
ตลาดรถยนต์ MPV ขนาด 7 ที่นั่งในไทย: การแข่งขันดุเดือดและการปรับตัวสู่ยุคไฮบริด
ตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดเล็ก 7 ที่นั่ง หรือที่นิยมเรียกกันว่า Mini MPV ในประเทศไทย มีประวัติศาสตร์การแข่งขันที่น่าสนใจ ย้อนกลับไปในช่วงปี 2561 มิตซูบิชิ (Mitsubishi) ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการเปิดตัว Mitsubishi Xpander ซึ่งปลุกกระแสรถยนต์ประเภทนี้ให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากที่ Honda เคยนำเสนอ Honda Freed ที่เป็นตำนานด้วยประตูสไลด์ไฟฟ้า แต่ก็ต้องยุติการทำตลาดไปอย่างน่าเสียดาย
Xpander เข้ามาในช่วงเวลาที่เหมาะสม ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 7.79 แสนบาท ซึ่งถือว่าเข้าถึงได้ง่าย และตอบโจทย์ความต้องการของครอบครัวยุคใหม่ที่มองหารถยนต์อเนกประสงค์ขนาดกะทัดรัด แต่ยังคงความสะดวกสบายด้วยพื้นที่ 7 ที่นั่ง ความสำเร็จของ Xpander ทำให้มิตซูบิชิกลายเป็นผู้นำตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังจากที่มีการเปิดตัวรุ่นปรับปรุงใหม่และขยับราคาเริ่มต้นขึ้นเล็กน้อย
ปี 2563 ซูซูกิ (Suzuki) ได้เข้าร่วมวงด้วยการเปิดตัว Suzuki XL7 ด้วยราคาเริ่มต้น 7.79 แสนบาท เพื่อเจาะตลาดกลุ่ม MPV-SUV ที่กำลังเติบโต โดย XL7 ถูกวางตำแหน่งให้เป็นทางเลือกที่สปอร์ตและทันสมัยกว่ารุ่นพี่อย่าง Suzuki Ertiga ซึ่งเปิดตัวในปี 2556 และได้รับการปรับปรุงใหม่ด้วยเทคโนโลยี Mild-Hybrid ในปี 2565 ด้วยราคาเริ่มต้น 6.99 แสนบาท การเข้ามาของซูซูกิช่วยกระตุ้นให้ตลาด Mini MPV มีสีสันและตัวเลือกที่หลากหลายมากขึ้น
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2565 เมื่อโตโยต้า (Toyota) ได้เปิดตัว Toyota Veloz เข้าสู่ตลาดในราคาเริ่มต้น 7.95 แสนบาท พร้อมออปชั่นที่จัดเต็ม เรียกได้ว่าเป็นการท้าชนบัลลังก์ของ Mitsubishi Xpander โดยตรง Veloz มาพร้อมดีไซน์ที่ทันสมัยและฟีเจอร์ที่เหนือกว่าคู่แข่งในหลายด้าน ทำให้ตลาด Mini MPV มีการแข่งขันที่ดุเดือดและมีตัวเลือกที่น่าสนใจมากขึ้น
ต่อมาในปี 2565 เช่นกัน ฮอนด้า (Honda) ได้กลับมาในเซกเมนต์นี้อีกครั้งด้วยการเปิดตัว Honda BR-V ด้วยราคาเริ่มต้น 9.15 แสนบาท ซึ่งสูงกว่าคู่แข่งในตลาดพอสมควร แต่ก็มาพร้อมกับสมรรถนะเครื่องยนต์และออปชั่นที่น่าสนใจ ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้นในการตัดสินใจ
ปี 2566 ฮุนได (Hyundai) ได้สร้างความประหลาดใจด้วยการเปิดตัว Hyundai Stargazer อย่างเป็นทางการ หลังจากที่ได้มีการจัดแสดงในช่วงปลายปี 2565 ด้วยราคาเริ่มต้น 7.69 แสนบาท จุดเด่นที่สำคัญของ Stargazer คือการมีรุ่นท็อปที่มาพร้อม Captain Seat หรือเบาะแถวสองแบบกัปตันซีท ซึ่งเป็นรายแรกในตลาด Mini MPV ทำให้ Stargazer เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับครอบครัวที่ต้องการความสะดวกสบายและความหรูหรา
ภาพรวมตลาด Mini MPV ในปี 2566 มีการแข่งขันที่รุนแรง โดยมีการตั้งราคาจำหน่ายที่อยู่ในระดับที่เข้าถึงได้ง่ายเมื่อเทียบกับรถยนต์ในกลุ่มอเนกประสงค์อื่น ๆ วัตถุประสงค์หลักของผู้บริโภคที่เลือกซื้อรถประเภทนี้คือความหลากหลายในการใช้งานและการเดินทางด้วยจำนวนที่นั่งสำหรับผู้โดยสารถึง 7 ที่นั่ง ทำให้กลุ่มเป้าหมายหลักคือครอบครัวและผู้ที่ต้องการความอเนกประสงค์ ดังนั้นผู้ผลิตจึงเน้นเรื่องความสะดวกสบายในการโดยสารและเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยเป็นหลัก
สำหรับยอดขายรวมในปี 2566 ตลาด Mini MPV มียอดขายสะสมอยู่ที่ราว 2.5 หมื่นคัน โดยผู้เล่นในตลาดที่มียอดขายสูงสุด 3 อันดับแรกได้แก่
Toyota Veloz: มียอดขายรวมอยู่ที่ราว 11,000 คัน
Mitsubishi Xpander: มียอดขายรวมอยู่ที่ราว 9,000 คัน
Hyundai Stargazer: มียอดขายรวมอยู่ที่ราว 1,500 คัน
ความเคลื่อนไหวในตลาด Mini MPV ปี 2567 นี้ คาดว่าจะมีการขยับจากแบรนด์ที่อยู่ในตลาดนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากซูซูกิที่มีแผนการเปิดตัว Suzuki XL7 Smart Hybrid ในปี 2567 นี้ หลังจากที่ได้มีการเผยโฉมในประเทศอินโดนีเซียในช่วงกลางปี 2566 ซึ่ง XL7 ถือเป็นรถยนต์นำเข้าจากอินโดนีเซียมาจำหน่ายในประเทศไทย ดังนั้นการเปิดตัวรุ่นใหม่นี้จึงมีผลโดยตรงต่อตลาดไทยอย่างแน่นอน
