• Sample Page
newsthailan.tfvp.org
No Result
View All Result
No Result
View All Result
newsthailan.tfvp.org
No Result
View All Result

N0406032_ล กอายท ม พ อจน แต ความล บในฟ กเก าทำเอาล กร องไห โฮ #ละครAi #หน งส_part2

admin79 by admin79
June 3, 2026
in Uncategorized
0
N0406032_ล กอายท ม พ อจน แต ความล บในฟ กเก าทำเอาล กร องไห โฮ #ละครAi #หน งส_part2 เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย: ก้าวล้ำสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า พร้อมเปิดตัว The New GLC ขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด 120 กม./ชาร์จ กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย – ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2567 บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ประกาศผลประกอบการอันน่าประทับใจ โดยแสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง และตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์หรู ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างครอบคลุม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานทางเลือก การเปิดตัว The New GLC รุ่นปลั๊กอินไฮบริด “GLC 350 e 4MATIC AMG Dynamic” ซึ่งผลิตในประเทศ ถือเป็นการตอกย้ำกลยุทธ์ของบริษัทฯ ในการนำเสนอนวัตกรรมที่ทันสมัย ควบคู่ไปกับการขยายไลน์อัพกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า 100% และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด เพื่อตอบสนองการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ของประเทศไทย The New GLC: นิยามใหม่ของ SUV อัจฉริยะ พร้อมทะยานสู่ 120 กิโลเมตรต่อการชาร์จ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “READY FOR IT” เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ได้เผยโฉม The New GLC เจเนอเรชั่นที่ 3 อย่างเป็นทางการ โดยเน้นย้ำถึงการเป็นยนตรกรรม SUV ที่สมบูรณ์แบบสำหรับคนรุ่นใหม่ในยุคดิจิทัล ด้วยการผสานดีไซน์ที่หรูหรา สง่างาม เข้ากับสมรรถนะอันทรงพลัง และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรุ่นปลั๊กอินไฮบริด “GLC 350 e 4MATIC AMG Dynamic” ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมระบบส่งกำลังปลั๊กอินไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 4 ซึ่งได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งในด้านของพละกำลัง การประหยัดพลังงาน และระยะทางการขับขี่ด้วยไฟฟ้าบริสุทธิ์ หนึ่งในจุดเด่นสำคัญของ The New GLC คือ ระยะทางการขับขี่ด้วยไฟฟ้าที่มากถึง 120 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน WLTP ซึ่งถือเป็นระยะทางที่เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคชาวไทยส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในเมือง การเดินทางไปทำงาน หรือแม้แต่การเดินทางระยะสั้นๆ นอกเมือง โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการหาจุดชาร์จ ทำให้ผู้ขับขี่สามารถสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เงียบสงบ ปราศจากมลพิษ และประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ The New GLC ยังมาพร้อมแบตเตอรี่แรงดันสูงความจุ 31.2 kWh ซึ่งรองรับการชาร์จพลังงานไฟฟ้าทั้งแบบ DC Charge สูงสุด 60 kWh และ AC Charge สูงสุด 11 kWh ทำให้การเติมพลังทำได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งานที่ต้องการความคล่องตัวสูง การเติบโตที่แข็งแกร่ง: เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ขานรับยุค EV มร. มาร์ทิน ชเวงค์ ประธานบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยตัวเลขผลประกอบการที่น่าภาคภูมิใจ โดยครึ่งปีแรกของปี 2567 เมอร์เซเดส-เบนซ์ มียอดขายทั่วโลกกว่า 1,019,200 คัน เติบโต 5% โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) ที่มียอดขายสูงถึง 102,600 คัน เติบโตกว่า 121% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
