แนะนำ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่: ยกระดับ Mini MPV สู่ประสบการณ์สุดพรีเมียมสำหรับครอบครัวยุคใหม่
ตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดเล็ก 7 ที่นั่ง หรือ Mini MPV ในประเทศไทย กลับมาคึกคักอีกครั้งในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ปี 2561 เมื่อ มิตซูบิชิ (Mitsubishi) ตัดสินใจส่ง Mitsubishi Xpander ลงสู่สมรภูมิในประเทศไทย ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 7.79 แสนบาท ซึ่งถือเป็นการจุดประกายตลาดที่ซบเซาลงไปหลังจาก Honda Freed รถ Mini MPV ตำนานที่มีประตูสไลด์ไฟฟ้าอันเป็นเอกลักษณ์ และเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร เปิดตัวในช่วงปี 2552 แต่ก็ต้องยุติบทบาทไปอย่างน่าเสียดายในเวลาอันสั้น
การมาของ Xpander เปรียบเสมือนการปลุกชีพตลาด Mini MPV ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ด้วยการนำเสนอรถยนต์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของครอบครัวไทยในยุคนั้น ทั้งเรื่องราคาที่เข้าถึงได้ ความคุ้มค่า และฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลาย ด้วยความสำเร็จอย่างงดงาม มิตซูบิชิจึงได้เปิดตัวรุ่นปรับปรุงใหม่พร้อมขยับราคาเริ่มต้นเป็น 7.99 แสนบาท และตามมาด้วย Mitsubishi Xpander Cross รุ่นตกแต่งพิเศษที่เพิ่มความสมบุกสมบันสไตล์ SUV ทำให้มิตซูบิชิกลายเป็นผู้นำตลาดอย่างไม่ต้องสงสัย ครองส่วนแบ่งตลาดมาอย่างยาวนาน
การแข่งขันที่ดุเดือด: ผู้เล่นรายใหม่กับการแย่งชิงบัลลังก์
ปี 2563 ซูซูกิ (Suzuki) ได้เข้ามาร่วมวงด้วยการเปิดตัว Suzuki XL7 ในราคาเริ่มต้น 7.79 แสนบาท เพื่อเจาะตลาด Mini MPV-SUV ที่กำลังเติบโต โดยต่อยอดจากความสำเร็จของ Suzuki Ertiga ที่เปิดตัวในปี 2556 และได้รับการปรับโฉมพร้อมเทคโนโลยี Mild-Hybrid ในปี 2565 ด้วยราคาเริ่มต้น 6.99 แสนบาท ซึ่ง XL7 สามารถกระตุ้นตลาดได้ไม่น้อยและสร้างยอดขายที่ดีให้กับซูซูกิ
กระทั่งปี 2565 โตโยต้า (Toyota) ได้ส่ง Toyota Veloz เข้าสู่ตลาดในราคาเริ่มต้น 7.95 แสนบาท พร้อมออปชันจัดเต็ม เรียกได้ว่าเป็นการท้าทายบัลลังก์ของมิตซูบิชิโดยตรง และดันให้ตลาด Mini MPV มีตัวเลขยอดขายที่ขยับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นผลพวงมาจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เริ่มหันมาสนใจรถยนต์อเนกประสงค์มากขึ้น
ตามมาติดๆ ในปีเดียวกัน ฮอนด้า (Honda) ก็ได้กลับมาอีกครั้งในตลาดนี้ ด้วยการเปิดตัว Honda BR-V ในราคาเริ่มต้น 9.15 แสนบาท ซึ่งถือเป็นราคาที่สูงที่สุดในกลุ่ม Mini MPV ณ เวลานั้น แม้จะมาพร้อมออปชันและสมรรถนะเครื่องยนต์ที่เป็นจุดเด่น แต่ก็เป็นข้อสังเกตว่าราคาที่ค่อนข้างสูงอาจเป็นอุปสรรคในการแข่งขันกับคู่แข่งที่มีราคาเข้าถึงได้ง่ายกว่า
ปี 2566 ฮุนได (Hyundai) ได้เปิดตัว Hyundai Stargazer อย่างเป็นทางการ หลังจากที่เคยจัดแสดงในงานช่วงปลายปี 2565 ด้วยราคาเริ่มต้น 7.69 แสนบาท ซึ่งจุดเด่นสำคัญคือรุ่นท็อปที่มาพร้อม Captain Seat เป็นครั้งแรกในตลาด Mini MPV
สำหรับภาพรวมตลาด Mini MPV ในปี 2566 มีการแข่งขันที่รุนแรง โดยมีผู้เล่นหลัก 3 อันดับแรกที่ครองยอดขายรวมกันอยู่ที่ราว 2.5 หมื่นคัน ได้แก่
Toyota Veloz: มียอดขายรวมประมาณ 11,000 คัน
Mitsubishi Xpander: มียอดขายรวมประมาณ 9,000 คัน
Hyundai Stargazer: มียอดขายรวมประมาณ 1,500 คัน
การแข่งขันในตลาด Mini MPV มีลักษณะเด่นคือการตั้งราคาจำหน่ายที่อยู่ในระดับที่เข้าถึงได้ง่ายเมื่อเทียบกับรถยนต์อเนกประสงค์กลุ่มอื่น ๆ โดยเน้นที่วัตถุประสงค์การใช้งานที่หลากหลาย ด้วยจำนวนที่นั่ง 7 ที่นั่ง ทำให้กลุ่มเป้าหมายหลักคือครอบครัวและผู้ที่ต้องการความอเนกประสงค์ ดังนั้น ความสะดวกสบายในการโดยสารและเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อ
ความเคลื่อนไหวในปี 2567: การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในตลาด Mini MPV
สำหรับตลาด Mini MPV ในปี 2567 นี้ มีความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองจากผู้เล่นในตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก ซูซูกิ ที่ได้เผยโฉม Suzuki XL7 Smart Hybrid ในประเทศอินโดนีเซียช่วงกลางปี 2566 ซึ่งแน่นอนว่า Suzuki XL7 มีการนำเข้าจากอินโดนีเซียมาจำหน่ายในประเทศไทย ดังนั้นการเปิดตัวรุ่นใหม่นี้จึงมีผลโดยตรงต่อตลาดไทย และซูซูกิมีแผนการเปิดตัว XL7 Smart Hybrid ในปี 2567 นี้อย่างแน่นอน
นอกจากนี้ ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2567 บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) ได้สร้างความฮือฮาด้วยการเผยแพร่ภาพพร้อมข้อความบน Facebook Fanpage : Mitsubishi Motors Thailand ประกาศว่า “เปลี่ยนทุกความรู้สึกที่เคยเชื่อ กับขุมพลังไฮบริดใหม่ ครั้งแรกใน New Xpander HEV และ New Xpander Cross HEV รถครอบครัวฟูลไฮบริด 7 ที่นั่ง ที่สมบูรณ์แบบ” พร้อมกำหนดการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้
การเปิดตัว New Xpander HEV และ New Xpander Cross HEV ถือเป็นหมัดเด็ดของมิตซูบิชิในการทวงคืนตำแหน่งผู้นำตลาดที่เคยครอบครองมาอย่างยาวนาน เมื่อพิจารณาจากยอดขายที่ห่างจากผู้นำตลาดเพียงเล็กน้อย งานนี้มิตซูบิชิหวังที่จะพลิกสถานการณ์และกลับมาครองแชมป์ยอดขายในกลุ่ม Mini MPV อย่างชัดเจน
ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ด้วย New Xpander HEV และ New Xpander Cross HEV
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มุ่งมั่นเดินหน้าสานต่อการเติบโตในประเทศไทย พร้อมส่งมอบความสุขให้แก่ลูกค้าด้วยการนำเสนอยานยนต์คุณภาพเยี่ยมที่มาพร้อมกับความน่าตื่นเต้นและความเร้าใจภายในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 43 ด้วยการเปิดตัว มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีและดีไซน์ที่ยกระดับไปอีกขั้น
มร. เออิอิชิ โคอิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ มีการปรับเปลี่ยนดีไซน์ใหม่ให้มีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้นภายใต้แนวคิด ‘Mitsubishi Motors-ness’ โดย มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ ไม่ได้ปรับเปลี่ยนแค่เฉพาะดีไซน์ภายนอกเท่านั้น แต่ยังมีการปรับปรุงดีไซน์ภายในเพื่อการยกระดับ พร้อมติดตั้งระบบส่งกำลัง Eco-Dynamic CVT และเทคโนโลยีรุ่นใหม่ต่าง ๆ ที่ช่วยเพิ่มอัตราการเร่งแซง ความประหยัด และความเงียบของห้องโดยสารมากขึ้นอีกด้วย”
“พร้อมกันนี้ ผมขอแนะนำ มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิลแค็บ แรลลี่อาร์ท รุ่นใหม่ และ มิตซูบิชิ มิราจ แรลลี่อาร์ท ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีและดีเอ็นเอแห่งชัยชนะ ที่ได้รับการปรับแต่งให้สามารถติดตั้ง และใช้งานได้อย่างดีเยี่ยมในชีวิตประจำวัน ทั้งในรถยนต์ มิตซูบิชิ รุ่นปัจจุบัน และรุ่น แรลลี่อาร์ท ซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วจากทีมวิจัยและพัฒนาของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ด้วยกระบวนการทดสอบยานยนต์ขั้นสูง พร้อมการขับทดสอบในสภาพแวดล้อมและภูมิอากาศจำลองรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้มั่นใจได้ว่ารถยนต์ มิตซูบิชิ ทุกคัน มีสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือระดับ และสามารถขับผ่านได้บนทุกอุปสรรค ทั้งนี้เราจะยังคงมุ่งมั่นในการคิดค้นนวัตกรรม และเทคโนโลยียานยนต์ เพื่อร่วมกันยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทย และที่สำคัญที่สุด ได้แก่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย พร้อมส่งต่อความเร้าใจครั้งใหม่ของ แรลลี่อาร์ท ด้วย ‘จิตวิญญาณแห่งชัยชนะและสุด