
Mitsubishi Xpander (มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์) เปิดตัวสู่สายตาสาธารณชนพร้อมกับแนวคิดการออกแบบอันล้ำสมัย ด้วยคอนเซ็ปต์ “Dynamic Shield” ที่สะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัวของมิตซูบิชิ ให้ความรู้สึกแข็งแกร่งแต่แฝงไปด้วยความปราดเปรียว ไม่ใช่เพียงแค่ความสวยงามเท่านั้น รถยนต์อเนกประสงค์รุ่นนี้ยังมาพร้อมกับระบบความปลอดภัยที่ครอบคลุมทุกมิติ เพื่อให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารรู้สึกมั่นใจในทุกการเดินทาง ในครั้งนี้ ผมและทีมงานได้วางแผนภารกิจสำคัญ คือการพาเจ้า Xpander สูดอากาศบริสุทธิ์และสัมผัสความหนาวเย็นที่เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ดินแดนแห่งขุนเขา
การเดินทางสู่ยอดเขา: บทพิสูจน์สมรรถนะ
ทันทีที่ออกตัวจากกรุงเทพฯ เราสัมผัสได้ถึงสายตาของผู้คนรอบข้างที่จับจ้องมายังตัวรถอย่างไม่ขาดสาย อาจเป็นเพราะความโดดเด่นของดีไซน์ หรืออาจเป็นเพราะเสน่ห์บางอย่างที่ยากจะปฏิเสธ แต่ที่แน่ๆ คือ Mitsubishi Xpander ดึงดูดทุกสายตาได้อย่างอยู่หมัด
ด้านหน้าของตัวรถ โดดเด่นด้วยกระจังหน้าโครเมียมขนาดใหญ่ที่ออกแบบรับกับชุดไฟหรี่แบบ LED Crystal Light รูปทรงตัว T ที่เป็นเอกลักษณ์ ไฟหน้าโปรเจคเตอร์แบบมัลติรีเฟลกเตอร์ พร้อมไฟเลี้ยวในโคมเดียวกัน และตัดด้วยไฟตัดหมอกดีไซน์เฉียบคมที่อยู่ด้านล่างสุด ทุกองค์ประกอบหลอมรวมกันเป็นดีไซน์ที่ล้ำสมัยและแตกต่างอย่างชัดเจน
ภายในห้องโดยสาร กว้างขวางและสะดวกสบาย พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันที่ช่วยให้ควบคุมระบบความบันเทิงและรับสายโทรศัพท์ได้อย่างง่ายดาย ขณะขับขี่ บนคอนโซลกลางติดตั้งจอระบบสัมผัสขนาดใหญ่ รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน และกล้องมองหลังเพื่อช่วยในการจอด ระบบปรับอากาศแยกส่วนสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง พร้อมช่องจ่ายไฟ 12 โวลต์ ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง สร้างความสะดวกสบายให้กับทุกคนในครอบครัว
เมื่อการเดินทางใกล้ถึงทางขึ้นเขาค้อ ความกังวลเล็กน้อยก็เริ่มก่อตัวขึ้นในใจของทีมงาน เราบรรทุกสัมภาระมาเต็มคัน ทั้งอุปกรณ์ถ่ายทำ กล้องถ่ายวิดีโอ เต็นท์ อุปกรณ์ทำอาหาร และของใช้ส่วนตัวอีกมากมาย คำถามผุดขึ้นในหัวว่า “รถจะสามารถไต่ระดับความชันขึ้นไปได้หรือไม่?” แต่ความกังวลนั้นก็มลายหายไปในพริบตา เพียงแค่เหยียบคันเร่งลึกเข้าไปอีกนิด เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร 105 แรงม้า ก็แสดงศักยภาพออกมาได้อย่างน่าประทับใจ สามารถตอบสนองอัตราเร่งได้ทันใจ พาเราไต่ระดับความสูงขึ้นไปได้อย่างง่ายดาย
ความท้าทายบนเส้นทาง: พิสูจน์ความแกร่ง
ระหว่างทางขึ้นเขา เราต้องเผชิญกับสภาพเส้นทางที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ช่วงหนึ่งของถนนทรุดโทรม เป็นหลุมเป็นบ่อ และขรุขระ ทุกสายตาในรถจับจ้องไปยังสภาพถนนเบื้องหน้าด้วยความกังวล กลัวว่าใต้ท้องรถจะกระแทกกับพื้นจนเกิดความเสียหาย และทำให้การเดินทางต้องยุติลงกลางทาง
แต่แล้วอีกครั้งที่ Mitsubishi Xpander ได้พิสูจน์ตัวเอง ความสูงใต้ท้องรถที่มากถึง 205 มม. ทำให้รถสามารถตะลุยผ่านช่วงถนนที่ยากลำบากนั้นไปได้อย่างสบายๆ ไม่มีการกระแทก หรือส่งเสียงดังรบกวน สร้างความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่เป็นอย่างยิ่ง
หลังจากขับรถมาหลายชั่วโมง ในที่สุดเราก็มาถึงรีสอร์ทที่พัก ช่วงเวลาแห่งความสุขมาถึง เมื่อเราจัดปาร์ตี้เล็กๆ ที่ท้ายรถ นี่ถ้าไม่ติดว่าจองห้องพักไว้ล่วงหน้า ผมคงตัดสินใจกางเต็นท์นอนในรถไปแล้ว เพราะพื้นที่ภายในกว้างขวางจริง การเปิดประตูท้ายแล้วนอนรับลมหนาวเย็นๆ เป็นประสบการณ์ที่หาได้ยากจากรถยนต์ทั่วไป
บทสรุป: Xpander ยนตรกรรมที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์
Mitsubishi Xpander รถยนต์ 7 ที่นั่ง อเนกประสงค์ ที่ใช้งานได้ดีทั้งในเมืองและนอกเมือง ด้วยดีไซน์ด้านหน้าที่โดดเด่น แปลกตาแต่ลงตัว ภายในมอบพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวาง หากพับเบาะแถว 2 และ 3 ลง จะได้พื้นที่บรรทุกสัมภาระเพิ่มขึ้นอีกมหาศาล เพื่อรองรับทุกกิจกรรมของคุณ
