![Part 2: N2809218_ร กแรกในนรก! [ตอน 1 ] | Đọc Báo Online16](https://newsthailan.tfvp.org/wp-content/uploads/2026/09/fb_natural_20260923_093820.jpg)
มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี: รถยนต์ครอบครัวยุคใหม่ในไทยที่มาพร้อมเทคโนโลยีฟูลไฮบริดเต็มรูปแบบ (อัปเดต 2026)
ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ผู้บริโภคหันมาให้ความสนใจรถยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีพลังงานทางเลือกมากขึ้น ท่ามกลางกระแสนี้ Mitsubishi Motors (มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น) ได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ด้วยการเปิดตัว Mitsubishi XFORCE HEV หรือ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเต็มรูปแบบ (Full Hybrid) ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้นจากตลาดตั้งแต่เปิดตัวไม่นาน ในปี 2026 นี้ รถรุ่นนี้ได้กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับครอบครัวยุคใหม่ที่มองหารถยนต์ที่ผสมผสานสมรรถนะ ความประหยัด และเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้าไว้ด้วยกัน
XFORCE HEV: การตอบรับจากตลาดและความสำเร็จตั้งแต่เปิดตัว
หลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา Mitsubishi XFORCE HEV ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ในตลาดด้วยยอดจองที่พุ่งสูงกว่า 1,800 คัน ภายในระยะเวลาอันสั้น มร. ทาคาโอะ คาโตะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ได้ยืนยันว่าการจัดส่งรถยนต์รุ่นนี้ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2568 จากโรงงานแหลมฉบังของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ซึ่งเป็นฐานการผลิตหลักสำหรับตลาดอาเซียน
ความสำเร็จอย่างรวดเร็วนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพึงพอใจของลูกค้าที่มีต่อ XFORCE HEV ลูกค้าต่างชื่นชมในการออกแบบที่ทันสมัยและทรงพลังตอบโจทย์การใช้งานของรถยนต์ SUV ได้อย่างเต็มรูปแบบ การออกแบบภายนอกที่โดดเด่นด้วยเส้นสายที่เฉียบคมและกระจังหน้า Dynamic Shield อันเป็นเอกลักษณ์ของมิตซูบิชิ ทำให้ XFORCE HEV แตกต่างจากคู่แข่งในตลาดอย่างชัดเจน ดีไซน์นี้ไม่เพียงแต่สวยงาม แต่ยังคำนึงถึงหลักอากาศพลศาสตร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่และลดการใช้พลังงาน
ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบให้มีความกว้างขวางและสะดวกสบาย รองรับผู้โดยสารได้ถึง 5 คนอย่างเต็มที่ แม้จะเป็นรถยนต์ขนาดคอมแพ็กต์ SUV วัสดุภายในคุณภาพสูง การตกแต่งที่ประณีต และพื้นที่เก็บสัมภาระที่ปรับเปลี่ยนได้หลากหลาย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของครอบครัวยุคใหม่ได้อย่างลงตัว เทคโนโลยีการเชื่อมต่อและระบบอินโฟเทนเมนต์ที่ทันสมัยช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและความบันเทิงตลอดการเดินทาง
เทคโนโลยีฟูลไฮบริด: ขับเคลื่อนด้วยพลังงานทางเลือกยุคใหม่
หัวใจสำคัญที่ทำให้ Mitsubishi XFORCE HEV ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามคือระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเต็มรูปแบบ (Full Hybrid System) ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยีขั้นสูงที่พัฒนามาจากประสบการณ์อันยาวนานของมิตซูบิชิในระบบรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEVs) มาต่อยอดให้มีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับรถยนต์อเนกประสงค์
ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดของ XFORCE HEV ประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง แบตเตอรี่ขับเคลื่อน และเครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร DOHC MIVEC 16 วาล์ว ผสานการทำงานร่วมกันอย่างชาญฉลาดผ่านระบบควบคุมการขับเคลื่อนอันเป็นเอกลักษณ์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส จุดเด่นของระบบนี้คือความสามารถในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการขับขี่โดยอัตโนมัติให้เหมาะสมกับสถานการณ์ต่างๆ โดยไม่ต้องให้ผู้ขับขี่สั่งการ
โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ: ประสิทธิภาพสูงสุดในทุกสภาวะ
เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมสมรรถนะการขับขี่ได้อย่างเต็มที่และเหมาะสมกับทุกสภาพถนน XFORCE HEV มาพร้อมกับโหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ ที่พัฒนาขึ้นใหม่ โดยแบ่งเป็น 2 โหมดการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า และ 5 โหมดสำหรับพื้นผิวถนนที่แตกต่างกัน
EV Priority Mode: โหมดขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% โดยใช้พลังงานจากแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียว เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองด้วยความเร็วต่ำ ให้ความเงียบสงบ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และประหยัดพลังงานสูงสุด
Charge Mode: โหมดชาร์จแบตเตอรี่ สามารถเปิดใช้งานได้ทุกเมื่อที่ต้องการ ทั้งขณะรถเคลื่อนที่หรือหยุดนิ่ง เพื่อชาร์จพลังงานไฟฟ้าเก็บไว้ในแบตเตอรี่ สำหรับการขับขี่ด้วยโหมด EV ต่อไป
Normal Mode: โหมดการขับขี่มาตรฐานที่สมดุล เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน ให้สมรรถนะที่ลงตัวระหว่างความประหยัดและความคล่องตัว
Wet Mode: โหมดสำหรับพื้นผิวถนนเปียกลื่น ช่วยเพิ่มการยึดเกาะถนนและป้องกันการลื่นไถล ให้ความมั่นใจในการขับขี่แม้ขณะฝนตกหนัก
Gravel Mode: โหมดสำหรับทางลูกรัง ออกแบบมาเพื่อเพิ่มเสถียรภาพการขับขี่บนพื้นผิวถนนที่ลื่นและขรุขระ
Tarmac Mode: โหมดสำหรับถนนลาดยาง ให้สมรรถนะสูงสุดในการขับขี่และควบคุมรถได้อย่างคล่องตัว เหมาะสำหรับการขับขี่บนถนนคดเคี้ยว
Mud Mode: โหมดสำหรับทางโคลน ช่วยเพิ่มการตอบสนองและกำลังขับเคลื่อนบนถนนดินโคลนสมบุกสมบัน
การทำงานร่วมกันของโหมดการขับขี่ทั้ง 7 รูปแบบ ผสานกับระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC) ที่เป็นเอกลักษณ์ของมิตซูบิชิ ช่วยให้ XFORCE HEV สามารถส่งมอบประสบการณ์ขับขี่ที่ปลอดภัย มั่นใจ และตอบสนองได้อย่างแม่นยำในทุกสภาวะ
ประสิทธิภาพที่เหนือกว่า: ประหยัดน้ำมันและอัตราเร่งที่ยอดเยี่ยม
หนึ่งในจุดเด่นที่ทำให้ XFORCE HEV แตกต่างจากรถยนต์ในระดับเดียวกันคือสมรรถนะที่โดดเด่นด้านอัตราเร่งและความประหยัดน้ำมัน ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดของมิตซูบิชิได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ โดยมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงขนาด 85 กิโลวัตต์ สามารถสร้างแรงบิดสูงสุดถึง 255 นิวตัน-เมตร ได้อย่างรวดเร็วทันทีที่ออกตัว ทำให้รถมีอัตราเร่งที่ทรงพลังและทันใจ
เครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร DOHC MIVEC 16 วาล์ว ได้รับการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพการเผาไหม้ที่สูงขึ้น ด้วยการติดตั้งปั๊มน้ำไฟฟ้าและคอมเพรสเซอร์แอร์ไฟฟ้า ช่วยลดการสูญเสียทางกลและเพิ่มอัตราประหยัดน้ำมันได้อย่างมีนัยสำคัญ จากการทดสอบตามมาตรฐาน NEDC พบว่า XFORCE HEV ให้ อัตราประหยัดน้ำมันที่ดีขึ้นกว่าเดิมราวร้อยละ 34 สำหรับการขับขี่ในเมือง และราวร้อยละ 15 สำหรับการขับขี่ทั้งในเมืองและนอกเมือง เมื่อเทียบกับรุ่นเครื่องยนต์สันดาปเดิม
เทคโนโลยีการทำงานร่วมกันของระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดยังช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ XFORCE HEV เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยยังคงมอบความสนุกสนานในการขับขี่แบบรถยนต์ไฟฟ้าที่เงียบสงบและราบรื่น
ความปลอดภัยระดับสูงสุด: 5 ดาว ASEAN NCAP
ความปลอดภัยเป็นหัวใจสำคัญในการออกแบบ Mitsubishi XFORCE HEV รถยนต์รุ่นนี้ได้รับการประเมินมาตรฐานความปลอดภัยยานยนต์ของอาเซียน หรือ ASEAN NCAP และได้รับ คะแนนสูงสุดระดับ 5 ดาว ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความปลอดภัยที่เหนือกว่ามาตรฐาน
ระบบความปลอดภัยของ XFORCE HEV ประกอบด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงที่ทำงานร่วมกันเพื่อปกป้องผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ได้แก่:
ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC): เทคโนโลยีเฉพาะของมิตซูบิชิที่ช่วยปรับแรงเบรกระหว่างล้อหน้าด้านซ้ายและด้านขวาอย่างเหมาะสม เพื่อเพิ่มการควบคุมรถและความมั่นใจในการเข้าโค้ง
ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล (Traction Control System: TCL): ตรวจจับอาการลื่นไถลของล้อหน้าและควบคุมกำลังขับเคลื่อน