
มิตซูบิชิ บูมยอดจอง XFORCE HEV ทะลุ 1,800 คัน หลังเปิดตัวได้ไม่นาน เดินหน้าเร่งส่งมอบสู่มือลูกค้า
มร. ทาคาโอะ คาโตะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ออกมาเผยถึงความสำเร็จครั้งสำคัญ เมื่อบริษัทได้เริ่มทยอยส่งมอบรถยนต์ All-New Mitsubishi XFORCE HEV หรือ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ให้กับลูกค้าที่สั่งจองไว้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2568 เป็นต้นไป โดยรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดนี้ ผลิตขึ้นที่โรงงานแหลมฉบังของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ซึ่งเป็นฐานการผลิตหลักในภูมิภาค
ความสำเร็จดังกล่าวเป็นผลมาจากการตอบรับอย่างล้นหลามของตลาด หลังจากการเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ยอดจองพุ่งสูงถึง 1,800 คัน ภายในระยะเวลาอันสั้น สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นและกระแสความนิยมในเทคโนโลยีขับเคลื่อนแบบไฮบริด (HEV) ของมิตซูบิชิในประเทศไทย
มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี: นิยามใหม่ของ Compact SUV ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม Full Hybrid
All-New Mitsubishi XFORCE HEV ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์ไฮบริดรุ่นที่สองของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในประเทศไทย ต่อจากรุ่น Xpander HEV ที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2567 แต่ยังเป็นการยกระดับนิยามของรถยนต์ประเภท Compact SUV ให้ก้าวไปอีกขั้น ด้วยการผสานดีไซน์ที่ทันสมัยและทรงพลัง เข้ากับเทคโนโลยีขับเคลื่อน Full Hybrid ที่เหนือระดับ มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เงียบสงบ ประหยัดน้ำมัน และเปี่ยมด้วยสมรรถนะ
ลูกค้าที่ได้สัมผัสและสั่งจองรถยนต์รุ่นนี้ ต่างประทับใจในรูปลักษณ์ภายนอกที่ดึงดูดสายตา ด้วยเส้นสายที่เฉียบคมและสัดส่วนที่ลงตัวตามแบบฉบับรถ SUV แต่ยังคงไว้ซึ่งความคล่องแคล่วแบบรถคอมแพ็กต์ ห้องโดยสารภายในกว้างขวางเป็นพิเศษ รองรับผู้โดยสารได้ถึง 5 คนอย่างสะดวกสบาย พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระที่ยืดหยุ่น ตอบโจทย์การใช้งานในทุกไลฟ์สไตล์
เบื้องหลังความสำเร็จ: 60 ปีแห่งความเชื่อมั่นในประเทศไทย และความมุ่งมั่นสู่อนาคตที่ยั่งยืน
มร. ทาคาโอะ คาโตะ เน้นย้ำถึงความสัมพันธ์อันยาวนานกว่า 60 ปี ที่มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย โดยได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากภาครัฐมาโดยตลอด ความสำเร็จของ XFORCE HEV ในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
“เรามีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมาอย่างยาวนาน และเราจะยังคงมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทยต่อไป” มร. คาโตะ กล่าว “พร้อมกันนี้ เราพร้อมเดินหน้าดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายในการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ของประเทศไทยอย่างจริงจัง”
มาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก: XFORCE HEV การันตีความปลอดภัยด้วยคะแนน 5 ดาว จาก ASEAN NCAP
เพื่อยกระดับความมั่นใจให้กับผู้บริโภค มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้ส่ง All-New Mitsubishi XFORCE HEV เข้าทดสอบมาตรฐานความปลอดภัยยานยนต์ของอาเซียน หรือ ASEAN NCAP ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือ คะแนนสูงสุดระดับ 5 ดาว การันตีว่า XFORCE HEV เป็นหนึ่งในรถยนต์ที่ปลอดภัยที่สุดในกลุ่ม Compact SUV ในตลาดอาเซียน
คะแนน 5 ดาวนี้ครอบคลุมการประเมินสมรรถนะด้านความปลอดภัยหลายมิติ ทั้งการปกป้องผู้โดยสารที่เป็นผู้ใหญ่ (Adult Occupant Protection: AOP) การปกป้องผู้โดยสารที่เป็นเด็ก (Child Occupant Protection: COP) และระบบความปลอดภัยช่วยเหลือผู้ขับขี่ (Safety Assist: SA) ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานการประเมินล่าสุดของ ASEAN NCAP