สำหรับตลาดประเทศไทย เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย สามารถทำยอดขายเติบโตกว่า 6% ปิดยอดจดทะเบียนครึ่งปีแรกได้กว่า 7,700 คัน ซึ่งเป็นผลมาจากการนำเสนอ ยนตรกรรมเมอร์เซเดส-เบนซ์ รุ่นใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่อง “ในปีนี้ เป็นก้าวสำคัญของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในการเดินหน้าสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มกำลัง ด้วยการเติมเต็มพอร์ตโฟลิโอของรถยนต์ไฟฟ้า 100% ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยหลังจากเปิดตัว EQS และ EQB ไปก่อนหน้านี้ เรามีแผนที่จะเปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% อีก 2 รุ่นภายใน 6 สัปดาห์ข้างหน้า” มร. ชเวงค์ กล่าว ปัจจุบัน เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้ขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายฯ ให้สามารถจำหน่ายและให้บริการรถยนต์ไฟฟ้า 100% ได้ครอบคลุมกว่า 30 สาขาทั่วประเทศ เพื่อยกระดับความสะดวกสบายให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของและเข้ารับบริการแบบครบวงจรได้อย่างทั่วถึง ปลั๊กอินไฮบริด: สะพานเชื่อมสู่โลก EV สำหรับผู้บริโภคไทย นอกจากรถยนต์ไฟฟ้า 100% แล้ว เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังคงให้ความสำคัญกับ รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด ซึ่งเป็นทางเลือกที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับผู้บริโภคชาวไทยที่ยังไม่พร้อมเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า 100% เต็มรูปแบบ “รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดเจเนอเรชั่นใหม่ของเรา สามารถมอบระยะทางการขับขี่ด้วยไฟฟ้าได้มากกว่า 100 กิโลเมตร ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันสำหรับคนไทยส่วนใหญ่ และสำหรับผู้ที่ขับขี่ระยะทางไกล ก็ยังสามารถขับขี่ต่อเนื่องได้ด้วยเครื่องยนต์สันดาป โดยไม่ต้องกังวลเรื่องระยะทางและการหาจุดชาร์จไฟระหว่างทาง เช่นเดียวกับ The New GLC ที่เปิดตัวในวันนี้” มร. ชเวงค์ กล่าวเสริม GLC: ประวัติศาสตร์แห่งความสำเร็จและการพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่ง The New GLC เจเนอเรชั่นที่ 3 นี้ เป็นการต่อยอดความสำเร็จของ Mercedes-Benz GLK ที่เปิดตัวในปี 2008 ซึ่งถือเป็นรถ SUV ขนาดกลางรุ่นแรกของแบรนด์ ก่อนจะพัฒนามาเป็น Mercedes-Benz GLC ในเจเนอเรชั่นที่ 2 ในปี 2015 ด้วยการออกแบบที่ผสานความหรูหรา ความสปอร์ต และดีไซน์ที่ทันสมัยยิ่งขึ้น โดยยังคงรักษาจุดแข็งด้านความเป็น SUV ที่เหมาะกับการขับขี่ทั้งแบบ On-Road และ Off-Road ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา GLC ประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยมียอดขายทั่วโลกกว่า 2.6 ล้านคัน และเป็นโมเดลที่ขายดีที่สุดของแบรนด์ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงความไว้วางใจและความพึงพอใจของลูกค้าที่มีต่อผลิตภัณฑ์รุ่นนี้ The New GLC 350 e 4MATIC AMG Dynamic: สมรรถนะเหนือระดับ ดีไซน์โดดเด่น มร. บีเยิร์น กุซเทรา รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า The New GLC โมเดลปี 2567 เป็นเจเนอเรชั่นที่ 3 ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “READY FOR IT” โดยวางกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นคนรุ่นใหม่ในยุคดิจิทัล ที่มองหารถ SUV ระดับลักชัวรี่ ที่เพียบพร้อมไปด้วยสมรรถนะ และสามารถตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้งานได้อย่างดีเยี่ยม The New GLC 350 e 4MATIC AMG Dynamic โดดเด่นด้วยดีไซน์ตามปรัชญา Sensual Purity ที่ผสานความสปอร์ตและความหรูหราเข้ากันอย่างลงตัว ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบให้มีความทันสมัย สะดวกสบาย พร้อมด้วยเทคโนโลยี MBUX (Mercedes-Benz User Experience) เวอร์ชันล่าสุด ที่มอบประสบการณ์การใช้งานที่เหนือระดับ “เราได้ติดตั้งเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 4 