
Mitsubishi Xpander HEV: รีวิวเจาะลึกประสบการณ์ขับขี่จริง 2026
เปิดตัวมาพร้อมเสียงฮือฮา และได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากตลาด สำหรับ Mitsubishi Xpander HEV ที่มียอดขายทะลุเป้าไปกว่า 4,000 คัน ในช่วงเวลาเพียงเดือนเดียวหลังการเปิดตัว นอกจากดีไซน์ภายนอกที่โดดเด่นสะดุดตาเหนือคู่แข่งในเซกเมนต์เดียวกันแล้ว หัวใจสำคัญที่ทำให้ Xpander HEV แตกต่างและน่าสนใจอย่างยิ่ง คือการที่ Mitsubishi เลือกใช้ระบบขับเคลื่อนไฮบริด ซึ่งถือเป็นการยกระดับและก้าวไปอีกขั้นเหนือคู่แข่งในตลาด
เพื่อพิสูจน์สมรรถนะและประสิทธิภาพของรถคันนี้อย่างแท้จริง ทีมงานจึงได้จัดทริปทดสอบขับขี่บนเส้นทางจริง จากกรุงเทพมหานคร มุ่งหน้าสู่บางแสน จังหวัดชลบุรี สัมผัสประสบการณ์การใช้งานในชีวิตประจำวัน เพื่อดูว่า Xpander HEV ดีจริงสมคำร่ำลือหรือไม่
ประสบการณ์ขับขี่จริง: กรุงเทพฯ-บางแสน
ในการทดสอบครั้งนี้ ทีมงานได้รับรถทดสอบรุ่น Mitsubishi Xpander Cross HEV ซึ่งมีความแตกต่างจากรุ่น Xpander HEV หลักๆ คือชุดแต่งภายนอกและภายใน ส่วนในด้านของขุมพลังและระบบช่วงล่างนั้น ไม่ได้มีความแตกต่างกัน ก่อนหน้านี้ ในวันเปิดตัว ทาง Mitsubishi ได้มีการจัดทดสอบในรูปแบบของสนามทดสอบจำลอง ซึ่งช่วยให้เห็นถึงศักยภาพเบื้องต้นของรถ แต่ยังไม่ได้สัมผัสกับสมรรถนะบนถนนจริง
การเดินทางเริ่มต้นจากกรุงเทพมหานคร ในเรื่องของตำแหน่งการนั่งและการมองเห็นทัศนวิสัย ต้องยอมรับว่าทำได้ดีเยี่ยม ด้วยความสูงของตัวรถที่ออกแบบมา ทำให้ผู้ขับขี่สามารถมองเห็นทัศนวิสัยรอบด้านได้อย่างชัดเจน การออกเดินทางบนเส้นทางมอเตอร์เวย์และถนนจริง ตัวรถสามารถควบคุมได้ง่าย แม้จะใช้ความเร็วสูง ด้วยการปรับจูนช่วงล่างใหม่สำหรับรุ่นไฮบริด ซึ่งต้องรองรับน้ำหนักตัวรถที่เพิ่มขึ้นประมาณ 165 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม การซับแรงกระแทกจากพื้นถนนมายังตัวรถทำได้ดีเยี่ยม ทำให้การนั่งหรือขับขี่ทางไกล ไม่รู้สึกเมื่อยล้า หรือรู้สึกกระด้างแต่อย่างใด
ระบบปรับอากาศและความสะดวกสบาย
อีกหนึ่งจุดเด่นที่สำคัญมากสำหรับการใช้งานในประเทศไทย คือระบบปรับอากาศ ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนจัดในบ้านเรา ระบบปรับอากาศของ Xpander HEV สามารถทำความเย็นได้เพียงพอสำหรับทุกที่นั่ง แม้กระทั่งในแถวที่สาม ซึ่งเป็นส่วนท้ายของตัวรถ ก็ยังคงรู้สึกเย็นสบาย ไม่ร้อน แม้ว่ารถที่ใช้ในการทดสอบจะไม่ได้ติดฟิล์มกรองแสงก็ตาม แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของระบบปรับอากาศที่สามารถรับมือกับแดดร้อนในเมืองไทยได้อย่างสบาย
เรื่องการเก็บเสียง อาจมีเสียงรบกวนบ้างเมื่อใช้ความเร็วเกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งคาดว่าน่าจะเกิดจากในรุ่นที่ทีมงานทดสอบคือ Xpander Cross HEV ซึ่งมีราวหลังคา อาจมีเสียงลมปะทะบ้างเล็กน้อย แต่ไม่ได้รบกวนการขับขี่มากนัก อย่างไรก็ตาม หากเปรียบเทียบกับรุ่น Xpander HEV ที่ไม่มีราวหลังคา คาดว่าจะมีความเงียบกว่าอย่างแน่นอน
ขุมพลังและเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนไฮบริด
หัวใจสำคัญของ Mitsubishi Xpander HEV คือเครื่องยนต์รหัส 4A92 เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ขนาด 1.6 ลิตร (1,590 ซีซี) พร้อมระบบวาล์วแปรผัน MIVEC ให้กำลังสูงสุด 95 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 134 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้พละกำลังรวมสูงสุดทั้งระบบ 116 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 255 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนด้วยระบบขับเคลื่อนล้อหน้า พร้อมระบบ Active Yaw Control เพื่อเพิ่มเสถียรภาพการควบคุม
การทำงานของระบบไฮบริดใน Xpander HEV เป็นแบบ Paralell Hybrid ซึ่งสามารถขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน มอเตอร์ไฟฟ้า หรือทั้งสองระบบทำงานร่วมกัน ขึ้นอยู่กับสภาวะการขับขี่ โหมดการทำงานของระบบจะปรับเปลี่ยนอัตโนมัติเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งในด้านอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันและสมรรถนะการขับขี่
โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ
Mitsubishi Xpander HEV มาพร้อมกับโหมดการขับขี่ให้เลือกใช้ถึง 7 รูปแบบ ซึ่งตอบสนองต่อการใช้งานในหลากหลายสภาวะ ดังนี้
Normal Mode: โหมดการขับขี่มาตรฐาน ที่มีความสมดุลและเหมาะสมที่สุดสำหรับการขับขี่ทั่วไปในชีวิตประจำวัน ระบบจะเลือกใช้พลังงานจากเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าอย่างเหมาะสม เพื่อให้ได้ความประหยัดและความคล่องตัวในการขับขี่
Wet Mode: โหมดที่ออกแบบมาสำหรับการขับขี่บนถนนที่เปียกลื่น ช่วยป้องกันการลื่นไถล โดยระบบจะปรับการทำงานของระบบควบคุมการทรงตัวและระบบส่งกำลังให้เหมาะสมกับสภาพถนน
Gravel Mode: โหมดสำหรับการขับขี่บนทางลูกรัง ช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่บนพื้นผิวถนนที่ลื่นและขรุขระ ให้ความมั่นใจในการควบคุมรถมากยิ่งขึ้น
Tarmac Mode: โหมดสำหรับการขับขี่บนถนนลาดยาง ที่ให้พละกำลังและการควบคุมการขับขี่ที่คล่องตัว เหมาะสำหรับการเดินทางบนทางหลวงหรือถนนที่มีความเร็ว
Mud Mode: โหมดสำหรับทางโคลน ช่วยเพิ่มการตอบสนองและการควบคุมที่ทรงพลังบนถนนดินโคลนสมบุกสมบัน แม้จะเป็นรถขับเคลื่อน 2 ล้อ แต่โหมดนี้จะช่วยให้รถสามารถผ่านอุปสรรคบนทางโคลนได้ดีเยี่ยม
EV Mode: โหมดการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% โดยจะใช้พลังงานจากแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียว เหมาะสำหรับการขับขี่ในระยะทางสั้นๆ ในความเร็วไม่สูงมาก เช่น ในการจราจรติดขัดในเมือง หรือการขับขี่ในชุมชน
EV Charge Mode: โหมดชาร์จไฟกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ ในโหมดนี้ เครื่องยนต์เบนซินจะทำงานเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าไปเก็บในแบตเตอรี่ โดยตัวรถจะยังคงเคลื่อนที่ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน
อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันและการทดสอบ
สำหรับการทดสอบการขับขี่ในทริปนี้ จากกรุงเทพฯ-บางแสน ไป-กลับ ด้วยการใช้งานจริง นั่งทดสอบ 3 คน ไม่ได้เน้นการประหยัดเป็นพิเศษ พบว่าอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 15-16 กิโลเมตรต่อลิตร ซึ่งถือว่าทำตัวเลขออกมาได้ดีมากสำหรับรถยนต์ประเภทนี้
คาดว่าหากขับขี่โดยเน้นการประหยัดเป็นพิเศษ จะสามารถทำตัวเลขได้ดีกว่านี้ ส่วนการใช้งานในเมือง ยังไม่ได้ทดสอบอย่างจริงจัง แต่คาดว่าอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันจะอยู่ที่ประมาณ 18-19 กิโลเมตรต่อลิตร เนื่องจากการขับขี่ในเมือง โดยเฉพาะในสภาพการจราจรติดขัด การใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนจะช่วยประหยัดน้ำมันได้อย่างมาก ประกอบกับตัวรถมีโหมด EV ที่สามารถขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าได้เป็นระยะทางเกือบ 10 กิโลเมตร หากแบตเตอรี่มีประจุเพียงพอ
สรุป: Mitsubishi Xpander Cross HEV ประสบการณ์ใช้งานจริง 2026
จากการทดสอบขับขี่บนถนนจริง สามารถสรุปได้ว่า Mitsubishi Xpander Cross HEV เป็นรถยนต์ที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างสะดวกสบาย ด้วยระบบไฮบริดที่ทำงานได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ มีโหมดการขับขี่ให้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ซึ่งครอบคลุมการใช้งานในทุกสภาวะ
สำหรับใครที่ยังไม่พร้อมที่จะเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ แต่ต้องการรถยนต์ที่ประหยัดน้ำมันและมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย Xpander HEV ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีมากๆ ในตลาดปัจจุบัน
สิ่งที่ทำให้ Xpander Cross HEV แตกต่างและโดดเด่นจากคู่แข่งอย่างแท้จริง คือจำนวนโหมดการขับขี่ที่มีให้เลือกใช้ ซึ่งถือว่ามากที่สุดในกลุ่มรถยนต์ประเภทเดียวกัน อย่างเช่น โหมด Mud Mode ที่หลายคนอาจจะสงสัยว่ารถที่เป็นระบบขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า จะสามารถทำงานได้จริงหรือไม่
ก่อนหน้านี้ ในงานเปิดตัว ทาง Mitsubishi ได้จัดให้มีการทดสอบในสนามจำลองที่เป็นโคลน เพื่อแสดงให้เห็นว่ารถจะสามารถผ่านอุปสรรคได้หรือไม่ ต้องยอมรับว่าสามารถผ่านไปได้อย่างง่ายดาย ให้ความรู้สึกเหมือนรถขับเคลื่อน 4 ล้อเลยทีเดียว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าระบบที่ให้มานั้นใช้งานได้จริง
แน่นอนว่า หากนำไปลุยในสภาพทางที่โหดร้ายมากๆ อาจจะไม่เหมาะสม แต่ถ้าต้องเข้าไปในพื้นที่ทุรกันดาร หรือเส้นทางที่ค่อนข้างลำบาก Xpander Cross HEV คันนี้ สามารถเอาตัวรอดได้อย่าง