Mitsubishi Motors ตอกย้ำความสำเร็จในตลาดรถยนต์เมืองไทย ด้วยการเปิดตัวนวัตกรรมยานยนต์แห่งอนาคตที่ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวอย่างลงตัว ณ เวที Bangkok International Motor Show 2026 ครั้งที่ 47 ไฮไลต์สำคัญของงานคือการเผยโฉมรถยนต์ Full Hybrid สองรุ่นใหม่ล่าสุด ที่ได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้นจากผู้บริโภคชาวไทย ได้แก่ All-new Mitsubishi XFORCE e-HEV รถยนต์พลังงานไฟฟ้าแบบฟูลไฮบริดที่สร้างปรากฏการณ์ใหม่ในเซกเมนต์ SUV ขนาดเล็ก และ Mitsubishi Xpander e-HEV Play รถยนต์ MPV 7 ที่นั่งเวอร์ชันพลังงานทางเลือก ที่มาพร้อมความพิเศษด้วยจำนวนจำกัด ทั้งสองรุ่นนี้ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของ Mitsubishi Motors ในการพัฒนายนตรกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ
นอกเหนือจากการเปิดตัวยนตรกรรมใหม่แล้ว Mitsubishi Motors ยังประกาศความพร้อมในการส่งทีม Mitsubishi RallyArt เข้าร่วมการแข่งขันอันทรงเกียรติอย่าง Asia Cross Country Rally (AXCR) 2025 ด้วยรถแข่ง Triton Rally Car รุ่นใหม่ล่าสุด เพื่อกลับมาทวงบัลลังก์แชมป์อีกครั้ง พร้อมทั้งตอกย้ำความสำเร็จด้วยการคว้ารางวัลอันทรงเกียรติถึง 5 รางวัล จากเวที Car of the Year 2025 ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นเลิศด้านวิศวกรรม สมรรถนะ และนวัตกรรมที่ได้รับการยอมรับจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “จากความสำเร็จในการเปิดตัว All-new Mitsubishi XFORCE e-HEV ครั้งแรกของโลกที่ประเทศไทย เมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้นำเสนอรถยนต์รุ่นนี้ให้ลูกค้าชาวไทยได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดภายในงาน ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม รวมถึง Mitsubishi Xpander e-HEV Play รุ่นพิเศษที่มีจำนวนจำกัด ทั้งสองรุ่นนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการพัฒนารถยนต์ Full Hybrid ที่ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย ดีไซน์ที่โดดเด่น และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว”
มร. อินาบะ เสริมว่า “สำหรับลูกค้าที่จองซื้อ All-new Mitsubishi XFORCE e-HEV ภายในวันที่ 31 พฤษภาคม และรับมอบรถภายในวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ จะได้รับสิทธิพิเศษจากแคมเปญ ‘Early Bird Offers เฉพาะช่วงเปิดตัวเท่านั้น’ โดยจะได้รับบัตรกำนัลที่พักโรงแรมและรีสอร์ตในเครือเซ็นทารา มูลค่า 10,000 บาท พร้อมด้วยโปรโมชั่นพิเศษอื่นๆ สำหรับรถยนต์ทุกรุ่น”
All-new Mitsubishi XFORCE e-HEV ได้รับการพัฒนาร่วมกับทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ชาวไทย และผลิตที่โรงงานมิตซูบิชิ มอเตอร์ส แหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นฐานการผลิตหลักในภูมิภาคอาเซียน มั่นใจได้ในด้านคุณภาพการผลิตและบริการหลังการขายที่ครบวงจร โดยมีให้เลือก 3 รุ่นย่อย ได้แก่ Ignite, Ultimate และรุ่นท็อป Ultimate X ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นภายใต้แนวคิด Silky & Solid ที่สะท้อนความสง่างามแต่แฝงไว้ด้วยพละกำลังในทุกมิติ ขับขี่สนุกในทุกการเดินทาง ด้วยระบบขับเคลื่อน Full Hybrid Generation ใหม่ ที่มอบอัตราเร่งที่ยอดเยี่ยม พร้อมประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 24.4 กิโลเมตร/ลิตร พร้อม 7 โหมดการขับขี่ ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับทุกสภาพถนน และระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC) เพื่อความมั่นใจในการเข้าโค้ง ระบบช่วงล่างได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่โดยอิงจากการทดสอบจริงบนถนนไทยกว่า 100,000 กิโลเมตร เพื่อให้ตอบสนองต่อสภาพถนนในประเทศไทยได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ด้านเทคโนโลยีความปลอดภัย All-new Mitsubishi XFORCE e-HEV มาพร้อมระบบ Diamond Sense แบบครบครัน รวมถึงกล้องมองภาพรอบคัน (Multi Around Monitor: MAM) พร้อมระบบตรวจจับการเคลื่อนไหว (Moving Object Detection: MOD) ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง และเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่อื่นๆ อีกมากมาย ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง มอบความสะดวกสบายสูงสุด ด้วยพื้นที่จัดเก็บสัมภาระที่หลากหลาย รองรับทุกไลฟ์สไตล์ โดยรุ่น Ultimate X ยังมาพร้อมระบบเสียง Dynamic Sound Yamaha Premium พร้อมลำโพง 8 จุด เพื่อประสบการณ์การฟังเพลงที่เหนือระดับ
