
NEW XPANDER HEV เปิดตัวครั้งแรกในโลก พร้อมวางขาย 2 รุ่น เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี ราคาพิเศษช่วงแนะนำ 912,000 บาท เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี ราคา 946,000 บาท
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย สร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ ด้วยการเปิดตัว NEW MITSUBISHI XPANDER HEV รถยนต์ไฮบริดรุ่นใหม่ล่าสุด เป็นครั้งแรกในโลก ณ ประเทศไทย รถยนต์ MPV เจเนอเรชันใหม่นี้ ได้รับการพัฒนาต่อยอดจาก MITSUBISHI XPANDER รุ่นยอดนิยม โดยผสานรวมเทคโนโลยีชุดไฮบริดอันล้ำสมัย ซึ่งยกขบวนมาจาก Mitsubishi Outlander PHEV รถปลั๊กอินไฮบริดที่ประสบความสำเร็จในตลาดโลก โดย NEW XPANDER HEV นี้ จะทำการประกอบในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ตอกย้ำความเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ของภูมิภาค
ราคาจำหน่ายพิเศษช่วงแนะนำ 2 รุ่น ถึงวันที่ 7 เมษายน 67
มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี ราคาพิเศษช่วงเปิดตัว 912,000 บาท (ปรับขึ้นเป็น 933,000 บาท)
มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี ราคาพิเศษช่วงเปิดตัว 946,000 บาท (ปรับขึ้นเป็น 962,000 บาท)
คลิกอ่านบทความทดสอบ NEW MITSUBISHI XPANDER HEV
รายละเอียดการปรับปรุงเพิ่มจากรุ่นเดิม
เครื่องยนต์รุ่นใหม่ เบนซิน 1.6 ลิตร MIVEC 95 แรงม้า 134 นิวตันเมตร
ระบบ Hybrid ชุดมอเตอร์ไฟฟ้า 116 แรงม้า 255 นิวตันเมตร
แบตเตอรี่ไฮบริด ติดตั้งบริเวณใต้เบาะคนนั่งด้านหน้า ฝั่งซ้าย
ระบบเบรก ดิสก์เบรกด้านหลัง
ปรับ จูนช่วงล่างใหม่ NEW Suspension
โหมดการขับขี่ Drive Mode 7 รูปแบบ
CHARGE
EV PRIORITY
NORMAL
WET
GRAVEL
TARMAC
MUD
ระบบ Active Yaw Control (AYC)
แถบตกแต่งสีฟ้า บริเวณกันชนหน้า – สเกิร์ตข้าง – กันชนหลัง –
สัญลักษณ์ HEV กระจังหน้า – ด้านข้างตัวรถ – ฝาท้าย
แถบตกแต่งสีฟ้า ที่ ล้ออัลลอย ขนาด 17 นิ้ว
มาตรวัดแบบ Full Digital ขนาด 8 นิ้ว
พวงมาลัย 3 ก้าน ดีไซน์ใหม่
คันเกียร์ใหม่ เป็นแบบ ELECTRIC SHIFT
ปุ่มเปลี่ยนโหมดการขับขี่ Drive Mode
สีตัวถังภายนอก 2 สีใหม่ สีขาว Diamond White สีดำ Jet Black Mica
ราคาเพิ่มขึ้น xx,xxx บาท
รับประกันตัวรถยนต์ใหม่ เป็น 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร
รับประกันระบบไฮบริด 5 ปี
รับประกันแบตเตอรี่ 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
Mitsubishi Xpander มาพร้อมรูปลักษณ์ใหม่จากไฟหน้าจรดไฟท้าย เพื่อตอกย้ำความสปอร์ตสุดเท่เหนือชั้น แข็งแกร่งทรงพลังยิ่งขึ้น ดีไซน์ด้านหน้ารถแบบ Advanced Dynamic Shield เอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สะดุดตา เสริมอารมณ์เอสยูวีสุดหรูผสานความดุดัน เติมเต็มความล้ำสมัยและปลอดภัยยิ่งกว่าด้วยไฟหน้าแบบ LED ยกชุด ทั้งไฟส่องสว่างเวลากลางวัน (DRL) แบบ LED ไฟเลี้ยว LED และไฟตัดหมอก LED โดยนักออกแบบของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้เสริมดีไซน์สุดเท่ด้านหลังรถด้วยไฟท้ายแบบ LED และไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED ติดตั้งตำแหน่งสูงเพื่อเพิ่มทัศนวิสัยขณะขับขี่ช่วงเวลากลางคืน
ล้ออัลลอยสปอร์ตทูโทนขนาด 17 นิ้ว การตกแต่งกระจังหน้า กันชนหน้าและหลัง แผงตกแต่งข้างประตู และซุ้มล้อแบบ “ครอสดีไซน์” (CROSS Design) สุดเท่ไม่ซ้ำใคร นอกจากนี้ยังเพิ่มความเฉียบคมของรูปลักษณ์ภายนอกด้วยหลังคาสีดำและราวหลังคาสีดำ สีตัวถังเดิม มีให้เลือก 4 สี โดยมีสีใหม่ คือ สีเขียว (Green Bronze Metallic) พร้อมด้วยสีขาวมุก (Quartz White Pearl) สีเงิน (Blade Silver) และสีเทา (Graphite Gray) พร้อมกับมีสีทูโทนอีก 2 สไตล์ ได้แก่ สีเขียวหลังคาดำ (Green Bronze Metallic with Black Roof) และสีขาวหลังคาดำ (Quartz White Pearl with Black Roof) ให้ลูกค้าเลือกสรร