นอกจากนี้ รถยนต์รุ่นเครื่องยนต์เบนซินของ XFORCE ที่เปิดตัวไปในช่วงต้นปี 2567 ก็สามารถทำคะแนนได้ถึง 5 ดาวเช่นกัน แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของมิตซูบิชิในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและความปลอดภัยสูงสุดให้กับลูกค้าในทุกรุ่นย่อย
เจาะลึกเทคโนโลยีขับเคลื่อน Full Hybrid: มอบสมรรถนะที่เหนือกว่าและอัตราประหยัดน้ำมันที่โดดเด่น
หัวใจสำคัญของ All-New Mitsubishi XFORCE HEV คือ ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด (Full Hybrid System) ที่ได้รับการถ่ายทอดและพัฒนามาจากความสำเร็จของระบบรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEVs) ซึ่งมอบการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างประสิทธิภาพ ความประหยัด และสมรรถนะ
สถาปัตยกรรมระบบขับเคลื่อนไฮบริด (HEV System Architecture)
ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดของ XFORCE HEV ประกอบด้วย:
มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง (Electric Motor): ขนาด 136 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 255 นิวตัน-เมตร ให้การตอบสนองที่รวดเร็วทันใจตั้งแต่การออกตัว
เครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร DOHC MIVEC (Atkinson Cycle): ให้กำลังสูงสุด 98 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 144 นิวตัน-เมตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน: ความจุ 1.5 kWh ที่ได้รับการพัฒนาเป็นพิเศษสำหรับรถยนต์รุ่นนี้
ระบบส่งกำลังไฟฟ้า (Electric Continuously Variable Transmission: e-CVT): ปรับการทำงานแบบอัตโนมัติเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
รูปแบบการขับขี่ 7 โหมด (7 Drive Modes)
XFORCE HEV มาพร้อมโหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ ที่ผู้ขับขี่สามารถเลือกได้ตามความเหมาะสมกับสภาพถนนและสไตล์การขับขี่ ดังนี้:
EV Mode (พลังงานไฟฟ้า 100%): ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว ปราศจากการทำงานของเครื่องยนต์ ให้การขับขี่ที่เงียบสงบและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองด้วยความเร็วต่ำ
CHARGE Mode: ทำงานควบคู่กับ EV Mode เพื่อชาร์จพลังงานกลับเข้าแบตเตอรี่ ทั้งขณะขับขี่และขณะหยุดนิ่ง
NORMAL Mode: โหมดมาตรฐานสำหรับการขับขี่ทั่วไป ให้ความสมดุลระหว่างสมรรถนะและความประหยัด
WET Mode: เหมาะสำหรับการขับขี่บนถนนเปียกลื่น ช่วยป้องกันการลื่นไถลและเพิ่มการยึดเกาะถนน
GRAVEL Mode: สำหรับการขับขี่บนทางลูกรัง ช่วยเพิ่มเสถียรภาพบนพื้นผิวที่ไม่เรียบ
TARMAC Mode: สำหรับการขับขี่บนถนนลาดยาง ให้พละกำลังและการควบคุมที่คล่องตัว
MUD Mode: สำหรับการขับขี่บนทางดินโคลน เพิ่มการตอบสนองและการควบคุมที่ทรงพลัง
เทคโนโลยี Active Yaw Control (AYC)
ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (AYC) เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของมิตซูบิชิ ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและควบคุมรถได้อย่างแม่นยำ โดยเฉพาะขณะเข้าโค้ง ระบบจะทำการควบคุมแรงเบรกระหว่างล้อหน้าด้านซ้ายและด้านขวาให้เหมาะสมกับสภาวะการขับขี่ เพื่อเพิ่มเสถียรภาพและลดอาการอันเดอร์สเตียร์
ระบบ Regenerative Braking
ระบบชาร์จไฟกลับขณะเบรก ทำงานโดยอัตโนมัติเมื่อผู้ขับขี่ชะลอความเร็วหรือเบรก เพื่อเก็บพลังงานกลับเข้าแบตเตอรี่ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันได้อย่างมีนัยสำคัญ
สมรรถนะที่เหนือกว่าในทุกสถานการณ์
จากการทดสอบ Mitsubishi XFORCE HEV มอบสมรรถนะที่น่าประทับใจในทุกด้าน:
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 11.9 วินาที เร็วกว่ารุ่นเครื่องยนต์เบนซิน (13.0 วินาที) อย่างเห็นได้ชัด
อัตราเร่ง 0-60 กม./ชม.: 5.1 วินาที ด้วยแรงบ