
เปิดตัว Mitsubishi Xpander HEV และ Xpander Cross HEV PLAY รุ่นพิเศษ จำนวนจำกัด
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด สร้างความฮือฮาในตลาดรถยนต์ครอบครัวอเนกประสงค์ ด้วยการเปิดตัว Mitsubishi Xpander HEV PLAY และ Xpander Cross HEV PLAY รุ่นพิเศษ ที่ได้รับการตกแต่งภายนอกและภายในใหม่ทั้งหมด เพื่อตอบสนองความต้องการของครอบครัวยุคใหม่ที่มองหารถที่มีสไตล์โฉบเฉี่ยว ฟังก์ชันการใช้งานครบครัน และเทคโนโลยีที่ทันสมัย
บทสรุปของการเปิดตัวครั้งนี้คือ การตอกย้ำตำแหน่งผู้นำตลาดรถ MPV ขนาดเล็ก 7 ที่นั่ง ด้วยการนำเสนอทางเลือกที่หลากหลายและน่าสนใจยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับดีไซน์และความพรีเมียม
การออกแบบภายนอก: สปอร์ตพรีเมียมในทุกมิติ
Mitsubishi Xpander HEV PLAY และ Xpander Cross HEV PLAY มาพร้อมการตกแต่งภายนอกแบบสปอร์ตพรีเมียม ที่ทำให้รถดูโดดเด่นและแตกต่างจากรุ่นมาตรฐานอย่างชัดเจน การเลือกใช้สีดำเป็นธีมหลักในการตกแต่ง ช่วยเสริมลุคให้รถดูดุดันและทันสมัยยิ่งขึ้น
องค์ประกอบภายนอกที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ประกอบด้วย:
หลังคาสีดำ (Black Roof): ช่วยเพิ่มมิติให้กับตัวรถและทำให้ดูสปอร์ตมากขึ้น ตัดกับสีตัวถังได้อย่างลงตัว
กระจกมองข้างสีดำ (Black Side Mirrors): เสริมลุคความสปอร์ตและพรีเมียม
คิ้วขอบกระจกประตูสีดำ (Black Window Trim): ทำให้เส้นสายของตัวรถดูเฉียบคมขึ้น
กระจังหน้าตกแต่ง Dynamic Shield สีดำ (Black Dynamic Shield Grille): ปรับดีไซน์กระจังหน้าให้เป็นสีดำทั้งชิ้น ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของรุ่น PLAY
เสาอากาศแบบครีบฉลามสีดำ (Black Shark Fin Antenna): ดีไซน์ที่ทันสมัยและลดแรงต้านอากาศ
มือเปิดประตูสีเดียวกับตัวรถ (Body-Colored Door Handles): ให้ความรู้สึกพรีเมียมและเรียบหรู
ไฟท้าย LED สี Smoke (Smoke LED Taillights): ดีไซน์โคมไฟท้ายแบบรมดำ ช่วยเพิ่มความสปอร์ต
ล้ออัลลอยสีดำ (Black Alloy Wheels): ขนาด 17 นิ้ว สำหรับรุ่น Xpander HEV PLAY และ 18 นิ้ว สำหรับรุ่น Xpander Cross HEV PLAY ล้อสีดำช่วยเสริมลุคให้รถดูดุดันและคล่องตัว
สำหรับรุ่น Xpander HEV PLAY มีการเพิ่มเติมการตกแต่งพิเศษอีก ได้แก่:
ไฟหน้าและกรอบไฟหน้าสีดำ (Black Headlights and Bezels): เพิ่มความดุดันให้กับส่วนหน้าของรถ
ชุดตกแต่งสปอยเลอร์หลัง (Rear Spoiler): เสริมความสปอร์ตและแอโรไดนามิก
ชุดตกแต่งชายกันชนหน้า กันชนข้าง และกันชนหลัง (Front, Side, and Rear Body Kits): ดีไซน์สปอร์ตที่เข้าชุดกันทั้งคัน
ส่วนรุ่น Xpander Cross HEV PLAY จะมาพร้อม:
กันชนหน้าและแผงตกแต่งข้างประตูแบบ Cross Design สีดำ (Black Cross Design Front Bumper and Side Cladding): เน้นความเป็นรถ Crossover ที่พร้อมลุย
กระจังหน้าสีเดียวกับตัวรถ (Body-Colored Front Grille): ดีไซน์ที่แตกต่างจากรุ่น Xpander HEV PLAY
การออกแบบภายใน: ความสะดวกสบายและความพรีเมียมสำหรับครอบครัว
ภายในห้องโดยสารของ Mitsubishi Xpander HEV PLAY และ Xpander Cross HEV PLAY ได้รับการออกแบบให้มีความสะดวกสบายและพรีเมียม เหมาะสำหรับการเดินทางของครอบครัว เบาะนั่ง 3 แถว 7 ที่นั่ง ทำจากวัสดุหนังสังเคราะห์คุณภาพสูง พร้อมฟังก์ชัน Head Guard Function เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกสบายของผู้โดยสาร
หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ขนาด 8 นิ้ว รองรับการแสดงผลระบบไฮบริด ทำให้ผู้ขับขี่สามารถตรวจสอบสถานะการทำงานของระบบส่งกำลังได้อย่างง่ายดาย ระบบเกียร์ไฟฟ้า Electric Shift และเบรกมือไฟฟ้าพร้อมระบบ Auto Brake Hold เพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่ในเมือง
ระบบปรับอากาศอัตโนมัติพร้อม Max Cool และระบบปรับอากาศตอนหลัง ทำให้ทุกคนในครอบครัวรู้สึกเย็นสบายตลอดการเดินทาง พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันหุ้มหนังพร้อมปุ่มควบคุมต่างๆ และเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมช่อง USB-A และ USB-C รวม 4 ตำแหน่ง ช่วยให้การเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ เป็นไปอย่างสะดวกสบาย