ที่ยกระดับการทำงานร่วมกันของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้มีสมรรถนะที่ทรงพลังมากยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับแบตเตอรี่แรงดันสูงที่มีความจุ 31.2 kWh ซึ่งสามารถมอบระยะทางการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ได้มากถึง 120 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน WLTP” มร. กุซเทรา กล่าว นอกเหนือจากสมรรถนะอันโดดเด่นแล้ว The New GLC 350 e 4MATIC AMG Dynamic ยังอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ล้ำสมัยมากมาย อาทิ ระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง (Advanced Driver-Assistance Systems – ADAS), ระบบการเชื่อมต่อและการสื่อสารที่เหนือระดับ (Advanced Connectivity) และระบบความปลอดภัยขั้นสูง (Advanced Safety Features) ที่ถูกติดตั้งมาอย่างครบครัน เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ปลอดภัย มั่นใจ และสะดวกสบายสูงสุด การรับประกันแบตเตอรี่ 10 ปี: สร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า เพื่อเป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นในคุณภาพของเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริด เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ได้มอบ โปรแกรมการขยายระยะเวลาการรับประกันคุณภาพของแบตเตอรี่แรงดันสูง (High Voltage Battery) สำหรับรถยนต์ประเภทปลั๊กอินไฮบริด โดยรับประกันคุณภาพเป็นระยะเวลา 10 ปี แบบไม่จำกัดระยะทาง (Unlimited mileage 10-year warranty for HV Battery) ซึ่งถือเป็นจุดเด่นสำคัญที่จะช่วยเพิ่มความอุ่นใจให้กับลูกค้าที่เลือกซื้อรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดของเมอร์เซเดส-เบนซ์
The New E-Class: ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย รับรางวัล Euro NCAP “Best Performer” นอกจากความก้าวหน้าในด้านขุมพลังและเทคโนโลยีแล้ว เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังคงยึดมั่นในพันธกิจด้านความปลอดภัยระดับโลก โดย The New E-Class สามารถคว้ารางวัล “Best Performer” ประจำปี 2567 จาก Euro NCAP พร้อมครองตำแหน่งรถยนต์ที่ได้รับคะแนนด้านความปลอดภัยสูงที่สุดจากการทดสอบในปีที่ผ่านมา รางวัล “Best Performer” นี้ เป็นส่วนหนึ่งของรางวัลในหมวด “Best in Class” ซึ่งผู้เชี่ยวชาญจาก Euro NCAP ได้พิจารณาคะแนนเฉลี่ยจาก 4 หมวดหมู่หลัก ครอบคลุมทั้งความปลอดภัยเชิงป้องกัน (Active Safety) และความปลอดภัยเชิงปกป้อง (Passive Safety) ได้แก่ การปกป้องผู้โดยสารผู้ใหญ่ (Adult Occupant Protection: AOP), การปกป้องผู้โดยสารเด็ก (Child Occupant Protection: COP), การปกป้องผู้ใช้ถนน (Vulnerable Road User Protection) และเทคโนโลยีช่วยเหลือด้านความปลอดภัยขั้นสูง (Safety Assist Technologies) มร. มาร์คัส เชเฟอร์ คณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ กรุ๊ป เอจี กล่าวว่า “เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งมาตรฐานความปลอดภัย เพราะเราเป็นผู้บุกเบิกในด้านความปลอดภัยของยานยนต์อย่างแท้จริง พวกเรารู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัล Best Performer จาก Euro NCAP ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของพวกเราในการยกระดับความปลอดภัยให้แก่ผู้คนบนท้องถนน” Euro NCAP (European New Car Assessment Programme) เป็นองค์กรอิสระที่เกิดจากความร่วมมือของกระทรวงคมนาคมในสหภาพยุโรป สมาคมยานยนต์ และสมาคมประกันภัย ซึ่งมีหน้าที่ในการทดสอบการชน (Crash Test) และประเมินความปลอดภัยของรถยนต์ในทุกมิติ การได้รับรางวัลจาก Euro NCAP จึงเป็นการยืนยันถึงประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยในระดับสูงสุดของเมอร์เซเดส-เบนซ์ และตอกย้ำความเชี่ยวชาญระดับโลกในการพัฒนานวัตกรรมช่วยเหลือผู้ขับขี่และระบบความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง Motor Expo 2023: “FUTURE FOR ALL” สะท้อนความเท่าเทียมและการเข้าถึง ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 