สำหรับผู้ที่กังวลว่าเบาะแถว 3 จะนั่งไม่สบาย ต้องขอบอกว่าจากการทดลองนั่งจริง สามารถนั่งได้ครับ แม้ว่าผู้ที่มีรูปร่างใหญ่มากอาจจะรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย แต่ด้วยความสามารถในการปรับเลื่อนเดินหน้า-ถอยหลัง และปรับเอนพนักพิง ทำให้สามารถหาท่าที่สบายที่สุดได้
ในส่วนของสมรรถนะ การขับขี่ เครื่องยนต์ และระบบเกียร์ ตอบสนองได้ดีเยี่ยม สำหรับการเดินทางไกล แนะนำให้ใช้ความเร็วในช่วง 100-120 กม./ชม. เพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานในรอบที่เหมาะสม เนื่องจากเป็นเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด อย่างไรก็ตาม การเดินทางไม่รู้สึกเหนื่อยล้า ด้วยระบบ Cruise Control ที่ช่วยผ่อนแรงในการขับทางไกล
Mitsubishi Xpander ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ 7 ที่นั่ง ที่มีราคาคุ้มค่า เทคโนโลยีครบครัน และสมรรถนะที่ไว้ใจได้ พร้อมลุยไปกับคุณในทุกการเดินทาง
วิวัฒนาการของ Mitsubishi Xpander: เจาะลึกการปรับโฉมปี 2026
ในปี 2026 บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ได้ประกาศเปิดตัว Mitsubishi Xpander รุ่นปรับโฉมใหม่ ซึ่งมาพร้อมกับการยกระดับทั้งด้านการออกแบบ สมรรถนะ และเทคโนโลยี เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปในยุคปัจจุบัน โดยมีราคาจำหน่ายดังนี้
Mitsubishi Xpander รุ่น GLS-LTD ราคาเริ่มต้น 799,000 บาท (ปรับเพิ่ม 10,000 บาท จากรุ่นก่อนหน้า)
Mitsubishi Xpander รุ่น GT ราคาเริ่มต้น 895,000 บาท (ปรับเพิ่ม 32,000 บาท จากรุ่นก่อนหน้า)
การปรับเปลี่ยนที่สำคัญในปี 2026 มีดังนี้
ภายนอก: สุนทรียภาพแห่งอนาคต
การออกแบบด้านหน้าใหม่ทั้งหมด ภายใต้คอนเซ็ปต์ Advanced Dynamic Shield ที่ให้ความรู้สึกโฉบเฉี่ยวและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ด้านหลังได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด พร้อมกันชนท้ายและแผ่นกันกระแทกดีไซน์ 3 มิติ ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 17 นิ้ว ลายทูโทน ไฟหน้าและไฟท้าย LED รูปทรงตัว T ที่เป็นเอกลักษณ์ ขยายขนาดตัวถังทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เพิ่มความสง่างามบนท้องถนน ระยะห่างจากพื้นถึงใต้ท้องรถ (Ground Clearance) เพิ่มขึ้นอีก 15 มม. เป็น 220 มม. ให้ทัศนวิสัยที่ดีขึ้นและความสามารถในการลุยที่เหนือกว่า
ภายใน: ความสะดวกสบายและเทคโนโลยีที่เหนือระดับ
ห้องโดยสารใหม่ ดีไซน์แบบ Horizontal Axis ที่เน้นความเรียบหรูและกว้างขวาง พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันดีไซน์ใหม่ ทรงสปอร์ต เบาะนั่งออกแบบใหม่พร้อมคุณสมบัติ Heat Guard ช่วยลดความร้อนสะสม คอนโซลกลางดีไซน์ใหม่ พร้อมถาดเก็บของขนาดใหญ่ ที่พักแขนสามารถเก็บขวดน้ำขนาด 600 มล. ได้ ช่อง USB 2 ช่อง สำหรับเบาะแถวที่ 2 แบบ Type-A และ Type-C พร้อมช่องจ่ายไฟ 12V บริเวณคอนโซลหน้าและเบาะแถว 3 ระบบปรับอากาศดิจิทัล พร้อมฟังก์ชัน Max Cool และระบบควบคุมแยกส่วนสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 9 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto
สมรรถนะ: ประสิทธิภาพที่ลงตัว
ระบบเกียร์อัตโนมัติแบบแปรผันต่อเนื่อง (CVT) รุ่นใหม่ Eco-dynamic CVT ให้การขับขี่ที่นุ่มนวลและประหยัดน้ำมัน ระบบเบรกมือไฟฟ้าอัตโนมัติ พร้อมระบบ Brake Auto Hold ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่ในเมือง ระบบกันสะเทือนใหม่ ด้านหน้าติดตั้งเหล็กกันโคลงและเหล็กค้ำหัวโช้ค เพิ่มความมั่นคงในการเข้าโค้ง ด้านหลังปรับเปลี่ยนขนาดโช้คอัพให้ใหญ่ขึ้น เพื่อรองรับน้ำหนักและเพิ่มความนุ่มนวล
Mitsubishi Xpander 2026 ไม่ใช่แค่รถยนต์ 7 ที่นั่ง แต่คือสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จของครอบครัวยุคใหม่ ที่ต้องการทั้งความคุ้มค่า ความปลอดภัย และเทคโนโลยีที่ทันสมัย พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต
ทำ