
มิตซูบิชิเปิดตัว All-new Xforce HEV และ Xpander HEV Play ครั้งแรกที่งาน Motor Show 2026 พร้อมแคมเปญพิเศษและประกาศความพร้อมสู้ศึกแรลลี่
กรุงเทพมหานคร – 1 เมษายน 2569 – มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย สร้างความฮือฮาในวงการยานยนต์ ด้วยการเปิดตัวรถยนต์ Full Hybrid สองรุ่นใหม่ล่าสุดอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ซึ่งจัดขึ้น ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ 1 – 3 เมืองทองธานี ไฮไลต์สำคัญคือการเผยโฉม All-new Mitsubishi Xforce HEV รถยนต์ Crossover ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นโดยความร่วมมือกับทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ชาวไทย และ Mitsubishi Xpander HEV Play รุ่นพิเศษจำนวนจำกัด ที่ต่อยอดความสำเร็จของรถยนต์ครอบครัวอเนกประสงค์ขนาดเล็ก นอกจากนี้ บริษัทยังได้ประกาศความพร้อมในการส่งทีม Mitsubishi Rallyart ลงสู้ศึกการแข่งขัน Asia Cross Country Rally (AXCR) 2025 ด้วยรถแข่ง Triton Rally Car และตอกย้ำความเป็นเลิศด้านผลิตภัณฑ์ ด้วยการคว้ารางวัลอันทรงเกียรติ ‘Car of the Year 2025’ ถึง 5 รางวัล
“รถยนต์สองรุ่นนี้คือความสำเร็จครั้งสำคัญในการพัฒนาระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด”
นายเรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเปิดงานด้วยความภาคภูมิใจว่า “การเปิดตัว All-new Mitsubishi Xforce HEV ครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทยเมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากลูกค้า และในงาน Motor Show 2026 นี้ ถือเป็นโอกาสอันดีที่ลูกค้าจะได้สัมผัสรถรุ่นที่หลายท่านรอคอยอย่างใกล้ชิด รวมถึงรถ Mitsubishi Xpander HEV Play รุ่นพิเศษที่มีจำนวนจำกัด รถยนต์ทั้งสองรุ่นนี้ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จในการพัฒนารถยนต์ Full Hybrid ที่ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับดีไซน์อันโดดเด่นและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม”
แคมเปญ Early Bird Offers มอบข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับลูกค้า
มร. อินาบะ ได้ประกาศแคมเปญพิเศษ “Early Bird Offers เฉพาะช่วงเปิดตัวเท่านั้น” สำหรับลูกค้าที่จองซื้อ All-new Mitsubishi Xforce HEV ภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 และรับมอบรถภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 โดยลูกค้าจะได้รับ บัตรของขวัญที่พักโรงแรมและรีสอร์ตในเครือเซ็นทารา มูลค่า 10,000 บาท พร้อมด้วยโปรโมชั่นอื่นๆ อีกมากมายสำหรับรถยนต์ทุกรุ่น “เราต้องการมอบประสบการณ์การใช้งานที่เหนือระดับให้กับลูกค้า ไม่ใช่แค่ในระหว่างการขับขี่ แต่รวมถึงช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนด้วย” นายอินาบะกล่าวเสริม
All-new Mitsubishi Xforce HEV: นิยามใหม่แห่ง Crossover สไตล์ญี่ปุ่น
All-new Mitsubishi Xforce HEV ได้รับการพัฒนาร่วมกับทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ชาวไทย และมีฐานการผลิตที่โรงงานมิตซูบิชิ มอเตอร์ส แหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการผลิตรถยนต์ที่มีคุณภาพสูงในประเทศไทย มั่นใจได้ในคุณภาพการผลิตและบริการหลังการขายที่ครบครัน รถยนต์รุ่นนี้มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย ได้แก่ Ignite, Ultimate และ Ultimate X ซึ่งแต่ละรุ่นได้รับการออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ Silky & Solid สะท้อนความสง่างามที่แฝงไว้ด้วยพละกำลังอันทรงพลัง
เทคโนโลยี MITSUBISHI e:MOTION: มิติใหม่แห่งประสบการณ์ขับขี่
หัวใจสำคัญของ All-new Mitsubishi Xforce HEV คือระบบขับเคลื่อน Full Hybrid Generation ใหม่ ที่ผสานการทำงานของ 3 สุดยอดเทคโนโลยี เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับไปอีกขั้น ด้วยอัตราเร่งที่ยอดเยี่ยมแต่ประหยัดน้ำมันมากขึ้น เฉลี่ยอยู่ที่ 24.4 กิโลเมตร/ลิตร เทคโนโลยีนี้ประกอบด้วย:
ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด Generation ใหม่: ให้การตอบสนองที่รวดเร็วและ плавный เปลี่ยนถ่ายกำลังได้อย่างราบรื่น มอบสมรรถนะที่โดดเด่นทั้งในเมืองและบนทางหลวง