นอกจากนี้ ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2567 บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ได้ประกาศผ่าน Facebook Fanpage ว่าจะมีการเปิดตัว New Xpander HEV และ New Xpander Cross HEV ซึ่งเป็นรถครอบครัวฟูลไฮบริด 7 ที่นั่ง ที่สมบูรณ์แบบ โดยจะมีการไลฟ์สดผ่าน Facebook และ YouTube ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 09:30 น. การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นการกลับมาของมิตซูบิชิในฐานะผู้นำตลาดเดิมที่ต้องการทวงบัลลังก์ยอดขายในกลุ่มนี้อีกครั้ง
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้ประกาศวิสัยทัศน์ในการเติบโตในประเทศไทย พร้อมส่งมอบความสุขให้แก่ลูกค้าด้วยการนำเสนอยานยนต์คุณภาพเยี่ยมที่มาพร้อมกับความน่าตื่นเต้นและความเร้าใจในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 ซึ่งรวมถึงการเปิดตัว มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่
มร. เออิอิชิ โคอิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ได้กล่าวถึง มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ ว่ามีการปรับเปลี่ยนดีไซน์ใหม่ให้มีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้นภายใต้แนวคิด ‘Mitsubishi Motors-ness’ โดยไม่ได้ปรับเปลี่ยนแค่เฉพาะดีไซน์ภายนอกเท่านั้น แต่ยังมีการปรับปรุงดีไซน์ภายในเพื่อการยกระดับ พร้อมติดตั้งระบบส่งกำลัง Eco-Dynamic CVT และเทคโนโลยีรุ่นใหม่ต่าง ๆ ที่ช่วยเพิ่มอัตราการเร่งแซง ความประหยัด และความเงียบของห้องโดยสารมากขึ้นอีกด้วย
พร้อมกันนี้ มร. โคอิโตะ ยังได้แนะนำ มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิลแค็บ แรลลี่อาร์ท รุ่นใหม่ และ มิตซูบิชิ มิราจ แรลลี่อาร์ท ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีและดีเอ็นเอแห่งชัยชนะ ซึ่งได้รับการปรับแต่งให้สามารถติดตั้งและใช้งานได้อย่างดีเยี่ยมในชีวิตประจำวัน โดยทั้งสองรุ่นได้รับการพิสูจน์แล้วจากทีมวิจัยและพัฒนาของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ผ่านกระบวนการทดสอบยานยนต์ขั้นสูงและการขับทดสอบในสภาพแวดล้อมและภูมิอากาศจำลองรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้มั่นใจได้ว่ารถยนต์ มิตซูบิชิ ทุกคันมีสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือระดับและสามารถขับผ่านได้บนทุกอุปสรรค มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ยังคงมุ่งมั่นในการคิดค้นนวัตกรรมและเทคโนโลยียานยนต์ เพื่อร่วมกันยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทย
มร. โคอิโตะ เสริมว่า มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย พร้อมส่งต่อความเร้าใจครั้งใหม่ของ แรลลี่อาร์ท ด้วย ‘จิตวิญญาณแห่งชัยชนะและสุดยอดเทคโนโลยีดีเอ็นเอ’ พร้อมยานยนต์ที่น่าตื่นเต้นและมีคุณภาพที่ดีเยี่ยม ด้วยราคาจำหน่ายที่เหมาะสมสำหรับลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่ และนี่ถือเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการกลับมาอีกครั้งของ แรลลี่อาร์ท
มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ได้รับเสียงตอบรับจากลูกค้าอย่างดีเยี่ยมและก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดรถยนต์อเนกประสงค์แบบเอ็มพีวี นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อเดือนสิงหาคมปี 2561 โดย มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ทุกรุ่นมียอดจำหน่ายสะสมรวมกันแล้วมากกว่า 44,000 คัน พร้อมการันตีความสำเร็จด้วยการคว้ารางวัล ‘รถยอดเยี่ยมแห่งปีของประเทศไทย’ ในประเภทรถอเนกประสงค์เอ็มพีวี เครื่องยนต์ต่ำกว่า 1,600 ซีซี ยอดเยี่ยมเป็นระยะเวลา 4 ปีติดต่อกัน จึงถือเป็นรถยนต์ที่สมบูรณ์แบบทั้งในด้านการออกแบบและความทันสมัย เหมาะสำหรับไลฟ์สไตล์ของครอบครัวยุคใหม่ที่ต้องการรถยนต์ที่มีความอเนกประ