่งให้ความรู้สึกกว้างขวางและหรูหรา
โทนสีและการตกแต่ง:
ภายในใช้การตกแต่งโทนสีทูโทน น้ำตาล-ดำ ให้ความรู้สึกพรีเมียมยิ่งขึ้น การเย็บตะเข็บจริงบนที่พักแขนและแผงประตูข้างเพิ่มความประณีต
เบาะนั่ง:
เบาะนั่งได้รับการออกแบบใหม่ มาพร้อมคุณสมบัติ Heat Guard ซึ่งช่วยลดการสะสมความร้อน คล้ายกับเทคโนโลยีเบาะ Quole Modure ในรุ่น Pajero Sport เบาะนั่งโอบกระชับสรีระได้ดี ให้ความสบายตลอดการเดินทาง
พวงมาลัยและระบบควบคุม:
พวงมาลัยดีไซน์ใหม่ จับถนัดกระชับมือ มาพร้อมปุ่มมัลติฟังก์ชันควบคุมจอเครื่องเล่นตรงกลาง และปุ่ม Cruise Control แม้จะยังไม่มี Paddle Shift แต่ตำแหน่งการใช้งานก็ทำได้สะดวก
ระบบความบันเทิง:
จอเครื่องเล่นระบบสัมผัสขนาด 9 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay ทำให้ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน iOS และดึงแผนที่ขึ้นมาแสดงบนหน้าจอได้ทันที ระบบกล้องหลังจะทำงานอัตโนมัติเมื่ออยู่ในตำแหน่งเกียร์ถอย คุณภาพเสียงลำโพงอยู่ในเกณฑ์ดี ให้ประสบการณ์การฟังเพลงที่น่าพอใจ
ฟังก์ชันการใช้งานที่ชาญฉลาด:
ที่วางแขนตรงกลางออกแบบมาให้ใช้งานได้สะดวก พร้อมช่องเก็บของขนาดใหญ่ที่สามารถใส่ขวดน้ำขนาด 600 มล. ได้ถึง 4 ขวด ใต้ฝาปิดมีช่องสำหรับใส่กระดาษทิชชู่ ซึ่งเป็นลูกเล่นที่มีประโยชน์และได้ใช้งานจริง
เบรกมือไฟฟ้าและระบบ Auto Hold:
มาพร้อมเบรกมือไฟฟ้าและระบบ Auto Hold ซึ่งเป็นฟังก์ชันที่มีประโยชน์มากเมื่อจอดติดไฟแดง ช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องสลับเกียร์ไปมา เพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่ในเมือง
ช่องเชื่อมต่อ USB:
มีช่องต่อ USB หลายจุด ทั้งตอนหน้าและเบาะแถวสอง รองรับทั้ง Type-A และ Type-C ส่วนช่องจ่ายไฟ DC 12V มีให้ทั้งคอนโซลหน้าและเบาะแถวสาม
ระบบปรับอากาศ:
ระบบปรับอากาศแบบดิจิทัล พร้อมฟังก์ชัน Max Cool ช่วยให้แอร์เย็นเร็วขึ้น และมีระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารตอนหลังแบบแยกส่วน เพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้โดยสาร
การเข้าถึงเบาะแถวสาม:
การเดินขึ้นไปนั่งที่เบาะแถวสามทำได้ง่าย เพียงแค่ดึงคันโยกที่ข้างเบาะแถวสอง เบาะจะพับให้ทันที
เครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง: การยกระดับสมรรถนะ
Mitsubishi Xpander 2026 ยังคงใช้เครื่องยนต์เดิม รหัส 4A91 ขนาด 1,499 ซีซี 4 สูบ MIVEC DOHC 16 วาล์ว ให้กำลังสูงสุด 105 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 141 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบต่อนาที รองรับน้ำมันเชื้อเพลิง E20
การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญอยู่ที่ระบบเกียร์ จากเดิมที่เป็นเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ในโฉมปี 2026 ได้เปลี่ยนมาใช้เกียร์อัตโนมัติ Eco Dynamic CVT ซึ่งเป็นการยกระดับครั้งใหญ่
ความคิดเห็นส่วนตัวจากผู้เชี่ยวชาญ:
การออกแบบภายนอกในโฉมปี 2026 ดูไม่แก่ หน้าตาทันสมัยและสวยงาม แต่หากให้โคมไฟหน้าเป็นแบบโปรเจคเตอร์และใช้ไฟ LED จะดูดีและพรีเมียมยิ่งขึ้น การออกแบบภายในถือเป็นการปรับปรุงที่ดีขึ้นอย่างมาก ฟังก์ชันต่างๆ ใช้งานง่ายและครอบคลุมการใช้งาน
อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง: ความประหยัดที่เพิ่มขึ้น
การเปลี่ยนมาใช้เกียร์ CVT ส่งผลให้สมรรถนะการขับขี่และการประหยัดน้ำมันดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากการทดสอบวิ่งลอยตัวในย่านความเร็วต่างๆ ได้ผลดังนี้
ที่ความเร็ว 100 กม./ชม. รอบเครื่องยนต์อยู่ที่ 1,800 รอบต่อนาที
ที่ความเร็ว 110 กม./ชม. รอบเครื่องยนต์อยู่ที่ 2,000 รอบต่อนาที
ที่ความเร็ว 120 กม./ชม. รอบเครื่องยนต์อยู่ที่ 2,200 รอบต่อนาที
รอบเครื่องยนต์ที่ต่ำลงส่งผลให้อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงดีขึ้น จากการทดสอบระยะทางรวม 641 กม. ได้ค่าเฉลี่ยดังนี้
กม. 0-200 (วิ่งในเมืองเล็กน้อย ออกนอกเมือง ใช้ความเร็ว 100-120 กม./ชม.): 15.1 กม./ลิตร
กม. 201-365 (วิ่งนอกเมือง ใช้ความเร็ว 120-130 กม./ชม.): 14 กม./ลิตร
กม. 366-641 (ขับแบบเต็มกำลัง): 12.4 กม./ลิตร
ระบบช่วง