![Part 2: N2609426_ความท กข ใจของล กคนกลาง [ตอนจบ] | Đọc Báo Online16](https://newsthailan.tfvp.org/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260921_143013.jpg)
Mitsubishi Xpander HEV Review: เจาะลึกสมรรถนะจริงบนเส้นทางกรุงเทพฯ-บางแสน 2026
ตั้งแต่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ Mitsubishi Xpander HEV ก็สร้างปรากฏการณ์ที่น่าทึ่งในตลาดประเทศไทย ด้วยยอดจองทะลุ 4,000 คัน ภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งเดือน สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์และเทคโนโลยีใหม่นี้ ไม่เพียงแค่ดีไซน์ภายนอกที่โดดเด่นกว่าคู่แข่งในกลุ่มเดียวกัน แต่หัวใจสำคัญที่ทำให้ Xpander HEV แตกต่างและน่าสนใจอย่างยิ่ง คือการมาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนไฮบริด ซึ่งถือเป็นการยกระดับมาตรฐานของรถยนต์ MPV ในตลาดไปอีกขั้น
เพื่อพิสูจน์สมรรถนะที่แท้จริงของเทคโนโลยีใหม่นี้ ทีมงานจึงได้จัดทริปทดสอบสุดพิเศษบนเส้นทางจริง จากกรุงเทพฯ สู่บางแสน เพื่อสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ในสภาวะที่หลากหลาย ทั้งการจราจรหนาแน่นในเมือง การขับขี่บนทางหลวงความเร็วสูง และเส้นทางหลากหลายสภาพผิว ซึ่งจะเผยให้เห็นถึงประสิทธิภาพที่แท้จริงของ Mitsubishi Xpander HEV ภายใต้การใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน
การทดสอบครั้งนี้ เราได้รับเกียรติให้ทดสอบ Mitsubishi Xpander Cross HEV ซึ่งมีความแตกต่างจาก Xpander HEV รุ่นมาตรฐานหลักๆ คือการเพิ่มชุดแต่งภายนอกที่ดูสปอร์ตและผจญภัยมากขึ้น แต่ในส่วนของระบบขับเคลื่อนและสมรรถนะทางเทคนิคแล้ว ทั้งสองรุ่นนั้นมีความใกล้เคียงกันมาก รวมถึงความสูงใต้ท้องรถที่ไม่ได้แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ
ก่อนหน้านี้ ทาง Mitsubishi Motors ประเทศไทย ได้จัดทดสอบเบื้องต้นในสนามทดสอบ ซึ่งช่วยให้เราเห็นภาพรวมของสมรรถนะรถ แต่ยังไม่สามารถสะท้อนถึงการใช้งานจริงได้อย่างเต็มที่ การทดสอบบนถนนจริงในทริปนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการประเมินศักยภาพของ Xpander HEV ในสถานการณ์ที่หลากหลายและเป็นธรรมชาติ
ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ จุดแรกที่สัมผัสได้ทันที คือตำแหน่งการนั่งขับขี่และทัศนวิสัย ด้วยความสูงของตัวรถที่ค่อนข้างโดดเด่น ทำให้ผู้ขับขี่ได้รับมุมมองที่กว้างและชัดเจน ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบอย่างมากในการขับขี่ในเมืองที่มีการจราจรคับคั่ง การมองเห็นสภาพแวดล้อมรอบตัวได้ดียิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มความมั่นใจและความปลอดภัยในการควบคุมรถ
เมื่อออกเดินทางเข้าสู่ถนนหลวงและวิ่งด้วยความเร็วสูง ตัวรถยังคงให้ความรู้สึกที่มั่นคงและควบคุมได้ง่าย ด้วยการปรับปรุงช่วงล่างที่ได้รับการออกแบบมาใหม่สำหรับรุ่นไฮบริดโดยเฉพาะ แม้ว่าน้ำหนักของรถจะเพิ่มขึ้นประมาณ 165 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับรุ่นปกติ แต่ช่วงล่างก็สามารถซับแรงกระแทกจากพื้นผิวถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ การนั่งขับขี่หรือโดยสารในระยะทางไกลจึงไม่รู้สึกเมื่อยล้าหรือกระด้าง
