
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย: ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ด้วย All-new Xpander HEV และ Xpander HEV Play ในงาน Bangkok International Motor Show 2026
การเปิดตัวรถยนต์ฟูลไฮบริด (Full Hybrid) 2 รุ่นใหม่ล่าสุดในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 (Bangkok International Motor Show 2025) ถือเป็นการตอกย้ำวิสัยทัศน์ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ในการก้าวสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า ด้วยนวัตกรรมที่ผสานสมรรถนะ ความหรูหรา และความคุ้มค่าเข้าไว้ด้วยกัน ครั้งนี้เราจะเจาะลึกถึงความสำเร็จของ Mitsubishi Xpander HEV และรุ่นพิเศษ Mitsubishi Xpander HEV Play ที่ไม่เพียงแต่สร้างปรากฏการณ์ในตลาดรถยนต์ไทย แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ภายใต้การนำของ มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ได้ประกาศความพร้อมที่จะนำเสนอเทคโนโลยีล้ำสมัยสู่ผู้บริโภคชาวไทย ด้วยการเปิดตัว All-new Mitsubishi Xpander HEV ซึ่งเป็นรถยนต์ฟูลไฮบริดรุ่นแรกของแบรนด์ที่ผลิตในประเทศไทย พร้อมด้วย Mitsubishi Xpander HEV Play รุ่นพิเศษจำนวนจำกัด นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงรถยนต์รุ่นอื่นๆ ที่ได้รับการยอมรับในตลาด เช่น Mitsubishi Pajero Sport Prime และ Mitsubishi Triton Athlete ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการนำเสนอยนตรกรรมที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์
ความสำเร็จที่ต่อเนื่องของ Xpander HEV สู่การเป็นผู้นำตลาด
ตั้งแต่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ที่ผ่านมา Mitsubishi Xpander HEV ได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้นจากผู้บริโภคชาวไทย ด้วยยอดขายกว่า 4,000 คันภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งเดือนแรก ความสำเร็จนี้สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของตลาดที่หันมาสนใจยานยนต์ไฟฟ้า และความเชื่อมั่นในเทคโนโลยีของมิตซูบิชิ
Mitsubishi Xpander HEV ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์ฟูลไฮบริดธรรมดา แต่เป็นการผสานวิศวกรรมที่ชาญฉลาดเข้ากับความต้องการของคนเมือง ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่น สมรรถนะที่เหนือชั้น และความคุ้มค่าที่หาตัวจับยาก ไม่ว่าจะเป็นในเมืองหรือการเดินทางไกล Xpander HEV ก็สามารถตอบสนองทุกความต้องการได้อย่างลงตัว
เทคโนโลยี MITSUBISHI e:MOTION: หัวใจของความล้ำสมัย
หัวใจสำคัญที่ทำให้ Mitsubishi Xpander HEV แตกต่างจากคู่แข่งคือระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดรุ่นใหม่ หรือ MITSUBISHI e:MOTION ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นโดยต่อยอดจากเทคโนโลยีรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEVs) ระบบนี้ผสานการทำงานของเครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร MIVEC กับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ
ระบบขับเคลื่อนนี้ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ขับเคลื่อนที่ได้รับการพัฒนาสำหรับรถยนต์รุ่นนี้โดยเฉพาะ ทำให้สามารถมอบอัตราเร่งที่ทรงพลังและไหลลื่นไร้สะดุด ด้วยแรงบิดจากมอเตอร์ไฟฟ้าถึง 255 นิวตันเมตร การออกตัวและการเปลี่ยนเลนบนทางด่วนจึงเป็นไปอย่างราบรื่นและมั่นใจ
7 โหมดการขับขี่: อิสระในการเลือกทุกสไตล์การเดินทาง
หนึ่งในจุดเด่นที่ทำให้ Xpander HEV แตกต่างจากคู่แข่งคือระบบ 7 โหมดการขับขี่ ที่ให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกได้ตามสภาพถนนและสไตล์การขับขี่:
Normal Mode: โหมดมาตรฐานที่สมดุลและเหมาะสมที่สุดสำหรับการขับขี่ทั่วไปในชีวิตประจำวัน
Wet Mode: โหมดสำหรับถนนเปียกลื่น ช่วยป้องกันการลื่นไถลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Gravel Mode: โหมดสำหรับทางลูกรัง เพิ่มเสถียรภาพการขับขี่บนพื้นผิวที่ลื่นและขรุขระ
Tarmac Mode: โหมดสำหรับถนนลาดยาง ให้พละกำลังและการควบคุมที่คล่องตัว
Mud Mode: โหมดสำหรับทางดินโคลน เพิ่มการตอบสนองและการควบคุมที่ทรงพลัง
EV Mode: โหมดขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% สำหรับการเดินทางที่เงียบสงบและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
