
เปิดตัว Mitsubishi Xpander HEV และ Xpander Cross HEV: นิยามใหม่แห่งรถครอบครัวยุค Hybrid ในไทย
กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย – 3 มกราคม 2026 – วงการยานยนต์ไทยสั่นสะเทือนอีกครั้ง เมื่อค่ายตราเพชร Mitsubishi ได้ประกาศศักราชใหม่ด้วยการเปิดตัวรถยนต์พลังงานทางเลือกอย่างเต็มตัว ด้วยการเปิดตัว Mitsubishi Xpander HEV และ Mitsubishi Xpander Cross HEV ครั้งแรกในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2025 ที่ผ่านมา การมาถึงของรถยนต์ MPV/Crossover 3 แถว 7 ที่นั่ง ขุมพลัง Hybrid นี้ ไม่เพียงแต่เป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของ Mitsubishi ในการก้าวสู่ยุค xEV อย่างเต็มรูปแบบ แต่ยังเป็นการมอบทางเลือกที่น่าสนใจให้กับผู้บริโภคชาวไทยที่กำลังมองหารถยนต์ครอบครัวที่ผสานสมรรถนะ ความประหยัด และเทคโนโลยีแห่งอนาคตเข้าไว้ด้วยกัน
การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ: ขุมพลัง Hybrid 1.6L MIVEC สู่ประสบการณ์ขับขี่ใหม่
การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดและเป็นจุดเด่นที่สุดของ Mitsubishi Xpander HEV และ Xpander Cross HEV อยู่ที่ระบบขับเคลื่อน ภายใต้แนวคิด “Mitsubishi e:MOTION” รถยนต์ทั้งสองรุ่นได้บอกลาเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร แบบเดิม ที่ให้กำลังสูงสุด 105 แรงม้า และแรงบิด 141 นิวตันเมตร ไปสู่การติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 1.6L MIVEC เจเนอเรชั่นใหม่ ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษสำหรับรถยนต์ Hybrid โดยเฉพาะ
เครื่องยนต์ใหม่นี้ ให้กำลังสูงสุด 95 แรงม้า และแรงบิด 134 นิวตันเมตร แต่สิ่งที่ทำให้ระบบนี้โดดเด่น คือการจับคู่กับ มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง ขนาด 116 แรงม้า และแรงบิดมหาศาลถึง 255 นิวตันเมตร แรงบิดที่มากกว่าเครื่องยนต์เดิมถึงเกือบสองเท่านี้ ทำให้ Mitsubishi Xpander HEV มอบประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง ด้วยอัตราเร่งที่ฉับไว การตอบสนองที่ทันใจ และความรู้สึก “พุ่ง” ที่ไม่เคยมีมาก่อนในรถยนต์ตระกูล Xpander
ระบบขับเคลื่อน Full Hybrid นี้ ได้รับการถ่ายทอดและพัฒนาต่อยอดมาจากความสำเร็จของระบบรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEVs) ของ Mitsubishi ซึ่งพิสูจน์แล้วในตลาดโลก มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงขนาด 85 กิโลวัตต์ ทำงานผสานกับเครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร DOHC MIVEC 16 วาล์ว ที่ใช้ วงจร Atkinson ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่เน้นประสิทธิภาพการเผาไหม้สูงสุด ด้วยอัตราส่วนการขยายตัวสูง (High Expansion Ratio) นอกจากนี้ Mitsubishi ยังได้ติดตั้ง ปั๊มน้ำไฟฟ้า เป็นครั้งแรกในเครื่องยนต์ของ Mitsubishi Motors พร้อม คอมเพรสเซอร์แอร์ไฟฟ้า เพื่อลดการสูญเสียทางกลและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานโดยรวม
ผลลัพธ์ที่ได้คือ อัตราประหยัดน้ำมันที่ดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากการทดสอบตามมาตรฐาน NEDC พบว่า Mitsubishi Xpander HEV ให้อัตราประหยัดน้ำมันที่ดีขึ้นกว่าเดิมราว ร้อยละ 34 สำหรับการขับขี่ในเมือง และ ร้อยละ 15 สำหรับการขับขี่ในเมืองและนอกเมือง นี่คือตัวเลขที่น่าประทับใจอย่างยิ่งสำหรับรถยนต์ 7 ที่นั่ง ที่ยังคงความกว้างขวางและสมรรถนะที่ต้องการสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน
7 Drive Modes: ความอเนกประสงค์ที่เหนือกว่าในทุกสภาพถนน
อีกหนึ่งความโดดเด่นที่ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ไปอีกขั้น คือ ระบบโหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ (7 Drive Mode) ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ เพื่อตอบสนองต่อทุกสภาพถนนและทุกความต้องการของผู้ขับขี่ ตั้งแต่การขับขี่ในเมืองที่ต้องการความคล่องตัว ไปจนถึงการเดินทางไกลในสภาพถนนที่หลากหลาย ระบบนี้ผสานการทำงานของระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด และเทคโนโลยีควบคุมการขับขี่อันเป็นเอกลักษณ์ของ Mitsubishi เข้าด้วยกัน เพื่อมอบสมรรถนะ ความปลอดภัย และความมั่นใจในทุกเส้นทาง
โหมดการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้า (EV Modes)
EV Priority Mode: โหมดการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% จากแบตเตอรี่ โดยปราศจากการทำงานของเครื่องยนต์เบนซิน เหมาะสำหรับการขับขี่ในระยะทางสั้นๆ ในเมือง การขับขี่ในซอย หรือการขับขี่ในสถานการณ์ที่ต้องการความเงียบสงบและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เมื่อพลังงานแบตเตอรี่เหลือน้อย ผู้ขับขี่สามารถสลับเข้าสู่ Charge Mode ได้ทันที เพื่อชาร์จแบตเตอรี่กลับคืน ไม่ว่าจะขณะรถกำลังเคลื่อนที่หรือขณะหยุดนิ่ง ทำให้สามารถกลับมาสนุกกับการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าได้อีกครั้ง
โหมดการขับขี่ตามสภาพพื้นผิวถนน (Surface Modes)
ระบบนี้พัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการขับขี่บนพื้นผิวถนนที่หลากหลาย โดยผสานการทำงานของระบบขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล (Traction Control System: TCL) ระบบควบคุมอัตราเร่ง (Acceleration Control) และระบบควบคุมน้ำหนักพวงมาลัย (Steering Control) เพื่อมอบสมรรถนะสูงสุดในแต่ละสภาวะ
Normal Mode: โหมดมาตรฐานที่สมดุลและเหมาะสมที่สุดสำหรับการขับขี่ทั่วไปในชีวิตประจำวัน ให้ความนุ่มนวล ควบคู่ไปกับอัตราเร่งที่ตอบสนองได้ดี
Wet Mode: โหมดสำหรับถนนที่เปียกลื่น ช่วยป้องกันการลื่นไถล ให้การควบคุมที่มั่นใจและเกาะถนนเป็นเลิศแม้ขณะฝนตกหนัก
Gravel Mode: โหมดสำหรับทางลูกรัง เพิ่มเสถียรภาพการขับขี่บนพื้นผิวที่ลื่นและขรุขระ ด้วยการปรับการทำงานของระบบควบคุมการขับขี่ให้เหมาะสม
Tarmac Mode: โหมดสำหรับถนนลาดยาง มอบพละกำลังและการควบคุมที่คล่องตัว มั่นใจได้ในทุกสถานการณ์ แม้บนถนนที่คดเคี้ยว
Mud Mode: โหมดสำหรับทางโคลน เพิ่มการตอบสนองและการควบคุมที่ทรงพลังบนถนนดินโคลนสมบุกสมบัน ด้วยการปรับการส่งกำลังและการทำงานของระบบควบคุมการขับขี่ให้เหมาะสมที่สุด
เทคโนโลยีเอกลักษณ์ของ Mitsubishi: AYC และการควบคุมที่แม่นยำ
เบื้องหลังสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้นของ Mitsubishi Xpander HEV และ Xpander Cross HEV คือ ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC) เทคโนโลยีที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ Mitsubishi Motors ซึ่งได้รับการพัฒนาต่อยอดมาจากสนามแข่งแรลลี่
AYC ทำงานโดยการตรวจจับมุมเลี้ยวของพวงมาลัย ความเร็วในการหมุนของรถ และการทำงานของคันเร่ง จากนั้นจะทำการ ควบคุมแรงเบรกระหว่างล้อหน้าด้านซ้ายและด้านขวา ให้เหมาะสมกับสภาวะการขับขี่ หากพบว่ารถมีแนวโน้มที่จะเกิดอาการ Understeer (หน้าดื้อ) AYC จะทำการเบรกที่ล้อหน้าด้านในโค้งเล็กน้อย เพื่อช่วย “ดึง” ตัวรถให้หมุนเข้าโค้งได้ดีขึ้น ในทางกลับกัน หากพบอาการ Oversteer (ท้ายปัด) AYC จะทำการเบรกที่ล้อหน้าด้านนอกโค้ง เพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพของตัวรถ
นอกจากนี้ ระบบยังทำงานร่วมกับ ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล (Traction Control System: TCL) ที่ช่วยตรวจจับอาการลื่นไถลของล้อหน้าและควบคุมพละกำลังการขับเคลื่อน รวมถึง ระบบควบคุมอัตราเร่ง (Acceleration Control) ที่ช่วยปรับกำลังมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์ให้ทำงานสอดประสานอย่างมีประสิทธิภาพ และ ระบบควบคุมน้ำหนักพวงมาลัย (Steering Control) ที่ปรับน้ำหนักของพวงมาลัยให้ตอบสนองได้ดั่งใจตามความเร็วและสภาพพื้นผิวถนน
การทำงานร่วมกันของเทคโนโลยีเหล่านี้ ทำให้ Mitsubishi Xpander HEV มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ ปลอดภัย มั่นใจ และคล่องตัว ไม่เหมือนรถยนต์ MPV ทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเข้าโค้งและการขับขี่บนพื้นผิวที่หลากหลาย
ภายในห้องโดยสาร: ความหรูหรา ความสบาย และเทคโนโลยีที่เข้าถึงง่าย
เมื่อก้าวเข้าไปภายในห้องโดยสารของ Mitsubishi Xpander HEV และ Xpander Cross HEV ผู้ขับขี่และผู้โดยสารจะสัมผัสได้ถึง ความพรีเมียมและความใส่ใจในรายละเอียด ที่ได้รับการยกระดับขึ้นจากรุ่นเดิม
หน้าจอแสดงข้อมูลการ