ขุมพลังและการขับขี่: ประสิทธิภาพสูงและประหยัดพลังงาน
Mitsubishi Xpander HEV และ Xpander Cross HEV ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ MIVEC ขนาด 1.6 ลิตร กำลังสูงสุด 95 แรงม้า ที่ 5,100 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 134 นิวตัน-เมตร ที่ 4,500 รอบต่อนาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 116 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 255 นิวตัน-เมตร ระบบขับเคลื่อนเป็นแบบล้อหน้า และรองรับน้ำมันทางเลือกสูงสุด E20
อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยที่ทำได้คือ 19.2 กม./ลิตร ตามมาตรฐาน ECO Sticker ซึ่งถือว่าน่าประทับใจสำหรับรถยนต์ขนาด 7 ที่นั่ง
โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ มอบประสบการณ์การขับขี่ที่หลากหลายและเหมาะสมกับทุกสภาพถนน ได้แก่:
NORMAL: โหมดการขับขี่ปกติสำหรับการใช้งานทั่วไป
WET: โหมดสำหรับถนนเปียก ช่วยเพิ่มการยึดเกาะถนน
GRAVEL: โหมดสำหรับถนนลูกรัง ให้การขับขี่ที่มั่นคง
TARMAC: โหมดสำหรับถนนลาดยาง มอบสมรรถนะที่ดีที่สุด
MUD: โหมดสำหรับถนนโคลน ช่วยเพิ่มแรงบิดในการขับเคลื่อน
CHARGE: โหมดการชาร์จ ช่วยชาร์จแบตเตอรี่ขณะขับขี่
EV PRIORITY: โหมดพลังงานไฟฟ้า 100% สำหรับการขับขี่ในระยะทางสั้นๆ ด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วน
ระบบความปลอดภัย: ความอุ่นใจทุกการเดินทาง
Mitsubishi Xpander HEV PLAY และ Xpander Cross HEV PLAY มาพร้อมระบบความปลอดภัยที่ครบครัน เพื่อความอุ่นใจของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ได้แก่:
ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ASC (Active Stability Control): ช่วยรักษาเสถียรภาพของรถขณะเข้าโค้งหรือบนพื้นผิวถนนที่ไม่เรียบ
ระบบป้องกันการลื่นไถล TCL (Traction Control System): ช่วยป้องกันล้อหมุนฟรีขณะออกตัวหรือเร่งความเร็ว
ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA (Hill Start Assist): ช่วยป้องกันรถไหลถอยหลังขณะออกตัวบนทางลาดชัน
ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง AYC (Active Yaw Control): ช่วยควบคุมการกระจายแรงบิดไปยังล้อแต่ละข้าง เพื่อเพิ่มสมรรถนะการเข้าโค้ง
ระบบเบรก ABS/EBD/BA (Anti-lock Braking System/Electronic Brake-force Distribution/Brake Assist): ระบบเบรกที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเบรกและป้องกันล้อล็อก
ระบบไฟกะพริบฉุกเฉินขณะเบรกกะทันหัน ESS (Emergency Stop Signal): ไฟเบรกกะพริบอัตโนมัติเมื่อเบรกกะทันหัน เพื่อเตือนรถคันหลัง
ระบบไฟ Welcome Light and Coming Home Light System: ระบบไฟส่องสว่างอัตโนมัติเมื่อเข้าและออกจากรถ
ถุงลมนิรภัยคู่หน้า (Front Airbags): ระบบความปลอดภัยขั้นพื้นฐานเพื่อป้องกันการบาดเจ็บ
ราคาจำหน่ายและสีตัวถัง
Mitsubishi Xpander HEV PLAY และ Xpander Cross HEV PLAY ทั้งสองรุ่น เคาะราคาจำหน่ายเท่ากันที่ 981,000 บาท ตัวถังมีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่:
สีขาว White Diamond หลังคาดำ
สีเทา Graphite Gray หลังคาดำ
สีเขียว Green Bronze หลังคาดำ (เฉพาะรุ่น Cross)
การเปิดตัว Mitsubishi Xpander รุ่นใหม่ในประเทศไทยสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของตลาดรถยนต์ MPV ขนาดเล็ก 7 ที่นั่ง ที่ยังคงมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการแข่งขันที่สูงจากแบรนด์อื่นๆ
ประวัติและวิวัฒนาการของ Mitsubishi Xpander
Mitsubishi Xpander ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นรถยนต์ Mini MPV ขนาด 7 ที่นั่ง ที่ผสมผสานความเป็น MPV และ SUV เข้าไว้ด้วยกัน การออกแบบที่ดูบึกบึน มีเส้นสายที่แข็งแกร่ง และมัดกล้ามที่ดูแกร่งกว่าคู่แข่ง ทำให้ Xpander ได้รับความสนใจตั้งแต่แรกเห็น
เปิดตัวครั้งแรกในโลกที่อินโดนีเซีย เมื่อเดือนสิงหาคม 2017 ได้รับกระแสตอบรับที่ล้นหลามในบ้านเกิด ซึ่งเป็นตลาดหลักของรถยนต์ประเภทนี้ ทำให้ประเทศไทยที่ต้องนำเข้า Xpander จากอินโดนีเซีย ต้องเลื่อนการเปิดตัวออกไป
ในที่สุด Mitsubishi ประเทศไทย ก็ได้เปิดตัว Xpander ในบ้านเราอย่างเป็นทางการ เมื่อเดือน