จุดเด่นที่น่าประทับใจอีกประการสำหรับสภาพอากาศในประเทศไทย คือระบบปรับอากาศของ Xpander HEV ที่สามารถทำความเย็นได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เพียงพอสำหรับทุกที่นั่ง แม้ในการทดสอบจะมีการโดยสารถึงแถวที่สาม และรถไม่ได้ติดตั้งฟิล์มกรองแสงใดๆ แต่ห้องโดยสารก็ยังคงรู้สึกเย็นสบาย แสดงให้เห็นว่าระบบแอร์ได้รับการออกแบบมาเพื่อรับมือกับสภาพอากาศร้อนของประเทศไทยได้อย่างยอดเยี่ยม
ในเรื่องของการเก็บเสียง ความรู้สึกโดยรวมถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี อย่างไรก็ตาม ในช่วงความเร็วที่สูงกว่า 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อาจมีเสียงลมและเสียงรบกวนจากภายนอกเล็ดลอดเข้ามาบ้าง ซึ่งเป็นเรื่องปกติสำหรับรถยนต์ประเภทนี้ แต่คาดว่าในรุ่น Xpander Cross HEV ที่มีราวหลังคา อาจมีส่วนทำให้เกิดเสียงลมรบกวนมากกว่ารุ่นปกติเล็กน้อย แต่ถ้าเทียบกับ Xpander รุ่นมาตรฐาน รุ่นไฮบริดนี้ให้ความรู้สึกที่เงียบกว่าอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นผลมาจากการทำงานของระบบขับเคลื่อนไฮบริดที่ช่วยลดเสียงรบกวนของเครื่องยนต์ได้
ขุมพลังและการทำงานของระบบไฮบริด
หัวใจสำคัญของ Mitsubishi Xpander HEV คือระบบขับเคลื่อนไฮบริดที่ผสานการทำงานของเครื่องยนต์เบนซินและมอเตอร์ไฟฟ้าเข้าด้วยกันอย่างลงตัว เครื่องยนต์หลักเป็นรหัส 4A92 ซึ่งเป็นเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ปริมาตรกระบอกสูบ 1,590 ซีซี พร้อมระบบวาล์วแปรผัน MIVEC ให้กำลังสูงสุด 95 แรงม้า (PS) ที่ 5,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 134 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที
กำลังขับเคลื่อนเสริมจากมอเตอร์ไฟฟ้าให้พละกำลังสูงสุดรวมทั้งระบบอยู่ที่ 116 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 255 นิวตันเมตร ระบบขับเคลื่อนเป็นแบบขับเคลื่อนล้อหน้า พร้อมด้วยเทคโนโลยี Active Yaw Control ซึ่งเป็นระบบควบคุมการทรงตัวที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าโค้งและรักษาเสถียรภาพของรถ
Xpander HEV มาพร้อมกับโหมดการขับขี่ถึง 7 รูปแบบ เพื่อตอบสนองต่อสภาวะการขับขี่ที่หลากหลาย ซึ่งถือเป็นจุดเด่นที่สำคัญและเหนือกว่าคู่แข่งในตลาด ได้แก่:
Normal Mode: โหมดการขับขี่พื้นฐานที่ให้ความสมดุลและเหมาะสมที่สุดสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ผสมผสานการทำงานของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าอย่างลงตัว เพื่อประสิทธิภาพที่ดีที่สุด
Wet Mode: โหมดสำหรับสภาพถนนเปียกลื่น ช่วยเพิ่มการยึดเกาะและป้องกันการลื่นไถล โดยปรับการตอบสนองของเครื่องยนต์และระบบควบคุมการทรงตัว
Gravel Mode: โหมดสำหรับทางลูกรัง ช่วยเพิ่มเสถียรภาพการขับขี่บนพื้นผิวถนนที่ลื่นและขรุขระ โดยปรับการกระจายกำลังไปยังล้อต่างๆ
Tarmac Mode: โหมดสำหรับทางลาดยาง ให้พละกำลังและการควบคุมการขับขี่ที่คล่องตัว เหมาะสำหรับการเดินทางบนทางหลวง
Mud Mode: โหมดสำหรับทางดินโคลน เพิ่มการตอบสนองและการควบคุมที่ทรงพลังบนถนนดินโคลนสมบุกสมบัน
EV Mode: โหมดขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% สำหรับการขับขี่ในระยะทางสั้นๆ หรือในพื้นที่ที่ต้องการความเงียบ
EV Charge Mode: โหมดชาร์จไฟกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ โดยใช้เครื่องยนต์เบนซินในการผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อชาร์จแบตเตอรี่
อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันและสมรรถนะจริง
ในการทดสอบการเดินทางไปกลับระหว่างกรุงเทพฯ และบางแสน ด้วยสไตล์การขับขี่แบบใช้งานจริง โดยมีผู้โดยสาร 3 คน ตัวรถทำอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 15-16 กิโลเมตรต่อลิตร ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาว่าการทดสอบนี้ไม่ได้เน้นการขับขี่แบบประหยัดเป็นพิเศษ แต่เป็นการขับขี่ในสภาวะที่หลากหลาย
คาดว่าหากขับขี่ด้วยเทคนิคการขับขี่แบบประหยัด (Eco Driving) และใช้ประโยชน์จากระบบไฮบริดอย่างเต็มที่ อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันจะสามารถทำได้ดีกว่านี้อย่างแน่นอน โดยเฉพาะในการขับขี่ในเมืองที่มีการจราจรติดขัด ซึ่งระบบไฮบริดจะแสดงประสิทธิภาพสูงสุดในการประหยัดน้ำมัน คาดว่าตัวเลขในเมืองอาจอยู่ที่ประมาณ 18-19 กิโลเมตรต่อลิตร หรือดีกว่านั้น
ข้อได้เปรียบที่สำคัญของระบบไฮบริดคือความสามารถในการใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนเป็นหลัก โดยเฉพาะในช่วงความเร็วต่ำถึงปานกลาง ซึ่งจะช่วยประหยัดน้ำมันได้มาก นอกจากนี้ ตัวรถยังมีโหมด EV ที่สามารถขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% ได้ในระยะทางประมาณ 5-10 กิโลเมตร ขึ้นอยู่กับสภาพการขับขี่และความเร็ว ซึ่งเหมาะสำหรับการเดินทางระยะสั้นในชุมชนหรือการขับขี่ในเมือง
จากการทดสอบจริงบนถนน ตัวรถแสดงให้เห็นถึงสมรรถนะที่เพียงพอต่อการใช้งานในทุกสภาวะ การเร่งแซงทำได้ทันท่วงทีด้วยแรงบิดเสริมจากมอเตอร์ไฟฟ้า การควบคุมรถในความเร็วสูงมีความมั่นคงและเกาะถนนได้ดี ช่วงล่างที่ได้รับการปรับปรุงใหม่รองรับการขับขี่ทางไกลได้เป็นอย่างดี
บทสรุป Mitsubishi Xpander Cross HEV
จากการทดสอบบนถนนจริง Mitsubishi Xpander Cross HEV ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพที่ยอดเยี่ยมในฐานะรถยนต์ MPV พลังงานไฮบริด ที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างสะดวกสบายและมีประสิทธิภาพ ระบบไฮบริดทำงานได้อย่างราบรื่นและชาญฉลาด ปรับเปลี่ยนการทำงานระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างลงตัว ผู้ขับขี่สามารถสัมผัสได้ถึงความประหยัดน้ำมันที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดย