
Mercedes-Benz: ก้าวข้ามสู่ยุคใหม่แห่งยนตรกรรม ล้ำหน้าด้วยนวัตกรรมไฟฟ้าและระบบความปลอดภัยขั้นสูง
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าทึ่งของอุตสาหกรรมนี้มาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาที่เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดดไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า และในบรรดาผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลก เมอร์เซเดส-เบนซ์ (Mercedes-Benz) คือหนึ่งในแบรนด์ที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นในการนำเสนอเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคตได้อย่างชัดเจน ตลอดช่วงครึ่งปีแรกของปี 2023 เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ได้ประกาศผลประกอบการที่น่าประทับใจ โดยมียอดขายรวมกว่า 7,700 คัน เติบโตขึ้น 6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากการนำเสนอ ยนตรกรรมเมอร์เซเดส-เบนซ์ รุ่นใหม่ๆ ที่ครอบคลุมทุกความต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่อง
The New GLC: นิยามใหม่ของ SUV หรูหรา ประสิทธิภาพสูง พร้อมเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริด
หัวใจสำคัญของความสำเร็จในช่วงครึ่งปีแรก และเป็นหมุดหมายสำคัญในการรุกตลาดครึ่งปีหลัง คือการเปิดตัว The new GLC เจเนอเรชั่นที่ 3 ซึ่งเป็น SUV ยอดนิยมของแบรนด์ การมาถึงของ The new GLC 350 e 4MATIC AMG Dynamic ซึ่งผลิตในประเทศไทย สะท้อนถึงกลยุทธ์ของเมอร์เซ-เบนซ์ในการตอบสนองความต้องการของตลาดท้องถิ่นได้อย่างแม่นยำ คอนเซ็ปต์ “READY FOR IT” ที่ใช้ในการเปิดตัวนี้ ไม่ใช่เพียงสโลแกน แต่คือการสื่อสารที่ชัดเจนว่า เมอร์เซเดส-เบนซ์ พร้อมแล้วสำหรับอนาคต และลูกค้าก็สามารถพร้อมไปกับเราได้
The new GLC รุ่นปลั๊กอินไฮบริด ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้น ทั้งในด้านสมรรถนะและระยะทางการขับขี่ด้วยไฟฟ้า ด้วยความสามารถในการวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ไกลถึง 120 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน WLTP ซึ่งถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันของคนเมืองส่วนใหญ่ และสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางไกล ก็ไม่ต้องกังวลใจอีกต่อไป เพราะยังมีเครื่องยนต์สันดาปภายในที่พร้อมทำงานต่อเนื่อง นอกจากนี้ The new GLC ยังอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ล้ำสมัย พร้อมเสริมความปลอดภัยขั้นสูงตามแบบฉบับ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล
ประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ: ผสานสมรรถนะและดีไซน์อย่างลงตัว
The new GLC สืบทอดดีเอ็นเอมาจากรุ่นก่อนหน้า ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูงทั่วโลก ด้วยยอดขายกว่า 2.6 ล้านคัน นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2008 ในฐานะ GLK และต่อยอดมาเป็น GLC ในปี 2015 เจเนอเรชั่นที่ 3 นี้ ได้รับการออกแบบภายใต้ปรัชญา Sensual Purity ที่ผสมผสานความสปอร์ตและความหรูหราได้อย่างลงตัว ดีไซน์ภายนอกมีความโฉบเฉี่ยว ปราดเปรียว สะท้อนถึงความเป็น SUV ที่พร้อมลุยไปได้ทุกที่ ทั้งบนถนนปกติ (On-Road) และเส้นทางออฟโรด (Off-Road) ในขณะที่ภายในห้องโดยสาร ยังคงเอกลักษณ์ของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ในเรื่องความประณีต วัสดุคุณภาพสูง และบรรยากาศที่หรูหราสะดวกสบาย
สำหรับ GLC 350 e 4MATIC AMG Dynamic มาพร้อมขุมพลังปลั๊กอินไฮบริดเจนเนอเรชั่นที่ 4 ซึ่งเป็นการพัฒนาระบบการทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยแบตเตอรี่แรงดันสูงขนาด 31.2 kWh ที่สามารถรองรับการขับขี่ด้วยไฟฟ้าได้ไกลถึง 120 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน WLTP ถือเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจอย่างยิ่งสำหรับรถยนต์ประเภทนี้ เทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดรุ่นล่าสุดนี้ยังรองรับการชาร์จทั้งแบบ DC Charge สูงสุด 60 kWh และ AC Charge สูงสุด 11 kWh ซึ่งช่วยให้การเติมพลังทำได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย: ขับเคลื่อนสู่ยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ
ประธานบริหารของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ได้กล่าวเน้นย้ำถึงทิศทางของบริษัทที่มุ่งสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มตัว โดยมีการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) อย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจาก EQS และ EQB ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ ยังมีแผนที่จะเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า 100% อีก 2 รุ่นในเร็วๆ นี้ ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับกลุ่มผลิตภัณฑ์ EV ของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ในประเทศไทยให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น ปัจจุบัน เครือข่ายผู้จำหน่ายของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ มากกว่า 30 สาขาทั่วประเทศ พร้อมรองรับการขายและให้บริการรถยนต์ไฟฟ้า 100% เพื่ออำนวยความสะดวกสูงสุดแก่ลูกค้า
นอกจากนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังให้ความสำคัญกับรถยนต์พลังงานทางเลือกอย่าง ปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrid) ซึ่งเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่ยังไม่พร้อมเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า 100% โดย รถปลั๊กอินไฮบริดเมอร์เซเดส-เบนซ์ รุ่นใหม่ที่ทำตลาดในไทย สามารถมอบระยะทางการขับขี่ด้วยไฟฟ้าได้มากกว่า 100 กิโลเมตร ซึ่งเป็นระยะทางที่เพียงพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคชาวไทย
มาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก: The New E-Class คว้า “Best Performer” จาก Euro NCAP
ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความปลอดภัย เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้รับรางวัล “Best Performer” ประจำปี 2024 จาก Euro NCAP สำหรับ The new E-Class ซึ่งเป็นผลการทดสอบที่สะท้อนถึงความปลอดภัยสูงสุดในทุกมิติ รางวัลนี้มาจากการประเมินคะแนนเฉลี่ยใน 4 หมวดหมู่หลัก ได้แก่ การปกป้องผู้โดยสารผู้ใหญ่ (Adult Occupant Protection), การปกป้องผู้โดยสารเด็ก (Child Occupant Protection), การปกป้องผู้ใช้ถนน (Vulnerable Road User Protection) และเทคโนโลยีช่วยเหลือด้านความปลอดภัยขั้นสูง (Safety Assist Technologies)
Markus Schäfer คณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ กรุ๊ป เอจี กล่าวว่า เมอร์เซเดส-เบนซ์ คือสัญลักษณ์แห่งมาตรฐานความปลอดภัย และเป็นผู้บุกเบิกในด้านนี้อย่างแท้จริง รางวัล “Best Performer” จาก Euro NCAP นี้ เป็นเครื่องยืนยันถึงความพยายามของบริษัทในการยกระดับความปลอดภัยให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนทั่วโลก Euro NCAP (European New Car Assessment Programme) เป็นองค์กรอิสระที่ประเมินความปลอดภัยของรถยนต์ ซึ่งการได้รับรางวัลนี้เป็นการยืนยันถึงประสิทธิภาพและความเชี่ยวชาญของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ในการพัฒนานวัตกรรมช่วยเหลือผู้ขับขี่และระบบความปลอดภัยที่เหนือชั้น
Motor Expo 2023: “FUTURE FOR ALL” สะท้อนความเท่าเทียมและการเข้าถึง
ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 40 (Motor Expo 2023) เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ได้นำเสนอแนวคิด “FUTURE FOR ALL” ผ่านการออกแบบบูธที่คำนึงถึง Universal Design ทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงบูธได้อย่างเท่าเทียม ไร้ข้อจำกัด แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของความหลากหลาย (Diversity) ความเท่าเทียม (Equity) และการเคารพความแตกต่าง (Inclusion) ของลูกค้าทุกกลุ่ม
ภายในบูธ ได้มีการจัดแสดงยนตรกรรมหลากหลายรุ่นที่ตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกัน นำโดย The new GLC ที่มีรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล GLC 220 d 4MATIC Avantgarde พร้อมระบบ Mild Hybrid ที่ให้ทั้งสมรรถนะและประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดง EQE 350 4MATIC SUV Electric Art รถ SUV พลังงานไฟฟ้า 100% ที่มีระยะทางวิ่งสูงสุด 558 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง The new GLE 300 d 4MATIC AMG Dynamic ยนตรกรรม SUV สุดหรูที่ผสานสมรรถนะอันทรงพลัง และ C 220 d AMG Line รถซีดานยอดนิยมที่มาพร้อมดีไซน์สปอร์ต และเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง
GLC 220 d 4MATIC Avantgarde มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล OM654M ขนาด 1,993 ซีซี ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ISG 48V มอบกำลังสูงสุด 197 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 8 วินาที พร้อมระบบส่งกำลัง 9G-TRONIC ที่ช่วยให้การขับขี่นุ่มนวลและประหยัดน้ำมัน
EQE 350 4MATIC SUV Electric Art รถ SUV ไฟฟ้า 100% ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ให้กำลังรวม 292 แรงม้า แรงบิด 765 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.6 วินาที แบตเตอรี่ 89 kWh วิ่งได้ไกลกว่า 558 กม. (WLTP) รองรับ DC Charge สูงสุด 170 kWh
GLE 300 d 4MATIC AMG Dynamic ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล OM654M 1,993 ซีซี ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ISG 48V ให้กำลังรวม 269 แรงม้า แรงบิด 550 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.9 วินาที
C 220 d AMG Line รถซีดานดีไซน์สปอร์ต เครื่องยนต์ดีเซล OM654M 1,993 ซีซี ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ISG 48V ให้กำลังรวม 197 แรงม้า แรงบิด 440 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.3 วินาที
นอกจากนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังได้นำเสนอ Mercedes-Benz Drive Recorder 360 องศา ซึ่งเป็นอุปกรณ์ตกแต่งใหม่ล่าสุดที่ช่วยบันทึกเหตุการณ์รอบรถยนต์ พร้อมรับประกัน 2 ปี เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและความอุ่นใจในการเดินทาง
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังคงยืนยันในการนำเสนอยนตรกรรมที่เหนือระดับ พร้อมเทคโนโลยีอันล้ำสมัย และมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทุกท่าน หากท่านกำลังมองหารถยนต์ที่สะท้อนถึงความหรูหรา ประสิทธิภาพ และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เมอร์เซเดส-เบนซ์ คือคำตอบที่คุณไม่ควรพลาด
อย่าพลาดโอกาสสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษจากเมอร์เซเดส-เบนซ์
หากท่านต้องการสัมผัสกับยนตรกรรมที่ผสมผสานนวัตกรรม ความหรูหรา และเทคโนโลยีแห่งอนาคตอย่างลงตัว เมอร์เซเดส-เบนซ์ ขอเชิญชวนทุกท่านเข้ามาเยี่ยมชมและทดลองขับรถยนต์รุ่นต่างๆ ได้ที่ผู้จำหน่าย เมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ เพื่อค้นหารถยนต์ที่ใช่ ที่จะเติมเต็มทุกการเดินทางของคุณให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น.