7 Drive Modes: ระบบเลือกโหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ ได้แก่ Normal, Wet, Gravel, Tarmac, Mud, EV และ EV Charge เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดที่เหมาะสมกับสภาพถนนและสไตล์การขับขี่ได้อย่างง่ายดาย
Active Yaw Control (AYC): ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง ที่ทำงานผสานกับระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ เพื่อมอบความปลอดภัยและความมั่นใจในการขับขี่ ด้วยสมรรถนะการควบคุมรถที่เหนือชั้น
ช่วงล่างและการพัฒนาเพื่อสภาพถนนไทย
ช่วงล่างและระบบกันสะเทือนได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ เพื่อให้เหมาะกับทุกสภาพถนนในประเทศไทย จากการทดสอบจริงบนถนนกว่า 100,000 กิโลเมตร ทำให้ All-new Mitsubishi Xforce HEV มอบประสบการณ์การขับขี่ที่สบาย นุ่มนวล แต่ยังคงความสนุกสนานในการควบคุม
เทคโนโลยีความปลอดภัย Diamond Sense: ความอุ่นใจในทุกการเดินทาง
All-new Mitsubishi Xforce HEV โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน Diamond Sense แบบครบครัน ซึ่งรวมถึง:
Multi Around Monitor (MAM) พร้อม Moving Object Detection (MOD): กล้องมองภาพรอบคัน พร้อมระบบตรวจจับวัตถุเคลื่อนไหว ช่วยลดจุดอับสายตาและเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่
ถุงลม 6 ตำแหน่ง: ให้การปกป้องผู้โดยสารในทุกสถานการณ์
ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรงพร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (FCM): ระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูงที่ช่วยเตือนและป้องกันการชนด้านหน้า
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control: ACC): ระบบที่ช่วยลดความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ในการเดินทางไกล
ความสะดวกสบายและพื้นที่ภายใน
ห้องโดยสารของ All-new Mitsubishi Xforce HEV ได้รับการออกแบบให้มีความกว้างขวาง พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระที่หลากหลาย ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ โดยในรุ่นท็อป Ultimate X ยังมาพร้อม ระบบเสียง Dynamic Sound Yamaha Premium และลำโพง 8 จุด เพื่อมอบประสบการณ์เสียงที่เหนือระดับ
Mitsubishi Xpander HEV Play และ Xpander Cross HEV Play: นิยามใหม่แห่งรถครอบครัว
ภายในงาน ยังมีการจัดแสดง Mitsubishi Xpander HEV Play และ Xpander Cross HEV Play รุ่นพิเศษจำนวนจำกัด ที่ตอกย้ำความสำเร็จในฐานะผู้นำตลาดรถยนต์ครอบครัวอเนกประสงค์ 7 ที่นั่งขนาดเล็ก รถยนต์รุ่นพิเศษนี้มีการติดตั้งชุดแต่งจากโรงงานในโทนสีดำ ให้บุคลิกใหม่ที่โดดเด่น มีสไตล์ พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่เหนือระดับในแบบ MITSUBISHI e:MOTION ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นในสไตล์สปอร์ตพรีเมียม ห้องโดยสารกว้างขวาง เบาะนั่งปรับพับได้หลากหลายรูปแบบและมีพื้นที่จัดเก็บสัมภาระที่ปรับเปลี่ยนได้ตามต้องการ ตอบโจทย์ทุกความต้องการและรองรับไลฟ์สไตล์สุดแอ็กทีฟของครอบครัวยุคใหม่
Mitsubishi Pajero Sport Prime: ยกระดับความคุ้มค่า
ภายในงานยังจัดแสดง Mitsubishi Pajero Sport Prime ใหม่ มาพร้อมกับฟีเจอร์ที่ครบครันมากยิ่งขึ้นในราคาจำหน่ายเท่าเดิม เพิ่มความคุ้มค่าด้วยการยกระดับความสะดวกสบายและความปลอดภัยสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน Diamond Sense เพื่อความมั่นใจในทุกการเดินทาง และมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น ภายในห้องโดยสารสะดวกสบาย สะท้อนความหรูหราและทันสมัย
Mitsubishi Triton Athlete: ขุมพลังไฮเปอร์ พาวเวอร์ X2
ปิดท้ายด้วย Mitsubishi Triton Athlete ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง Hyper Power X2 กำลังสูงสุด 204 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 470 นิวตันเมตร ตอบสนองไลฟ์สไตล์สปอร์ตพรีเมียมด้วยรูปลักษณ์โดดเด่นมีสไตล์ ห้องโดยสารสะดวกสบายทุกจุด ผสานดีไซน์ภายในสีทูโทน เหนือกว่าด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะรอบคัน Diamond Sense พร้อมระบบพวงมาลัยพาวเวอร์แบบไฟฟ้า (Electric Power Steering: EPS) และระบบขับเคลื่อน Super Select 4WD II เอกลักษณ์เฉพาะของมิตซู