
เปิดม่านการทดสอบ ‘มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ใหม่’ บนเส้นทางท้าทายแห่งขุนเขาภาคเหนือ
หลังจากสร้างความฮือฮาในตลาดรถยนต์เมืองไทย ด้วยการเปิดตัว ‘มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ใหม่’ รถยนต์สไตล์ครอสโอเวอร์ 7 ที่นั่ง ที่มาพร้อมดีไซน์ที่ดุดันและสมรรถนะที่ได้รับการยกระดับ ล่าสุด ทีมงานมิตซูบิชิ ประเทศไทย ได้เชิญสื่อมวลชนเข้าร่วมทริปทดสอบอย่างเป็นทางการ โดยมี ‘คุณลิตา’ รินทร์ลิตา ศรีโรจนภิญโญ ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ของค่าย ตรีไดมอนด์ นำทีมออกเดินทางสู่เส้นทางทดสอบในฝันของนักเลงรถสายลุย
การเดินทางเริ่มต้นจากตัวเมืองจังหวัดเชียงราย มุ่งหน้าสู่ยอดดอยช้าง ระยะทางรวมกว่า 100 กิโลเมตร ตลอดเส้นทางไม่ได้มีเพียงทางเรียบที่สวยงาม แต่ยังรวมถึงช่วงทางขึ้นเขาที่คดเคี้ยวและทางฝุ่นที่ท้าทาย เพื่อให้ผู้ทดสอบได้สัมผัสกับสมรรถนะที่แท้จริงของรถในทุกมิติ
รูปลักษณ์ภายนอก: นิยามใหม่ของความสปอร์ตแกร่ง
สิ่งแรกที่สะดุดตาเมื่อแรกเห็น ‘เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ใหม่’ คือการออกแบบด้านหน้าในสไตล์ ‘Dynamic Shield’ เอกลักษณ์เฉพาะของมิตซูบิชิ ที่ได้รับการถ่ายทอดจากรถแข่งแรลลี่ในตำนาน ผสานความสง่างามเข้ากับความบึกบึนได้อย่างลงตัว
ดีไซน์กระจังหน้าได้รับการปรับให้ดูดุดันยิ่งขึ้น ด้วยลวดลายที่โฉบเฉี่ยว พร้อมเส้นสายโครเมียมที่ลากเชื่อมต่อกับชุดไฟหน้า LED ที่ให้ความสว่างเป็นเลิศและเปิด-ปิดได้โดยอัตโนมัติ สร้างบุคลิกที่ดูเป็นผู้ใหญ่และพรีเมียมมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มความโดดเด่นด้วยสัญลักษณ์ตัวหนังสือ ‘XPANDER CROSS’ บนฝากระโปรงหน้า หลังคา และราวหลังคาสีดำ ซึ่งเป็นดีเทลที่เสริมให้รถดูสปอร์ตและแกร่งขึ้นอย่างชัดเจน
ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ ขนาด 17 นิ้ว แบบทูโทน (สีดำตัดเงิน) ให้ความรู้สึกสปอร์ตและเข้ากับบุคลิกของรถสไตล์ครอสโอเวอร์ได้เป็นอย่างดี ขณะที่ชุดกันชนหน้า-หลัง และแผงตกแต่งประตู รวมถึงซุ้มล้อ ถูกออกแบบมาในสไตล์ ‘ครอส ดีไซน์’ ที่เพิ่มความบึกบึนและทนทานต่อการใช้งานสมบุกสมบัน ไฟท้าย LED ที่สว่างชัดเจน พร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยและความปลอดภัยในยามค่ำคืน
ภายในห้องโดยสาร: ความสบายที่เหนือกว่าในทุกการเดินทาง
เมื่อเปิดประตูเข้าไปสัมผัสบรรยากาศภายใน ต้องยอมรับว่ามิตซูบิชิได้ใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อให้ผู้โดยสารได้รับความสะดวกสบายสูงสุด เบาะนั่งหุ้มด้วยหนังสังเคราะห์คุณภาพสูง ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษในการสะท้อนความร้อน ตรงนี้เป็นจุดเด่นสำคัญที่แตกต่างจากเบาะหนังทั่วไปที่มักจะอมความร้อน ทำให้อุณหภูมิภายในห้องโดยสารรู้สึกเย็นสบายกว่า แม้จะจอดรถตากแดดเป็นเวลานาน
สำหรับเส้นทางทดสอบที่เต็มไปด้วยโค้งและการไต่ระดับความสูง ผมเลือกนั่งในตำแหน่งเบาะแถวสอง เนื่องจากสัมผัสได้ว่าเบาะแถวสามอาจจะมีความจำกัดในเรื่องของพื้นที่ โดยเฉพาะเมื่อต้องเดินทางไกลบนเส้นทางที่คดเคี้ยว เบาะนั่งแถวสองให้ความรู้สึกนุ่มแน่น กระชับรองรับสรีระได้ดีเยี่ยม ให้ความรู้สึกสบายแม้จะนั่งเป็นเวลานาน
อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญคือระบบปรับอากาศ ‘ช่องแอร์บนเพดาน’ ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของผู้โดยสารแถวสองและแถวสาม เพราะสามารถกระจายความเย็นได้อย่างทั่วถึง ไม่มีความรู้สึกว่าลมแอร์แรงเกินไปหรือน้อยเกินไป มีปุ่มปรับความแรงลมให้ผู้โดยสารสามารถควบคุมได้ตามต้องการ นอกจากนี้ ยังมีช่องชาร์จไฟ ทั้งแบบ USB-A และ USB-C ให้บริการครบทุกแถว เพิ่มความสะดวกสบายในการชาร์จอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ส่วนตัวขณะเดินทาง ที่พักแขนพร้อมช่องวางแก้วที่ออกแบบมาอย่างลงตัว ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในห้องโดยสารของรถยนต์ระดับพรีเมียม
ช่วงล่าง: ความสมดุลที่สมบูรณ์แบบระหว่างความนุ่มนวลและความมั่นคง
ช่วงแรกของการทดสอบ ผมได้ทดลองนั่งในตำแหน่งผู้โดยสาร เพื่อสัมผัสถึงการทำงานของช่วงล่างและระบบดูดซับแรงกระแทก ช่วงล่างให้ความนุ่มนวลพอประมาณ สามารถซับแรงสะเทือนจากหลุมบ่อบนพื้นถนนได้เป็นอย่างดี ไม่มีอาการหัวสั่นหัวคลอนที่ทำให้รู้สึกไม่สบายตัว อย่างไรก็ตาม เมื่อต้องเผชิญกับเส้นทางที่คดเคี้ยวและทางชัน แรงเหวี่ยงหรืออาการโคลงตัวของรถมีให้สัมผัสอยู่บ้าง ซึ่งเป็นเรื่องปกติของรถยนต์ที่มีเบาะนั่ง 3 แถวและเน้นความสบายของผู้โดยสาร
แต่จุดเปลี่ยนที่ทำให้ผมทึ่งคือ เมื่อได้สลับมานั่งในตำแหน่งคนขับ และได้สัมผัสกับสมรรถนะที่แท้จริงของ ‘เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ใหม่’ ข้อได้เปรียบสำคัญของรถสไตล์ครอสโอเวอร์คือความสูงของตัวรถที่เพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยเพิ่มทัศนวิสัยการขับขี่ได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้มองเห็นทัศนียภาพเบื้องหน้าได้อย่างกว้างไกล และประเมินสถานการณ์บนท้องถนนได้ดียิ่งขึ้น ระยะห่างจากท้องรถถึงพื้นถนน 220 มิลลิเมตร (Ground Clearance) ทำให้สามารถขับผ่านอุปสรรคต่างๆ ได้อย่างมั่นใจ ไม่ต้องกังวลเรื่องการครูดท้องรถ
หัวใจของสมรรถนะ: เครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง
‘มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ใหม่’ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.5 ลิตร MIVEC ที่ให้กำลังสูงสุด 105 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 141 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ ECO-Dynamic CVT ที่ได้รับการปรับจูนมาเป็นพิเศษ
ในช่วงแรกที่ขับบนทางเรียบ เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างราบรื่น เสียงเครื่องยนต์เนียนเรียบ การเร่งความเร็วทำได้ต่อเนื่อง ไม่แสดงอาการอืดให้ได้เห็น เป็นการขับขี่ที่ผ่อนคลายและสบายใจ แต่เมื่อต้องเผชิญกับทางชัน การไต่ระดับความสูงของเส้นทาง ทำให้ต้องมีการเรียกกำลังเครื่องยนต์มาใช้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการกดคันเร่งแบบ Kickdown เพื่อเร่งแซง หรือการกดปุ่ม Overdrive ที่หัวเกียร์ เพื่อให้เกียร์ทำงานในอัตราทดที่เหมาะสม รวมถึงการดึงคันเกียร์ไปที่ตำแหน่ง L เพื่อใช้เกียร์ต่ำในการไต่เนินชันหรือลงทางลาด
ในช่วงเวลานี้เอง ที่เสียงเครื่องยนต์จะดังขึ้นอย่างชัดเจน รู้สึกได้ถึงความเครียดของเครื่องยนต์ที่ต้องรีดเค้นกำลังจนเกินประมาณ เสียงเครื่องยนต์ที่แทรกเข้ามาในห้องโดยสารมีค่อนข้างมาก ซึ่งเป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้สำหรับรถยนต์ในกลุ่มนี้ที่เน้นความประหยัดน้ำมันเป็นหลัก
เทคโนโลยีเปลี่ยนเกม: Active Yaw Control (AYC)
แม้ว่าเสียงเครื่องยนต์อาจจะไม่ได้ดุดันเร้าใจ แต่สิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกประทับใจอย่างที่สุด และเป็นจุดเด่นที่ต้องยกให้กับ ‘เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส ใหม่’ คือระบบช่วงล่างที่ได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น ด้านหน้าเป็นแบบแม็กเฟอร์สัน สตรัต พร้อมเหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลังเป็นแบบทอร์ชั่นบีม ซึ่งได้รับการปรับปรุงใหม่
ทีมวิศวกรของมิตซูบิชิได้แจ้งว่า ได้ปรับขนาดของโช้กอัพให้ใหญ่ขึ้น รวมถึงเพิ่มความแข็งแรงของคอยล์สปริง ส่งผลให้รู้สึกถึงความหนึบแน่นและความมั่นคงในการขับขี่ที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน แต่ที่น่าทึ่งกว่านั้นคือการติดตั้งระบบ AYC หรือ Active Yaw Control ระบบช่วยควบคุมการขับขี่และรักษาเสถียรภาพของรถเวลาเข้าโค้ง ซึ่งปกติจะพบได้ในรถยนต์สมรรถนะสูง
ระบบ AYC ทำงานโดยการปรับให้ล้อหมุนสัมพันธ์กัน เพื่อควบคุมทิศทางของรถ ทำให้มีความแม่นยำในการควบคุมสูงขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อต้องเข้าโค้งด้วยความเร็ว ระบบจะทำงานโดยอัตโนมัติ ช่วยให้รถเกาะถนนได้ดียิ่งขึ้น ไม่มีการเสียอาการ หรือท้ายปัดแม้แต่น้อย ให้ความรู้สึกมั่นใจในทุกการเข้าโค้ง
ช่วงล่างที่เหนือชั้น: การซับแรงสะเทือนที่สมบูรณ์แบบ