![Part 2: N2609432_คนข มเม ย [ตอนจบ] | Đọc Báo Online16](https://newsthailan.tfvp.org/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260921_142846.jpg)
Mitsubishi Xpander HEV 2026: คู่แข่งตัวฉกาจในสมรภูมิ MPV Hybrid เมืองไทย
Mitsubishi Xpander HEV 2026 ไม่ใช่แค่รถ MPV ไฮบริดธรรมดา แต่คือปรากฏการณ์ที่พลิกโฉมตลาดรถครอบครัวในประเทศไทย ด้วยการผสมผสานความอเนกประสงค์ เทคโนโลยีล้ำสมัย และสมรรถนะที่เหนือชั้น ทำให้ Xpander HEV กลายเป็นตัวเลือกที่น่าจับตามองที่สุดในปี 2026
ตั้งแต่เปิดตัว Mitsubishi Xpander HEV ก็ได้รับเสียงตอบรับอย่างท่วมท้น ด้วยยอดขายที่พุ่งทะยานทะลุ 4,000 คัน ภายในระยะเวลาเพียงเดือนเดียว ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าผู้บริโภคชาวไทยกำลังมองหาทางเลือกใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายมากขึ้น
หัวใจสำคัญที่ทำให้ Xpander HEV โดดเด่นกว่าคู่แข่ง ไม่ใช่แค่ดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว แต่คือระบบส่งกำลังไฮบริดที่ผสานสมรรถนะและความประหยัดได้อย่างลงตัว วันนี้เราจะเจาะลึกถึงทุกมิติของ Xpander HEV ผ่านการทดสอบจริงบนเส้นทางกรุงเทพฯ-บางแสน เพื่อค้นหาว่ารถคันนี้ดีจริงสมคำร่ำลือหรือไม่
แกะกล่องดีไซน์: ความลงตัวระหว่างความแข็งแกร่งและความสง่างาม
Mitsubishi Xpander Cross HEV 2026 มาพร้อมกับดีไซน์ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในรถ MPV ที่ดูดีที่สุดในตลาด ด้วยเส้นสายที่เฉียบคมและสัดส่วนที่สมดุล กันชนหน้าดีไซน์ใหม่ กระจังหน้าสีดำแบบ Dynamic Shield ขนาดใหญ่ พร้อมไฟ DRL แบบ LED ทรง T-Shape ที่เป็นเอกลักษณ์ ไฟหน้า LED Bi-Function ที่ให้ความสว่างชัดเจน และล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 17 นิ้ว ที่เสริมความรู้สึกบึกบึน
ภายในห้องโดยสาร ได้รับการยกระดับให้พรีเมียมยิ่งขึ้น ด้วยการใช้วัสดุคุณภาพสูง เบาะนั่งหุ้มหนังสีดำสลับสีน้ำตาล พร้อมการเย็บตะเข็บที่ประณีต หน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto พวงมาลัยหุ้มหนังมัลติฟังก์ชัน พร้อม Paddle Shift เพื่อควบคุมการทำงานของระบบไฮบริดได้อย่างอิสระ และระบบปรับอากาศแบบดิจิทัลที่ให้ความเย็นสม่ำเสมอทั่วทั้งห้องโดยสาร
สัมผัสประสบการณ์การขับขี่: ความนุ่มนวลที่เหนือความคาดหมาย
ในการทดสอบภาคสนาม เราได้เลือกรุ่น Xpander Cross HEV ซึ่งมีความแตกต่างจากรุ่น Xpander HEV หลักๆ คือชุดแต่งภายนอกและภายใน ส่วนสมรรถนะเครื่องยนต์และความสูงใต้ท้องรถนั้นไม่แตกต่างกัน
การออกสตาร์ทจากกรุงเทพฯ สู่บางแสน แสดงให้เห็นถึงความสบายในการขับขี่ที่เหนือความคาดหมาย ตำแหน่งการนั่งที่ค่อนข้างสูง ให้มุมมองถนนที่กว้างขวาง ทำให้ควบคุมรถได้ง่าย ออกเดินทางบนทางด่วน ความเร็วสูง ช่วงล่างที่ได้รับการปรับปรุงใหม่สำหรับรุ่นไฮบริด สามารถซับแรงกระแทกจากพื้นถนนได้อย่างยอดเยี่ยม แม้ว่าน้ำหนักรถจะเพิ่มขึ้น 165 กิโลกรัมจากรุ่นเดิม
ตลอดเส้นทางทดสอบ พบว่าการนั่งรถหรือขับขี่ในระยะทางไกล ไม่ทำให้เกิดอาการเมื่อยล้า ระบบช่วงล่างทำงานประสานกันได้อย่างลงตัว ให้ความรู้สึกนุ่มนวลและมั่นคง การเกาะถนนทำได้ดีเยี่ยมในความเร็วสูง ด้วยระยะฐานล้อที่ยาวและความกว้างของตัวรถที่ลงตัว
การทดสอบในเมืองและการจราจรติดขัด ก็พบว่าระบบขับเคลื่อนไฮบริดทำงานได้อย่างราบรื่น การเปลี่ยนถ่ายกำลังระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าเกิดขึ้นอย่างนุ่มนวล แทบไม่รู้สึกถึงการทำงานของระบบ
หัวใจสำคัญ: เทคโนโลยีไฮบริดที่เหนือชั้น
Mitsubishi Xpander HEV 2026 ใช้เครื่องยนต์รหัส 4A92 เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ขนาด 1.6 ลิตร (1,590 ซีซี) พร้อมระบบแปรผันวาล์ว MIVEC ให้กำลังสูงสุด 95 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 134 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า พละกำลังรวมสูงสุดทั้งระบบอยู่ที่ 116 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 255 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนด้วยระบบขับเคลื่อนล้อหน้า พร้อมระบบ Active Yaw Control ที่ช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการเข้าโค้ง
ความโดดเด่นของระบบส่งกำลังไฮบริดนี้ คือความสามารถในการปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ให้เหมาะสมกับสภาพถนนและสถานการณ์ได้อย่างอัตโนมัติ มีโหมดการขับขี่ให้เลือกถึง 7 รูปแบบ ดังนี้:
Normal Mode: โหมดมาตรฐานที่สมดุลที่สุดสำหรับการขับขี่ทั่วไปในชีวิตประจำวัน ให้สมรรถนะที่เพียงพอและประหยัดน้ำมัน
Wet Mode: เหมาะสำหรับการขับขี่บนถนนที่เปียกลื่น ช่วยป้องกันการลื่นไถล เพิ่มความมั่นใจในการควบคุมรถ
Gravel Mode: ออกแบบมาสำหรับการขับขี่บนทางลูกรัง เพิ่มเสถียรภาพการขับขี่บนพื้นผิวถนนที่ลื่นและขรุขระ
Tarmac Mode: โหมดสำหรับถนนลาดยาง ให้พละกำลังและการควบคุมการขับขี่ที่คล่องตัว เหมาะสำหรับการขับขี่ที่ต้องการสมรรถนะสูง
Mud Mode: โหมดสำหรับทางโคลน เพิ่มการตอบสนองและการควบคุมที่ทรงพลังบนถนนดินโคลนสมบุกสมบัน
EV Mode: โหมดการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองหรือความเร็วต่ำ ช่วยประหยัดน้ำมันและลดมลพิษ
EV Charge Mode: โหมดชาร์จไฟกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ขณะขับขี่ เพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน
หนึ่งในคุณสมบัติที่น่าประทับใจที่สุดของ Xpander HEV คือการทำงานของระบบ Active Yaw Control ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ปกติพบในรถขับเคลื่อนสี่ล้อสมรรถนะสูง ระบบนี้ช่วยกระจายแรงบิดไปยังล้อแต่ละข้างอย่างเหมาะสม ช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการเข้าโค้งและลดอาการท้ายปัด ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกมั่นใจมากขึ้นแม้ในสถานการณ์ที่ท้าทาย
สมรรถนะจริง: ตัวเลขที่น่าประทับใจ
อัตราการกินน้ำมันในการทดสอบบนเส้นทางกรุงเทพฯ-บางแสน ไป-กลับ อยู่ที่ประมาณ 15-16 กิโลเมตรต่อลิตร ด้วยผู้ทดสอบ 3 คน ใช้งานจริง ไม่ได้เน้นการประหยัดเป็นพิเศษ ถือว่าเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจสำหรับรถ MPV ขนาดใหญ่
สำหรับในเมือง คาดว่าอัตราการกินน้ำมันจะอยู่ที่ประมาณ 18-19 กิโลเมตรต่อลิตร เนื่องจากรถสามารถใช้พลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อนเป็นหลักในความเร็วต่ำ การที่รถมีโหมด EV ให้ใช้งานได้ด้วย ถ้าแบตเตอรี่มีประจุเต็ม สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าได้เกือบ 10 กิโลเมตร ซึ่งเหมาะมากสำหรับการขับขี่ในเมืองหรือการจราจรติดขัด
ความประหยัดนี้ ทำให้ Xpander HEV เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับครอบครัวที่ต้องการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน การมีรถที่สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าในเมืองและใช้เครื่องยนต์ในการขับขี่ระยะไกล ทำให้ได้ทั้งความประหยัดและความสะดวกสบาย
ความสบายและความอเนกประสงค์: สัมผัสที่เหนือกว่า
หนึ่งในจุดเด่นที่ได้รับการชื่นชมอย่างมากคือ ระบบปรับอากาศที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถให้ความเย็นเพียงพอสำหรับทุกที่นั่ง แม้ในวันที่อากาศร้อนจัด ในการทดสอบ มีผู้โดยสารนั่งเบาะแถวที่สาม ก็ยังรู้สึกเย็นสบาย แม้ว่ารถจะไม่ได้ติดฟิล์มกรองแสง แสดงให้เห็นว่าระบบแอร์ของ Xpander HEV สามารถสู้แดดร้อนในประเทศไทยได้อย่างสบาย
การเก็บเสียงภายในห้องโดยสารอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แต่ก็มีเสียงรบกวนบ้างในความเร็วเกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าน่าจะเกิดจากราวหลังคาที่มีในรุ่น Xpander Cross HEV ซึ่งอาจจะเกิดเสียงลมปะทะได้บ้าง แต่ก็ไม่ได้ดังรบกวนมากนัก หากเทียบกับรุ่น Xpander HEV ที่ไม่มีราวหลังคา จะเงียบกว่า
พื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง เบาะนั่งแถวที่สองและสามสามารถพับราบได้ ทำให้มีพื้นที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่ สามารถบรรทุกสัมภาระได้หลากหลายรูปแบบ เหมาะสำหรับครอบครัวที่เดินทางท่องเที่ยวหรือทำกิจกรรมต่างๆ
ความปลอดภัย: เทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจ
Mitsubishi Xpander HEV 2026 มาพร้อมกับเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ครบครัน เพื่อความมั่นใจของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร:
ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (FCM)
ระบบเตือนการออกนอกเลน (LDW)
ระบบเตือนจุดอับสายตา (BSW)
ระบบเตือน