
เผยโฉม Mitsubishi Xpander HEV PLAY และ Xpander Cross HEV PLAY สปอร์ตพรีเมียม ส่งท้ายปี 2026
ในแวดวงยานยนต์ไทยช่วงปลายปี 2026 นี้ เชื่อว่าชื่อของ Mitsubishi Xpander HEV PLAY และ Xpander Cross HEV PLAY กำลังเป็นที่จับตามองอย่างมาก เพราะเป็นการยกระดับภาพลักษณ์ของรถครอบครัวอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง ให้ก้าวไปสู่นิยามใหม่ที่ผสานความสปอร์ต ความพรีเมียม และความทันสมัยเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว บทความนี้จะเจาะลึกทุกมิติของรถรุ่นพิเศษทั้งสองนี้ ตั้งแต่ดีไซน์ภายนอกที่สะกดทุกสายตา เทคโนโลยีการขับเคลื่อนที่เหนือชั้น ไปจนถึงความสะดวกสบายและความปลอดภัยที่ครบครัน ตามสไตล์ผู้เชี่ยวชาญที่คลุกคลีในอุตสาหกรรมมากว่า 10 ปี
หัวใจสำคัญที่ทำให้รถคู่นี้โดดเด่นกว่าใครคือการนำเสนอทางเลือกที่หลากหลายสำหรับผู้บริโภคยุคใหม่ ที่ไม่ได้มองหารถยนต์เพื่อการใช้งานเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการรถที่สะท้อนตัวตน ไลฟ์สไตล์ และความชื่นชอบในเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย การมาถึงของ Xpander HEV PLAY และ Xpander Cross HEV PLAY ในช่วงเวลาที่ตลาดรถยนต์กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ถือเป็นการตอกย้ำถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ Mitsubishi และวิสัยทัศน์ในการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคอย่างแท้จริง
การออกแบบภายนอก: เมื่อความสปอร์ตผสานความพรีเมียม
สิ่งที่ทำให้ผู้พบเห็นต้องเหลียวมองตั้งแต่แรกเห็นคือการออกแบบภายนอกที่ได้รับการยกระดับให้ดูสปอร์ตและพรีเมียมยิ่งขึ้น ด้วยการใช้สีดำ (Black Accent) ในหลายส่วนประกอบ ซึ่งเป็นเทรนด์การออกแบบที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นหลังคาสีดำ กระจกมองข้างสีดำ คิ้วขอบกระจกประตูสีดำ กระจังหน้าตกแต่ง Dynamic Shield สีดำ เสาอากาศแบบครีบฉลามสีดำ และล้ออัลลอยสีดำ การเลือกใช้สีดำตัดกับสีตัวถังหลัก สร้างความรู้สึกหรูหรา ทันสมัย และดุดันไปพร้อมๆ กัน
ในส่วนของรายละเอียดการตกแต่ง มีความแตกต่างที่น่าสนใจระหว่างสองรุ่น เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าได้มากที่สุด
สำหรับ Mitsubishi Xpander HEV PLAY ได้รับการเพิ่มเติมชุดตกแต่งที่เน้นความสปอร์ตอย่างชัดเจน ประกอบด้วยไฟหน้าและกรอบไฟหน้าสีดำ ชุดตกแต่งสปอยเลอร์หลัง และชุดตกแต่งชายกันชนหน้า กันชนข้าง และกันชนหลัง ซึ่งทั้งหมดนี้ทำหน้าที่เสริมให้ตัวรถดูเตี้ยลง มีเส้นสายที่เฉียบคม และดูเป็นรถที่มีสมรรถนะสูงมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่ที่คล่องแคล่วและต้องการรถที่ดูโดดเด่นไม่เหมือนใคร
ขณะที่ Mitsubishi Xpander Cross HEV PLAY ยังคงเอกลักษณ์ของความเป็น Cross ไว้ได้อย่างครบถ้วน ด้วยกันชนหน้า แผงตกแต่งข้างประตูแบบ Cross Design สีดำ และกระจังหน้าสีเดียวกับตัวรถ ซึ่งเป็นการผสมผสานความบึกบึนสไตล์ SUV เข้ากับความสปอร์ตของรุ่น PLAY ได้อย่างลงตัว ทำให้รถคันนี้ดูพร้อมสำหรับการผจญภัยในทุกสภาพเส้นทาง แต่ยังคงไว้ซึ่งความพรีเมียมและความทันสมัยจากรายละเอียดการตกแต่งสีดำ
เทคโนโลยีการขับเคลื่อน: หัวใจสำคัญของความประหยัดและสมรรถนะ
ภายใต้รูปลักษณ์ที่สวยงาม คือหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อน Mitsubishi Xpander HEV PLAY และ Xpander Cross HEV PLAY ซึ่งก็คือระบบขับเคลื่อนไฮบริดที่ได้รับการพัฒนาอย่างพิถีพิถัน เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้
ทั้งสองรุ่นมาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ MIVEC ความจุ 1.6 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุด 95 แรงม้า ที่ 5,100 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 134 นิวตัน-เมตร ที่ 4,500 รอบต่อนาที โดยทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 116 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดถึง 255 นิวตัน-เมตร ซึ่งเป็นพละกำลังที่เพียงพอสำหรับการขับขี่ในเมืองและเดินทางไกล