40 (Motor Expo 2023) เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ได้นำเสนอคอนเซ็ปต์บูธ “FUTURE FOR ALL” ซึ่งสะท้อนถึงความเท่าเทียมและความหลากหลายของลูกค้า ด้วยการออกแบบบูธตามหลัก Universal Design ที่ไร้ทางต่างระดับ ทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงบูธได้อย่างไร้รอยต่อ “ที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ เราให้ความสำคัญกับลูกค้าทุกคนเป็นอันดับแรกเสมอ นอกจากการนำเสนอ นวัตกรรมรถยนต์ ใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า สิ่งหนึ่งที่เราให้ความสำคัญคือการเข้าใจและยอมรับในความแตกต่างของทุกคน” มร. มาร์ทิน ชเวงค์ กล่าว นอกจากนี้ ภายในบูธยังได้จัดแสดงยนตรกรรมรุ่นใหม่ที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่มีความหลากหลายและมีไลฟ์สไตล์การใช้งานที่แตกต่างกัน อาทิ The New GLC 220 d 4MATIC Avantgarde ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล Mild Hybrid มอบสมรรถนะที่ทรงพลังและประหยัดน้ำมัน EQE 350 4MATIC SUV Electric Art SUV พลังงานไฟฟ้า 100% ที่ขับขี่ได้ไกลถึง 558 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง The New GLE 300 d 4MATIC AMG Dynamic ยนตรกรรม SUV สุดหรูที่ผสานสมรรถนะอันทรงพลังและความสะดวกสบายได้อย่างลงตัว C 220 d AMG Line ซีดานยอดนิยมที่มาพร้อมดีไซน์สปอร์ตทั้งภายนอกและภายใน นวัตกรรมกล้อง Mercedes-Benz Drive Recorder 360 องศา: เพิ่มความอุ่นใจตลอดการเดินทาง เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังได้เปิดตัว อุปกรณ์ตกแต่งใหม่ล่าสุด (MB Accessories) ได้แก่ กล้อง Mercedes-Benz Drive Recorder 360 องศา ซึ่งสามารถบันทึกเหตุการณ์ต่างๆ รอบตัวรถในระหว่างการเดินทางและขณะจอดรถได้อย่างครบถ้วน ประกอบด้วยกล้อง 3 ตัว ได้แก่ กล้องด้านหน้า QHD, Surround sQHD และกล้องด้านหลัง FHD ครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่ สามารถจับภาพวิดีโอได้รอบทิศทาง ทั้งภายนอกและภายในรถยนต์ พร้อมการรับประกัน 2 ปี อนาคตแห่งการขับเคลื่อนที่ยั่งยืน และประสบการณ์ลูกค้าที่เหนือระดับ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย มุ่งมั่นที่จะนำเสนอ สุดยอดยนตรกรรม ที่มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย สมรรถนะที่เหนือกว่า และความปลอดภัยสูงสุด พร้อมด้วยบริการหลังการขายที่ได้มาตรฐานระดับโลก เพื่อมอบประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่สมบูรณ์แบบในทุกมิติ สำหรับผู้ที่สนใจสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ The New GLC และยนตรกรรมรุ่นอื่นๆ จากเมอร์เซเดส-เบนซ์ พร้อมรับข้อเสนอพิเศษ สามารถเข้าชมได้ที่งานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 40 (Motor Expo 2023) ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 เมืองทองธานี ในระหว่างวันที่ 1 – 11 ธันวาคม 2566 หรือเยี่ยมชมผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2566
มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางสู่อนาคตแห่งยานยนต์กับเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่ซึ่งทุกการขับขี่คือประสบการณ์อันน่าจดจำและยั่งยืน
Previous Post

N0406032_ล กอายท ม พ อจน แต ความล บในฟ กเก าทำเอาล กร องไห โฮ #ละครAi #หน งส_part2

Next Post

N0406030_บทเร ยนราคาแพงของล กท ล มต ว_part2

Next Post

N0406030_บทเร ยนราคาแพงของล กท ล มต ว_part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N1706009_อย าเหย ยบย ำคนอ น เพ ยงเพราะค ณย นอย ส งกว า_part2
  • N1706008_บทเร ยนราคาแพงของพ อแม ท ร กล กไม เท าก น_part2
  • N1706011_ความสำเร จท ฉาบฉวย ม กพ งทลายลงง ายดาย_part2
  • N1706005_คนรวยท แท จร งค อรวย น ำใจ_part2
  • N1706003_ว นท แฟนท ง… เราถ งร ว าใครท ร กเราจร ง_part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • June 2026
  • January 2026
  • December 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.