
เปิดตัว NEW MITSUBISHI XPANDER HEV 2026: ยนตรกรรมไฮบริดที่พลิกโฉม MPV ไทย พร้อมราคาพิเศษช่วงแนะนำ
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย สร้างประวัติศาสตร์อีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว NEW MITSUBISHI XPANDER HEV รถยนต์ไฮบริดรุ่นใหม่ล่าสุดอย่างเป็นทางการครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย การปรากฏตัวของ XPANDER HEV ครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ MPV แต่ยังเป็นการส่งมอบเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุดให้กับผู้บริโภคชาวไทย ด้วยชุดระบบขับเคลื่อนไฮบริดที่ยกขบวนมาจาก Mitsubishi Outlander PHEV รถปลั๊กอินไฮบริดที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในตลาดโลก มาพร้อมการออกแบบที่ปรับปรุงใหม่ทั้งหมด การันตีประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ และยังคงรักษา DNA ความอเนกประสงค์ที่ทำให้ Xpander เป็นที่รักของครอบครัวชาวไทยมาตลอด
ในโอกาสเปิดตัวอย่างเป็นทางการ มิตซูบิชิได้ประกาศราคาจำหน่ายพิเศษช่วงแนะนำสำหรับทั้ง 2 รุ่น โดยมีระยะเวลาถึงวันที่ 7 เมษายน 2569 ได้แก่:
Mitsubishi Xpander HEV ราคาพิเศษช่วงเปิดตัวอยู่ที่ 912,000 บาท (ซึ่งจะปรับขึ้นเป็น 933,000 บาท หลังสิ้นสุดระยะเวลาแนะนำ)
Mitsubishi Xpander Cross HEV ราคาพิเศษช่วงเปิดตัวอยู่ที่ 946,000 บาท (ซึ่งจะปรับขึ้นเป็น 962,000 บาท หลังสิ้นสุดระยะเวลาแนะนำ)
นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่จริง ทางบริษัทได้จัดเตรียมบทความทดสอบ NEW MITSUBISHI XPANDER HEV เพื่อให้ทุกท่านได้ทำความรู้จักกับสมรรถนะและเทคโนโลยีของรถยนต์รุ่นนี้อย่างละเอียด
การยกระดับครั้งใหญ่: รายละเอียดการปรับปรุงและเพิ่มเติมจากรุ่นเดิม
NEW XPANDER HEV ไม่ใช่เพียงแค่การนำเทคโนโลยีไฮบริดมาใส่ในตัวถังเดิม แต่เป็นการปรับปรุงและพัฒนาใหม่เกือบทุกมิติ เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าในทุกด้าน:
ขุมพลัง Hybrid ใหม่ล่าสุด
หัวใจหลักที่ทำให้ NEW XPANDER HEV แตกต่างจากรุ่นก่อนหน้า คือระบบขับเคลื่อนไฮบริดที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ เครื่องยนต์เบนซิน MIVEC ขนาด 1.6 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 95 แรงม้า พร้อมแรงบิด 134 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง ให้กำลังสูงสุดถึง 116 แรงม้า และแรงบิดมหาศาล 255 นิวตันเมตร ระบบส่งกำลังแบบ e-CVT ที่ได้รับการปรับจูนใหม่ ทำให้การเปลี่ยนถ่ายกำลังเป็นไปอย่างนุ่มนวลและตอบสนองทันใจ
การจัดวางแบตเตอรี่เพื่อสมดุลที่ดีที่สุด
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่และสมดุลของตัวรถ มิตซูบิชิได้ย้ายตำแหน่งการติดตั้งแบตเตอรี่ไฮบริด ไปไว้บริเวณใต้เบาะนั่งคนขับด้านซ้าย การจัดวางในตำแหน่งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดจุดศูนย์ถ่วงของตัวรถ แต่ยังเพิ่มพื้นที่ภายในห้องโดยสารให้กว้างขวางและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น
ระบบเบรกที่เหนือกว่า
เพื่อรองรับสมรรถนะที่เพิ่มขึ้น NEW XPANDER HEV มาพร้อมระบบเบรกแบบดิสก์เบรกทั้ง 4 ล้อ ซึ่งให้ประสิทธิภาพการเบรกที่เหนือกว่า มั่นใจได้ในทุกสถานการณ์การขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมืองหรือการเดินทางไกล
ช่วงล่างที่ได้รับการปรับจูนใหม่
ทีมวิศวกรของมิตซูบิชิได้ทำการปรับจูนช่วงล่างใหม่ทั้งหมด ด้วยระบบ NEW Suspension ที่ออกแบบมาเพื่อมอบความนุ่มนวลเป็นพิเศษ พร้อมการยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยม ให้ความรู้สึกมั่นคงปลอดภัยในการขับขี่ทุกสภาพถนน
โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ
เพื่อตอบสนองทุกสไตล์การขับขี่และสภาพถนน NEW XPANDER HEV มาพร้อมโหมดการขับขี่ถึง 7 รูปแบบ ได้แก่:
CHARGE: โหมดชาร์จแบตเตอรี่
EV PRIORITY: โหมดขับขี่ด้วยไฟฟ้าเป็นหลัก
NORMAL: โหมดการขับขี่ปกติที่สมดุลที่สุด
WET: โหมดขับขี่บนพื้นถนนเปียก เพิ่มความมั่นใจในการควบคุม
GRAVEL: โหมดขับขี่บนพื้นผิวลูกรัง ให้การยึดเกาะที่ดีเยี่ยม
TARMAC: โหมดขับขี่บนทางเรียบ เพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่
MUD: โหมดขับขี่บนพื้นผิวโคลน ให้การยึดเกาะสูงสุด
ระบบ Active Yaw Control (AYC)
เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการควบคุมและการเข้าโค้ง NEW XPANDER HEV ได้รับการติดตั้งระบบ Active Yaw Control (AYC) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยกระจายแรงบิดไปยังล้อต่างๆ เพื่อเพิ่มเสถียรภาพในการเข้าโค้งและลดอาการท้ายปัด
ดีไซน์ภายนอกที่โดดเด่นด้วยแถบตกแต่งสีฟ้า
เพื่อบ่งบอกถึงความเป็นรถยนต์ไฮบริด NEW XPANDER HEV มาพร้อมแถบตกแต่งสีฟ้าบริเวณกันชนหน้า กันชนหลัง สเกิร์ตข้าง และสัญลักษณ์ HEV บริเวณกระจังหน้า ด้านข้างตัวรถ และฝาท้าย นอกจากนี้ ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ยังได้รับการตกแต่งด้วยแถบสีฟ้า เพิ่มความสปอร์ตและทันสมัย
ห้องโดยสารที่หรูหราและทันสมัย
ภายในห้องโดยสารได้รับการยกระดับด้วยมาตรวัดแบบ Full Digital ขนาด 8 นิ้ว แสดงข้อมูลการขับขี่ได้อย่างชัดเจน พร้อมพวงมาลัย 3 ก้านดีไซน์ใหม่ที่จับถนัดมือ และคันเกียร์ดีไซน์ใหม่แบบ Electric Shift ปุ่มเปลี่ยนโหมดการขับขี่ Drive Mode ยังได้รับการออกแบบให้ใช้งานง่ายและสะดวกสบาย
สีตัวถังใหม่ 2 สี
สำหรับ NEW XPANDER HEV มีสีตัวถังภายนอกใหม่ 2 สี ได้แก่ สีขาว Diamond White และสีดำ Jet Black Mica เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้า
การรับประกันที่เหนือกว่า
เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า มิตซูบิชิได้ขยายระยะเวลารับประกันตัวรถยนต์ใหม่เป็น 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดจะถึงก่อน) พร้อมรับประกันระบบไฮบริด 5 ปี และรับประกันแบตเตอรี่ 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
การออกแบบที่โดดเด่น: Dynamic Shield ที่ล้ำสมัยยิ่งขึ้น
Mitsubishi Xpanderโฉมใหม่ ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ไฟหน้าจรดไฟท้าย เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ความสปอร์ตที่เหนือชั้น ความแข็งแกร่งทรงพลัง และความประณีตหรูหรา ด้านหน้าของรถโดดเด่นด้วยดีไซน์ Advanced Dynamic Shield ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของมิตซูบิชิ เสริมอารมณ์ความเป็น SUV สุดหรูผสานความดุดัน ให้ความรู้สึกสะดุดตาและมีระดับ
ความล้ำสมัยและปลอดภัยยิ่งขึ้นในส่วนของไฟหน้า ด้วยการยกชุดไฟหน้าแบบ LED มาทั้งระบบ ประกอบด้วย ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน (DRL) แบบ LED ไฟเลี้ยว LED และไฟตัดหมอก LED นักออกแบบของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้เสริมดีไซน์ด้านหลังรถด้วยไฟท้ายแบบ LED และไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED ที่ติดตั้งในตำแหน่งสูง เพิ่มทัศนวิสัยและความปลอดภัยขณะขับขี่ช่วงเวลากลางคืน
ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตทูโทนขนาด 17 นิ้ว มาพร้อมการตกแต่งกระจังหน้า กันชนหน้าและหลัง แผงตกแต่งข้างประตู และซุ้มล้อ ด้วยดีไซน์ “ครอสดีไซน์” (CROSS Design) ที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร นอกจากนี้ยังเพิ่มความเฉียบคมของรูปลักษณ์ภายนอกด้วยหลังคาสีดำและราวหลังคาสีดำ สำหรับสีตัวถังเดิม มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีขาวมุก (Quartz White Pearl) สีเงิน (Blade Silver) และสีเทา (Graphite Gray) พร้อมด้วยสีใหม่ล่าสุด สีเขียว (Green Bronze Metallic) ที่ให้ความรู้สึกหรูหราและเป็นธรรมชาติ สำหรับผู้ที่ต้องการความโดดเด่นยิ่งขึ้น ยังมีตัวเลือกสีทูโทน 2 สไตล์ ได้แก่ สีเขียวหลังคาดำ (Green Bronze Metallic with Black Roof) และสีขาวหลังคาดำ (Quartz White Pearl with Black Roof)
ห้องโดยสารที่กว้างขวางและสะดวกสบาย: เทคโนโลยีเพื่อความพึงพอใจสูงสุด
นอกเหนือจากความสะดวกสบายและความโอ่โถงกว้างขวางของห้องโดยสาร ผู้โดยสารทุกที่นั่งจะได้เพลิดเพลินกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากมาย หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 9 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth และการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto ทำให้การเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเป็นเรื่องง่าย ระบบเบรกมือไฟฟ้าพร้อมระบบ