นอกเหนือจากความสะดวกสบายและความโอ่โถงกว้างขวางของห้องโดยสาร ผู้โดยสารทุกที่นั่งจะได้เพลิดเพลินกับเทคโนโลยีทันสมัยมากมาย ได้แก่ หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 9 นิ้ว รองรับ Bluetooth และการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto ระบบเบรกมือไฟฟ้าพร้อมระบบ Brake Auto Hold ช่องต่ออุปกรณ์ USB-A และ USB-C ช่องจ่ายกระแสไฟ DC 12 โวลต์ ระบบปรับอากาศด้านหลังแบบแยกอิสระ พร้อมแผงควบคุมและช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง กระจกมองหลังแบบตัดแสงสะท้อนอัตโนมัติ และระบบปัดน้ำฝนแบบอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังมีระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าแบบอัตโนมัติ และระบบปรับอากาศแบบดิจิตอลที่มีแผ่นกรองอากาศ PM 2.5
ระบบความปลอดภัยอื่นๆ ประกอบด้วย ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (Active Stability Control: ASC) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล (Traction Control System: TCL) ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (Hill Start Assist: HSA) ระบบไฟกระพริบฉุกเฉินอัตโนมัติ (Emergency Stop Signal System: ESS) ถุงลมนิรภัยคู่หน้า คานเหล็กนิรภัยกันกระแทกบริเวณแผงประตูและการออกแบบตัวถังด้านหน้าช่วยลดความรุนแรงจากแรงกระแทกของรถที่เกิดขึ้นกับคนเดินถนน ด้วยระยะความสูงจากพื้น 220 มิลลิเมตร ทำให้รถรุ่นนี้โดดเด่นเหนือกว่ารถรุ่นอื่นๆ ในประเภทเดียวกัน เสริมทัศนวิสัยที่ดีกว่าและการขับขี่ที่เหนือกว่า มั่นใจในทุกสภาพถนนด้วยช่วงล่างและระบบกันสะเทือนที่ได้รับการพัฒนาและปรับปรุงใหม่ให้ความนุ่มนวล นั่งสบาย และยึดเกาะถนนเป็นอย่างดี
เทคโนโลยีขุมพลังไฮบริดใหม่ล่าสุด
มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังไฮบริดที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยการทำงานผสานกันอย่างลงตัวระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร MIVEC กำลังสูงสุด 95 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 134 นิวตันเมตร และมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 116 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 255 นิวตันเมตร ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้รถรุ่นนี้สามารถมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ พร้อมทั้งประหยัดน้ำมันได้อย่างยอดเยี่ยม แบตเตอรี่ไฮบริดถูกติดตั้งไว้ในตำแหน่งที่เหมาะสมบริเวณใต้เบาะนั่งด้านหน้าฝั่งซ้าย ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยกระจายน้ำหนักตัวรถให้สมดุล แต่ยังคงไว้ซึ่งพื้นที่ใช้สอยภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางตามแบบฉบับของ Xpander
ระบบส่งกำลังแบบไฟฟ้า 100% และการชาร์จไฟอย่างชาญฉลาด
ในโหมดการขับขี่ปกติ ระบบจะทำงานในโหมดไฟฟ้า 100% โดยใช้พลังงานจากแบตเตอรี่เป็นหลักในการขับเคลื่อน ทำให้การออกตัวและการเร่งแซงเป็นไปอย่างนุ่มนวล เงียบ และตอบสนองทันใจ เมื่อต้องการพลังงานเพิ่มเติมในการเร่งแซงอย่างรวดเร็ว ระบบจะสั่งการให้เครื่องยนต์ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อมอบพละกำลังสูงสุด หรือในกรณีที่แบตเตอรี่มีพลังงานต่ำ ระบบจะสลับไปใช้เครื่องยนต์เป็นแหล่งพลังงานหลักในการขับเคลื่อนพร้อมทั้งชาร์จไฟกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ไปพร้อมๆ กัน นอกจากนี้ ยังมีระบบ regenerative braking ที่ช่วยชาร์จพลังงานกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ทุกครั้งที่ถอนคันเร่งหรือเบรก ทำให้เพิ่มประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมันได้อย่างสูงสุด
ช่วงล่างใหม่และเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยขั้นสูงสุด
มิตซูบิชิได้ปรับจูนช่วงล่างและระบบกันสะเทือนใหม่ทั้งหมด เพื่อมอบความนุ่มนวลสูงสุดในการขับขี่ และการยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยมในทุกสภาพพื้นผิว ด้วยการปรับปรุงระบบเบรกให้เป็นดิสก์เบรกทั้ง 4 ล้อ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเบรกให้แม่นยำและปลอดภัยยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับโหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ ได้แก่ CHARGE, EV PRIORITY, NORMAL, WET, GRAVEL, TARMAC และ MUD เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดที่เหมาะสมกับสภาพถนนและสไตล์การขับขี่ได้อย่างง่าย