จุดเด่นที่สำคัญคือการขับเคลื่อนด้วยล้อหน้า และการรองรับน้ำมันทางเลือกสูงสุด E20 ซึ่งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาว อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยที่เคลมไว้ที่ 19.2 กิโลเมตรต่อลิตร (อ้างอิงผล ECO Sticker) ถือเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจอย่างยิ่งสำหรับรถยนต์ขนาด 7 ที่นั่ง ยิ่งเมื่อคำนึงถึงสมรรถนะของมอเตอร์ไฟฟ้าที่ช่วยเสริมกำลังในการออกตัวและเร่งแซง ก็ยิ่งทำให้การขับขี่รู้สึกสนุกสนานและคล่องตัวมากขึ้นกว่าเดิม
อีกหนึ่งความพิเศษของระบบส่งกำลังในรถรุ่นนี้คือระบบเกียร์ไฟฟ้า Electric Shift ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่พบได้ในรถยนต์ระดับสูง การทำงานของระบบนี้มีความนุ่มนวล แม่นยำ และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงานไฟฟ้าให้ได้มากที่สุด
โหมดการขับขี่ที่หลากหลาย: ปรับได้ตามทุกสถานการณ์
เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้ขับขี่และสภาพเส้นทางที่แตกต่างกัน Mitsubishi Xpander HEV PLAY และ Xpander Cross HEV PLAY จึงมาพร้อมกับโหมดการขับขี่ถึง 7 รูปแบบ ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนได้ง่ายๆ เพียงปลายนิ้วสัมผัส
NORMAL (ถนนทั่วไป): เหมาะสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน ให้ความสมดุลระหว่างสมรรถนะและความประหยัด
WET (ถนนเปียก): ปรับการตอบสนองของคันเร่งและระบบควบคุมการทรงตัวให้เหมาะสมกับสภาพถนนเปียก เพิ่มความมั่นใจในการขับขี่
GRAVEL (ถนนลูกรัง): ปรับให้เหมาะสมกับสภาพถนนลูกรัง ช่วยเพิ่มการยึดเกาะถนนและการควบคุมรถ
TARMAC (ถนนลาดยาง): ปรับสมรรถนะให้เหมาะสมกับการขับขี่บนถนนลาดยางที่ความเร็วสูง
MUD (ถนนโคลน): ปรับให้เหมาะสมกับการขับขี่บนพื้นผิวโคลน ช่วยให้สามารถผ่านพ้นอุปสรรคไปได้ง่ายขึ้น
CHARGE (โหมดการชาร์จ): โหมดพิเศษที่ช่วยให้เครื่องยนต์สร้างกระแสไฟฟ้าเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ได้อย่างรวดเร็ว
EV PRIORITY (โหมดพลังงานไฟฟ้า 100%): โหมดที่เน้นการใช้พลังงานไฟฟ้า 100% เหมาะสำหรับการขับขี่ในระยะทางสั้นๆ หรือในพื้นที่ที่ต้องการลดมลพิษทางเสียง
ความหลากหลายของโหมดการขับขี่นี้ ทำให้ผู้ขับขี่สามารถมั่นใจได้ว่าจะสามารถรับมือได้กับทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในเมือง การเดินทางไกล หรือการผจญภัยในเส้นทางออฟโรด
ภายในห้องโดยสาร: ความกว้างขวางและความสะดวกสบาย
เมื่อก้าวเข้ามาในห้องโดยสารของ Mitsubishi Xpander HEV PLAY และ Xpander Cross HEV PLAY สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความกว้างขวางและความรู้สึกพรีเมียม เบาะนั่งแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง หุ้มด้วยวัสดุหนังสังเคราะห์คุณภาพสูง พร้อมฟังก์ชัน Head Guard Function ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ
หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ขนาด 8 นิ้ว สามารถแสดงผลข้อมูลระบบไฮบริดได้อย่างละเอียดและสวยงาม ช่วยให้ผู้ขับขี่เข้าใจการทำงานของระบบและสามารถขับขี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ ยังมีระบบเบรกมือไฟฟ้าพร้อมฟังก์ชัน Auto Brake Hold ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่ โดยเฉพาะในการจราจรที่ติดขัด ระบบปรับอากาศอัตโนมัติพร้อมฟังก์ชัน Max Cool และระบบปรับอากาศตอนหลัง ช่วยให้ผู้โดยสารทุกคนรู้สึกสบาย ไม่ว่าจะเดินทางในสภาพอากาศแบบใด
พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันหุ้มหนังให้สัมผัสที่ดีและสามารถควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ได้อย่างสะดวก ส่วนระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมช่อง USB-A และ USB-C รวม 4 ตำแหน่ง ตอบสนองความต้องการของผู้โดยสารยุคใหม่ที่ต้องการเชื่อมต่ออุปกรณ์และเพลิดเพลินกับความบันเทิงขณะเดินทาง
ระบบความปลอดภัย: ความอุ่นใจในทุกการเดินทาง
Mitsubishi ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับแรก และใน Mitsubishi Xpander HEV PLAY และ Xpander Cross HEV PLAY ก็มาพร้อมกับระบบความปลอดภัยที่ครบครัน ทั้งระบบ Active และ Passive เพื่อให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารทุกคนรู้สึกอุ่นใจในทุกการเดินทาง
ระบบ Active Safety ประกอบด้วย:
ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว