![Part 2: N2809208_หน ขอลาออกจากการเป นล ก [ตอน 1] | Đọc Báo Online16](https://newsthailan.tfvp.org/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260923_093615.jpg)
มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เฮฟี (Mitsubishi XFORCE HEV) เดินหน้าส่งมอบหลังกวาดยอดจองพุ่งทะลุเป้า มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ประกาศเดินหน้าเร่งการส่งมอบรถยนต์ All-New Mitsubishi XFORCE HEV หรือ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี หลังจากที่ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามเกินความคาดหมายจากตลาด โดยเริ่มทยอยส่งมอบให้กับลูกค้าตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2568 เป็นต้นไป การผลิตรถยนต์รุ่นนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของบริษัทฯ ในการยกระดับไลน์อัพผลิตภัณฑ์ในประเทศไทยให้มีความหลากหลายและทันสมัยมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์พลังงานทางเลือกที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาด
มร. ทาคาโอะ คาโตะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดตัวและเริ่มการส่งมอบอย่างเป็นทางการ ณ ศูนย์กระจายสินค้าและบริการหลังการขายของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จังหวัดสมุทรปราการ ท่านกล่าวว่า “วันนี้เป็นวันสำคัญสำหรับมิตซูบิชิ มอเตอร์ส เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้เริ่มส่งมอบ All-New Mitsubishi XFORCE HEV ให้กับลูกค้าชาวไทย การตอบรับที่ยอดเยี่ยมจากตลาดแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีต่อแบรนด์และผลิตภัณฑ์ของเรา”
ยอดจองที่ทะลุเป้ากว่า 1,800 คัน ภายในระยะเวลาอันสั้นหลังจากการเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2568 สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จในการวางกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้อย่างตรงจุด กลุ่มลูกค้าเป้าหมายมีความประทับใจอย่างยิ่งกับหลายมิติของตัวรถ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการออกแบบที่ดูทันสมัย โฉบเฉี่ยว และทรงพลัง ซึ่งเป็นไปตามเทรนด์การออกแบบรถยนต์ SUV ในปัจจุบัน นอกจากนี้ ตัวถังที่มีขนาดกะทัดรัดแต่ยังคงความกว้างขวางภายในห้องโดยสาร ทำให้สามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 5 ที่นั่งอย่างสะดวกสบาย ซึ่งถือเป็นจุดแข็งสำคัญสำหรับรถยนต์ในกลุ่มคอมแพ็กต์เอสยูวีที่เน้นการใช้งานในเมืองและนอกเมือง
สมรรถนะการขับขี่เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ได้รับคำชมอย่างล้นหลาม ด้วยระบบขับเคลื่อนไฮบริด (HEV) ที่ให้การตอบสนองที่รวดเร็วและอัตราเร่งที่ทรงพลัง ควบคู่ไปกับการทำงานที่เงียบเชียบ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของรถยนต์ไฟฟ้าผสานระบบสันดาป นอกจากนี้ มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เฮฟี ยังโดดเด่นด้วยอัตราการประหยัดน้ำมันที่ยอดเยี่ยมในกลุ่มรถยนต์เดียวกัน ซึ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับต้นทุนการใช้งานในระยะยาว
การผลิตรถยนต์ All-New Mitsubishi XFORCE HEV ณ โรงงานแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ของบริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการลงทุนและพัฒนาศักยภาพการผลิตในประเทศไทย ซึ่งเป็นฐานการผลิตสำคัญสำหรับภูมิภาคอาเซียน การผลิตในประเทศยังช่วยลดระยะเวลาการรอคอยของลูกค้าและเสริมสร้างความมั่นใจให้กับตลาดท้องถิ่น
มร.คาโตะ กล่าวเพิ่มเติมถึงความผูกพันของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส กับประเทศไทยว่า “เราดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมาอย่างยาวนานกว่า 60 ปี ด้วยการสนับสนุนอย่างดียิ่งจากรัฐบาลไทย ทำให้เรามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมาโดยตลอด เราจะยังคงมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศ และเดินหน้าดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายในการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนของประเทศไทยอย่างจริงจัง การเปิดตัวและการส่งมอบ เอ็กซ์ฟอร์ส เฮฟี นี้ เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามเหล่านั้น”
ปัจจัยด้านความปลอดภัยและการรับรองมาตรฐานก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่สำคัญของ เอ็กซ์ฟอร์ส เฮฟี โดยรถยนต์รุ่นนี้ได้รับการประเมินมาตรฐานความปลอดภัยยานยนต์ของอาเซียน หรือ ASEAN NCAP ประจำปี 2024 และได้รับคะแนนสูงสุดในระดับ 5 ดาว ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในการผลิตรถยนต์ที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดสำหรับผู้บริโภคในภูมิภาคนี้ โดย เอ็กซ์ฟอร์ส เฮฟี ได้คะแนนเท่าเทียมกับรุ่นเครื่องยนต์เบนซินที่ได้รับการประเมินไปแล้วในช่วงต้นปีเดียวกัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสม่ำเสมอของคุณภาพและความปลอดภัยในทุกไลน์อัพผลิตภัณฑ์
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ได้จัดกิจกรรมพิเศษเปิดตัวรถยนต์ฟูลไฮบริดใหม่ล่าสุดสองรุ่น ได้แก่ Mitsubishi Xpander HEV หรือ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี และ Xpander Cross HEV หรือ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี โดยเป็นการเปิดตัวครั้งแรกของโลกสำหรับรถยนต์ครอบครัว 7 ที่นั่งขนาดเล็กที่มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด (Full Hybrid) ซึ่งเป็นการผสานการทำงานอย่างสมบูรณ์แบบระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์สันดาป เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ใหม่ที่เปี่ยมไปด้วยพลัง ความคล่องตัว และความมั่นใจในทุกเส้นทาง ซึ่งเป็นไปตามแนวคิดหลักของ Mitsubishi e:MOTION
ก่อนหน้านี้ ยานยนต์ตระกูลเอ็กซ์แพนเดอร์ ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในประเทศอินโดนีเซียเมื่อปี 2017 และขยายตลาดสู่ภูมิภาคอาเซียน ลาตินอเมริกา ตะวันออกกลาง และตลาดอื่นๆ ทั่วโลก รวมถึงรุ่น Xpander Cross ที่เปิดตัวตามมาในปี 2019 ได้กลายเป็นยนตรกรรมรุ่นสำคัญในเชิงกลยุทธ์ระดับโลกของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ด้วยยอดขายรวมกว่า 130,000 คันทั่วโลกในปีงบประมาณ 2565 ทำให้เป็นรุ่นที่มียอดขายสูงสุดเป็นอันดับ 3 รองจาก Mitsubishi Triton และ Mitsubishi Outlander โดยมีสถิติยอดขายสะสมรวมสูงกว่า 650,000 คัน นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรก สำหรับในประเทศไทยโดยเฉพาะ รุ่น Mitsubishi Xpander มียอดขายสะสมรวมสูงกว่า 64,000 คัน ตั้งแต่เปิดตัวในเดือนสิงหาคม 2561
สำหรับ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี เป็นการต่อยอดความสำเร็จของตระกูลเอ็กซ์แพนเดอร์ โดยผสานเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเข้ากับ DNA ความเป็นรถยนต์ SUV ที่โดดเด่นของแบรนด์ การพัฒนาระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดสำหรับเอ็กซ์ฟอร์สเป็นไปตามแนวทาง “e:MOTION” ซึ่งเป็นปรัชญาการพัฒนารถยนต์ที่มุ่งเน้นการมอบประสบการณ์การขับขี่ใหม่ที่เหนือระดับ โดยผสานเทคโนโลยีหลักสามประการเข้าด้วยกัน ได้แก่
ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด (HEV System): ระบบขับเคลื่อนที่ได้รับการพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีมาจากความสำเร็จของรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEVs) โดยระบบนี้มอบการขับขี่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและน่าตื่นเต้นเร้าใจ ด้วยการทำงานร่วมกันอย่างลงตัวระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงและเครื่องยนต์เบนซินประสิทธิภาพสูง ทำให้รถมีอัตราเร่งที่ตอบสนองได้ทันใจ พร้อมอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมในทุกสภาพการขับขี่
โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ (7 Drive Mode): ผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดการขับขี่ได้หลากหลายตามความต้องการและสภาพถนน ซึ่งประกอบด้วยโหมดการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 2 รูปแบบ และอีก 5 รูปแบบสำหรับพื้นผิวถนนที่แตกต่างกันตามภูมิประเทศและภูมิอากาศ โหมดเหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบสมรรถนะการขับขี่ที่ปลอดภัย มั่นใจได้ในทุกเส้นทาง
ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC): เทคโนโลยีเฉพาะของมิตซูบิชิที่ช่วยเพิ่มเสถียรภาพการควบคุมรถขณะเข้าโค้ง โดยการควบคุมแรงบิดเบรกระหว่างล้อหน้าซ้ายและขวาอย่างแม่นยำ ทำให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมทิศทางได้อย่างคล่องตัวและมั่นใจในทุกสถานการณ์
สำหรับรายละเอียดของระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดใน เอ็กซ์ฟอร์ส เฮฟี มีดังนี้ ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดจะทำงานโดยการใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ขับเคลื่อนเพียงอย่างเดียวในการขับเคลื่อนรถด้วยความเร็วต่ำ โดยจะไม่มีการทำงานของเครื่องยนต์สันดาป