
เปิดตัวอย่างเป็นทางการ: Mitsubishi Xpander HEV เจเนอเรชันใหม่ล่าสุด ตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาด MPV ไฮบริด ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย ดีไซน์เฉียบคม และประสิทธิภาพการขับขี่ที่เหนือกว่า
ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญในวงการยานยนต์ไทย ด้วยการเปิดตัว Mitsubishi Xpander HEV รถยนต์อเนกประสงค์ (MPV) ขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้าแบบเต็มรูปแบบ หรือ Full Hybrid รุ่นล่าสุดอย่างเป็นทางการ ที่ประเทศไทย ถือเป็นประเทศแรกในโลกที่ได้สัมผัสเทคโนโลยีอันล้ำสมัยนี้ ก่อนที่จะส่งต่อไปยังตลาดอื่นๆ ทั่วโลก การเปิดตัวครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของมิตซูบิชิในการพัฒนานวัตกรรมยานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นการยกระดับมาตรฐานของรถยนต์ MPV ให้สูงขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการผสานสมรรถนะ ความประหยัด ความสะดวกสบาย และความปลอดภัยเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
Mitsubishi Xpander HEV ได้รับการพัฒนาต่อยอดมาจาก Mitsubishi Xpander รุ่นก่อนหน้า ซึ่งเป็นรถยนต์ MPV ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในตลาดประเทศไทย และได้รับการยอมรับในด้านความคุ้มค่าและสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม แต่สำหรับรุ่น HEV นี้ มิตซูบิชิได้ยกระดับไปอีกขั้น ด้วยการนำชุดระบบขับเคลื่อนไฮบริดที่ได้รับการพิสูจน์แล้วจาก Mitsubishi Outlander PHEV รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดระดับพรีเมียม มาปรับใช้ ซึ่งถือเป็นการถ่ายทอดเทคโนโลยีชั้นสูงจากรุ่นเรือธงสู่รถยนต์ MPV ที่เน้นการใช้งานในชีวิตประจำวัน การตัดสินใจผลิตและประกอบรถยนต์รุ่นนี้ในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย แต่ยังเป็นการตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตยานยนต์แห่งอนาคตของมิตซูบิชิ
ราคาจำหน่ายและข้อเสนอพิเศษช่วงเปิดตัว
เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการเปิดตัวครั้งสำคัญนี้ มิตซูบิชิได้ประกาศราคาจำหน่ายพิเศษสำหรับ Mitsubishi Xpander HEV และ Mitsubishi Xpander Cross HEV ในช่วงเปิดตัว ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 ถึงวันที่ 7 เมษายน 2569 โดยมีรายละเอียดดังนี้:
Mitsubishi Xpander HEV: ราคาพิเศษช่วงเปิดตัวอยู่ที่ 912,000 บาท (ราคาปกติหลังช่วงโปรโมชั่นคือ 933,000 บาท) ซึ่งถือเป็นการนำเสนอเทคโนโลยี Full Hybrid ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับผู้บริโภคชาวไทย
Mitsubishi Xpander Cross HEV: ราคาพิเศษช่วงเปิดตัวอยู่ที่ 946,000 บาท (ราคาปกติหลังช่วงโปรโมชั่นคือ 962,000 บาท) สำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ MPV ที่มีดีไซน์สปอร์ตและสมรรถนะที่เหนือกว่า
นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถอ่านบทความทดสอบและรีวิวอย่างละเอียดของ NEW Mitsubishi Xpander HEV ได้ เพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนเป็นเจ้าของรถยนต์ไฮบริดรุ่นใหม่ล่าสุดนี้
การยกระดับเทคโนโลยีและสมรรถนะ
Mitsubishi Xpander HEV ไม่เพียงแต่เป็นการเปลี่ยนขุมพลัง แต่เป็นการยกเครื่องใหม่ทั้งคัน เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าในทุกมิติ โดยมีรายละเอียดการปรับปรุงและเพิ่มเทคโนโลยีที่น่าสนใจดังนี้:
ขุมพลัง Full Hybrid ที่ทรงพลังและประหยัดน้ำมัน:
เครื่องยนต์: มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร MIVEC ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ ให้กำลังสูงสุด 95 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 134 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับระบบมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูง ให้กำลังสูงสุดถึง 116 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 255 นิวตันเมตร ซึ่งเป็นแรงบิดที่สูงกว่าเครื่องยนต์เบนซินทั่วไปอย่างมาก ทำให้รถมีอัตราเร่งที่ดีเยี่ยมในทุกช่วงความเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะออกตัวและเร่งแซง
แบตเตอรี่: แบตเตอรี่ไฮบริดขนาดกะทัดรัด ติดตั้งบริเวณใต้เบาะคนนั่งด้านหน้าฝั่งซ้าย ช่วยกระจายน้ำหนักของรถให้สมดุลมากขึ้น ส่งผลให้การควบคุมรถมีความแม่นยำและเสถียรยิ่งขึ้น พร้อมทั้งยังคงไว้ซึ่งพื้นที่ใช้สอยภายในห้องโดยสารที่กว้างขวาง
ระบบเบรก: ได้รับการอัพเกรดใหม่เป็นระบบดิสก์เบรกทั้ง 4 ล้อ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเบรกให้แม่นยำและปลอดภัยยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูงหรือในสถานการณ์ฉุกเฉิน
ช่วงล่างที่ได้รับการพัฒนาใหม่ (NEW Suspension):
มิตซูบิชิได้ปรับจูนช่วงล่างใหม่ทั้งหมด โดยเน้นการเพิ่มความนุ่มนวลในการขับขี่ เพื่อมอบประสบการณ์การโดยสารที่สะดวกสบายสูงสุดแก่ผู้โดยสารทุกที่นั่ง แต่ยังคงไว้ซึ่งการยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยม ด้วยการใช้เทคโนโลยีช่วงล่างแบบใหม่ที่ได้รับการพัฒนาโดยวิศวกรของมิตซูบิชิโดยเฉพาะ ทำให้รถสามารถดูดซับแรงกระแทกได้ดีเยี่ยมบนสภาพถนนที่ไม่เรียบ แต่ยังคงความมั่นคงในการเข้าโค้งและการขับขี่ด้วยความเร็ว
โหมดการขับขี่ Drive Mode 7 รูปแบบ:
เพื่อตอบสนองต่อทุกสภาพการขับขี่และทุกความต้องการของผู้ขับขี่ Mitsubishi Xpander HEV มาพร้อมโหมดการขับขี่ที่หลากหลายถึง 7 รูปแบบ ได้แก่
CHARGE: โหมดสำหรับชาร์จไฟกลับเข้าแบตเตอรี่ โดยใช้เครื่องยนต์เบนซินปั่นไฟไปเก็บในแบตเตอรี่ เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองที่ต้องการชาร์จไฟไว้ใช้ในภายหลัง
EV PRIORITY: โหมดขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% โดยใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนเป็นหลัก เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองที่ต้องการความประหยัดสูงสุดและลดมลพิษ
NORMAL: โหมดการขับขี่มาตรฐานที่สมดุลระหว่างประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า เหมาะสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน
WET: โหมดสำหรับขับขี่ในสภาพถนนเปียกหรือลื่น ช่วยเพิ่มการยึดเกาะถนนและความปลอดภัย
GRAVEL: โหมดสำหรับขับขี่บนพื้นผิวถนนที่เป็นกรวดหรือลูกรัง ช่วยเพิ่มการควบคุมรถและความมั่นคง
TARMAC: โหมดสำหรับขับขี่บนพื้นผิวถนนลาดยาง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่และความคล่องตัว
MUD: โหมดสำหรับขับขี่บนพื้นผิวถนนที่เป็นโคลน ช่วยเพิ่มการลุยและการยึดเกาะถนนในสภาพถนนที่ยากลำบาก
ระบบ Active Yaw Control (AYC):
เทคโนโลยีการควบคุมการทรงตัวขั้นสูงที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าโค้ง โดยระบบจะกระจายแรงขับเคลื่อนไปยังล้อต่างๆ อย่างเหมาะสม เพื่อลดอาการท้ายปัดและเพิ่มความแม่นยำในการบังคับเลี้ยว ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกมั่นใจมากขึ้นในการขับขี่ด้วยความเร็วหรือในโค้ง
การออกแบบภายนอกที่เหนือชั้น
Mitsubishi Xpander HEV ยังคงเอกลักษณ์การออกแบบ Advanced Dynamic Shield ที่เป็นเอกลักษณ์ของมิตซูบิชิ แต่ได้รับการปรับปรุงให้ดูทันสมัยและหรูหรายิ่งขึ้น ด้วยการตกแต่งด้วยแถบสีฟ้าบริเวณกันชนหน้า – สเกิร์ตข้าง – กันชนหลัง และสัญลักษณ์ HEV บริเวณกระจังหน้า ด้านข้างตัวรถ และฝาท้าย ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์ไฮบริดจากมิตซูบิชิ นอกจากนี้ ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ยังได้รับการตกแต่งด้วยแถบสีฟ้าเช่นกัน เพื่อเน้นย้ำถึงความเป็นรถยนต์ไฮบริดที่มีเทคโนโลยีขั้นสูง
การออกแบบภายในที่ทันสมัยและสะดวกสบาย
ภายในห้องโดยสารของ Mitsubishi Xpander HEV ได้รับการออกแบบให้มีความทันสมัยและหรูหรา โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้:
มาตรวัดแบบ Full Digital ขนาด 8 นิ้ว: แสดงข้อมูลการขับขี่ที่หลากหลายอย่างชัดเจน ด้วยหน้าจอ Full Digital ขนาดใหญ่ 8 นิ้ว ที่แสดงข้อมูลต่างๆ เช่น ระดับพลังงานไฮบริด การใช้พลังงาน โหมดการขับขี่ และข้อมูลอื่นๆ ที่จำเป็นต่อการขับขี่
พวงมาลัย 3 ก้าน ดีไซน์ใหม่: พวงมาลัยดีไซน์ใหม่ 3 ก้าน ที่จับกระชับมือ พร้อมป