EV Charge Mode: โหมดชาร์จไฟกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ขณะเบรกหรือ Regenerative Braking
ระบบ Active Yaw Control (AYC): ความปลอดภัยที่เหนือกว่า
ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง หรือ Active Yaw Control (AYC) เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มความปลอดภัยและความมั่นใจในการขับขี่ ระบบนี้ทำงานสอดผสานอย่างลงตัวกับเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ เพื่อมอบสมรรถนะการควบคุมรถที่เหนือชั้น ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถได้อย่างง่ายดายและคล่องตัวบนทุกสภาพถนนและทุกสภาพอากาศ
ดีไซน์ Silky & Solid: ความสมดุลระหว่างความหรูหราและพลัง
All-new Mitsubishi Xpander HEV ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด Silky & Solid ที่สะท้อนถึงความเรียบหรูแต่ทรงพลังในทุกมิติ การออกแบบภายนอกที่โดดเด่นสะดุดตา ด้วยเส้นสายที่ลื่นไหลแต่แข็งแกร่ง แสดงถึงเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่ผสานความหรูหราเข้ากับสมรรถนะได้อย่างลงตัว
ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวาง เบาะนั่งที่ปรับพับได้หลากหลายรูปแบบ และพื้นที่จัดเก็บสัมภาระที่ปรับเปลี่ยนได้ตามต้องการ ตอบโจทย์ทุกความต้องการและไลฟ์สไตล์สุดแอ็กทีฟของครอบครัวยุคใหม่ โดยเฉพาะในรุ่นท็อป Ultimate X ที่มาพร้อมระบบเสียง Dynamic Sound Yamaha Premium และลำโพง 8 จุด เพื่อประสบการณ์การฟังเพลงที่เหนือระดับ
Mitsubishi Xpander HEV Play: ความพิเศษที่จำกัดเฉพาะคุณ
สำหรับผู้ที่มองหาความพิเศษและไม่เหมือนใคร Mitsubishi Xpander HEV Play คือคำตอบ ด้วยชุดแต่งพิเศษที่ติดตั้งจากโรงงานในโทนสีดำ ให้บุคลิกที่โดดเด่นมีสไตล์ แต่ยังคงไว้ซึ่งความหรูหราและความสะดวกสบายเช่นเดียวกับ Xpander HEV รุ่นมาตรฐาน
รุ่นพิเศษนี้เป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของมิตซูบิชิในการนำเสนอรถยนต์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด ด้วยจำนวนจำกัด จึงเป็นโอกาสพิเศษสำหรับผู้ที่ต้องการครอบครองยานยนต์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
นวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน: อัตราการประหยัดน้ำมันที่น่าทึ่ง
ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดใน Xpander HEV ไม่เพียงแต่มอบสมรรถนะที่เหนือกว่า แต่ยังโดดเด่นในด้านอัตราการประหยัดน้ำมัน ด้วยเทคโนโลยี Regenerative Braking ที่ช่วยชาร์จไฟกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ขณะเบรกหรือลดความเร็ว ทำให้สามารถเดินทางได้ไกลขึ้นโดยใช้พลังงานน้อยลง
จากการทดสอบใช้งานจริง พบว่า Xpander HEV สามารถทำอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงได้ถึงประมาณ 16 กม./ลิตร ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจสำหรับรถยนต์ในกลุ่มนี้
รางวัล Car of the Year 2025: การยอมรับในคุณภาพและนวัตกรรม
ความสำเร็จของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ไม่ได้หยุดอยู่แค่ยอดขาย แต่ยังได้รับการยอมรับในระดับอุตสาหกรรม ด้วยการคว้ารางวัล Car of the Year 2025 จำนวน 5 รางวัล จากบริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นเลิศด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์ สมรรถนะ และความพึงพอใจของลูกค้า
รางวัลที่ได้รับประกอบด้วย:
มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี: รางวัลรถอเนกประสงค์ไฮบริดขนาดเล็ก เครื่องยนต์ต่ำกว่า 1,600 ซีซี ยอดเยี่ยม
มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท: รางวัลรถกระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ เครื่องยนต์ต่ำกว่า 2,500 ซีซี ยอดเยี่ยม
มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต อีลีท: รางวัลรถอเนกประสงค์ ขับเคลื่อน 4 ล้อ เครื่องยนต์ต่ำกว่า 2,500 ซีซี ยอดเยี่ยม
มิตซูบิชิ แอททราจ: รางวัลรถยนต์อีโคคาร์ 4 ประตู ราคาคุ้มค่า ยอดเยี่ยม
มิตซูบิชิ มิราจ: รางวัลรถยนต์อีโคคาร์ ประหยัดน้ำมัน ยอดเยี่ยม
รางวัลเหล่านี้ตอกย้ำความมุ่งมั่นของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ในการพัฒนาด้านวิศวกรรม นวัตกรรม และเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่าง