ไฮไลต์อีกหนึ่งรุ่นภายในงานคือ Mitsubishi Xpander e-HEV Play และ Xpander Cross e-HEV Play รุ่นพิเศษจำนวนจำกัด ซึ่งตอกย้ำความสำเร็จในฐานะผู้นำตลาดรถยนต์ครอบครัวอเนกประสงค์ 7 ที่นั่งขนาดเล็ก ด้วยการติดตั้งชุดแต่งจากโรงงานในโทนสีดำ ให้บุคลิกที่โดดเด่น มีสไตล์ พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับในแบบ MITSUBISHI e:MOTION ดีไซน์ภายนอกสปอร์ตพรีเมียม ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง เบาะนั่งปรับพับได้หลากหลายรูปแบบ และพื้นที่จัดเก็บสัมภาระที่ยืดหยุ่น รองรับทุกความต้องการของครอบครัวยุคใหม่ที่รักความคล่องตัว
ภายในงานยังจัดแสดง Mitsubishi Pajero Sport Prime ใหม่ ที่มาพร้อมฟีเจอร์ครบครันยิ่งขึ้น ในราคาจำหน่ายเท่าเดิม เพิ่มความคุ้มค่าด้วยระบบความปลอดภัย Diamond Sense เพื่อความมั่นใจในทุกการเดินทาง ห้องโดยสารกว้างขวาง สะท้อนความหรูหราและทันสมัย
ปิดท้ายด้วย Mitsubishi Triton Athlete ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง Hyper Power X2 ที่ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 470 นิวตันเมตร ดีไซน์ภายนอกโดดเด่น มีสไตล์ ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยโทนสีทูโทน มอบความสะดวกสบายสูงสุด พร้อมระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ Diamond Sense และระบบขับเคลื่อน Super Select 4WD II ที่เป็นเอกลักษณ์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส สามารถเปลี่ยนโหมดขับเคลื่อน 4 ล้อ ได้ทันทีแม้ในขณะขับขี่ (Shift-on-the-Fly) และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Full-Time 7 โหมดการขับขี่ พร้อม Active Yaw Control เพื่อความคล่องตัวในทุกสภาพถนน
นอกจากการจัดแสดงรถยนต์แล้ว การประกาศความพร้อมส่งทีม Mitsubishi RallyArt เข้าร่วมการแข่งขัน Asia Cross Country Rally (AXCR) 2025 ด้วยรถแข่ง Triton Rally Car รุ่นใหม่ สะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งการแข่งขันและความมุ่งมั่นในการพัฒนารถยนต์ที่สมรรถนะสูง ควบคู่ไปกับความสำเร็จที่ได้รับจาก Car of the Year 2025 ทั้ง 5 รางวัล ซึ่งได้แก่ Mitsubishi Xpander Cross e-HEV รางวัลรถอเนกประสงค์ไฮบริดขนาดเล็ก เครื่องยนต์ต่ำกว่า 1,600 ซีซี ยอดเยี่ยม, Mitsubishi Triton Athlete รางวัลรถกระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ เครื่องยนต์ต่ำกว่า 2,500 ซีซี ยอดเยี่ยม, Mitsubishi Pajero Sport Elite รางวัลรถอเนกประสงค์ ขับเคลื่อน 4 ล้อ เครื่องยนต์ต่ำกว่า 2,500 ซีซี ยอดเยี่ยม, Mitsubishi Mirage รางวัลรถยนต์อีโคคาร์ ประหยัดน้ำมัน ยอดเยี่ยม และ Mitsubishi Attrage รางวัลรถยนต์อีโคคาร์ 4 ประตู ราคาคุ้มค่า ยอดเยี่ยม รางวัลเหล่านี้ยืนยันถึงความเป็นเลิศด้านวิศวกรรม นวัตกรรม และความพึงพอใจของลูกค้า ที่มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มุ่งมั่นพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง
ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมรถยนต์มิตซูบิชิทุกรุ่นได้ที่บูธมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย (A9) ที่งาน Bangkok International Motor Show 2026 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ 1 – 3 เมืองทองธานี หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและนัดหมายเพื่อทดลองขับได้ที่ตัวแทนจำหน่ายมิตซูบิชิใกล้บ้านท่าน
หลังจาก Mitsubishi Xpander HEV เปิดตัวไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับอย่างยอดเยี่ยมจากตลาด ด้วยยอดจองกว่า 4,000 คัน ภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งเดือน ด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่นและเทคโนโลยี Full Hybrid ที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้ Xpander HEV กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในตลาดรถยนต์ MPV ซึ่งมาพร้อมข้อเสนอพิเศษในช่วงแนะนำ ราคาเริ่มต้นที่ 912,000 บาท และในรุ่น Cross ราคา 946,000 บาท โดยหลังช่วงแนะนำ ราคาจำหน่ายจะอยู่ที่ 933,000 บาท สำหรับรุ่นมาตรฐาน และ 961,