
เปิดตัว Mitsubishi Xpander HEV PLAY และ Xpander Cross HEV PLAY รุ่นพิเศษจำนวนจำกัด ราคาจำหน่าย 981,000 บาททุกรุ่น
บทนำ: กำเนิด Compact MPV ขวัญใจครอบครัวยุคใหม่
ในตลาดรถยนต์เมืองไทย ปี 2026 นี้ ความต้องการรถยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่งขนาดเล็ก หรือที่รู้จักกันในชื่อ Compact MPV ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มครอบครัวรุ่นใหม่ที่มองหารถยนต์ที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวัน การเดินทางท่องเที่ยว และการทำกิจกรรมสันทนาการต่างๆ ด้วยขนาดที่กะทัดรัด ขับขี่คล่องตัว ประหยัดน้ำมัน และมีราคาที่เข้าถึงได้ ทำให้ Compact MPV กลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมอันดับต้นๆ ในตลาด
หนึ่งในผู้เล่นที่ครองใจผู้บริโภคในกลุ่มนี้มาอย่างยาวนาน คือ Mitsubishi Xpander ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในโลกที่ประเทศอินโดนีเซียเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2017 ด้วยดีไซน์ที่ผสมผสานความเป็น MPV และ SUV เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ด้วยเส้นสายที่ดูบึกบึน มีมัดกล้ามที่ดูแกร่งกว่าคู่แข่ง ทำให้ Xpander ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามตั้งแต่แรกเปิดตัว ส่งผลให้ประเทศไทยที่ต้องนำเข้า Xpander จากอินโดนีเซีย ต้องเลื่อนการเปิดตัวในบ้านเราออกไป
ในที่สุด Mitsubishi ประเทศไทย ก็ได้เปิดตัว Xpander ในบ้านเราอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2018 และได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยมจากลูกค้าชาวไทย ยอดขายต่อเดือนพุ่งสูงขึ้นหลักพันคันแทบทุกเดือน เป็นประวัติการณ์ของกลุ่ม Mini MPV 7 ที่นั่งในไทย ความสำเร็จนี้เองที่ผลักดันให้ Mitsubishi ต่อยอดความนิยมด้วยการเปิดตัว Xpander Cross เมื่อเดือนมีนาคม ปี 2020 เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบรถยนต์ที่มีดีไซน์แบบลุยๆ
การวิวัฒนาการสู่ความล้ำสมัย: Xpander HEV และการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในปี 2022
การเดินทางของ Mitsubishi Xpander ในประเทศไทยยังคงเดินหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป ล่าสุดในปี 2022 นี้ Mitsubishi ประเทศไทย ได้เตรียมเปิดตัว Xpander Minorchange รอบสอง อย่างเป็นทางการในบ้านเรา วันที่ 23 มีนาคม ที่งาน Motor Show 2022 ณ Challenger Hall 1-3 เมืองทองธานี นับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่หลายคนรอคอย
ความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการปรับโฉมภายนอกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการยกระดับเทคโนโลยีและสมรรถนะการขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในการแข่งขันในตลาด Compact MPV ที่เข้มข้น ความพิเศษของ Xpander Minorchange เวอร์ชั่นไทยในครั้งนี้ คือการนำเข้าจากอินโดนีเซียเช่นเคย แต่มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยและครบครันกว่าเดิม
ขุมพลังไฮบริด: หัวใจสำคัญของ Mitsubishi Xpander HEV
ก้าวสู่ยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย Mitsubishi ประเทศไทย ได้นำเทคโนโลยี Hybrid มาใช้ใน Mitsubishi Xpander เพื่อยกระดับสมรรถนะและประสิทธิภาพการประหยัดพลังงาน Mitsubishi Xpander HEV และ Xpander Cross HEV ถูกติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ MIVEC ความจุ 1.6 ลิตร กำลังสูงสุด 95 แรงม้า ที่ 5,100 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 134 นิวตัน-เมตร ที่ 4,500 รอบต่อนาที ทำงานคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 116 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 255 นิวตัน-เมตร ขับเคลื่อนล้อหน้า
เทคโนโลยีไฮบริดนี้ ไม่เพียงแต่ให้สมรรถนะการขับขี่ที่เหนือกว่าเครื่องยนต์แบบเดิม แต่ยังช่วยลดอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงได้อย่างมีนัยสำคัญ รองรับน้ำมันทางเลือกสูงสุด E20 และมีอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยอยู่ที่ 19.2 กม./ลิตร (อ้างอิงผล ECO Sticker) ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจสำหรับรถยนต์ขนาด 7 ที่นั่ง
โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ: ปรับเปลี่ยนได้ตามสไตล์คุณ
เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ให้เหมาะสมกับสภาพถนนและสไตล์การขับขี่ Mitsubishi Xpander HEV และ Xpander Cross HEV มาพร้อมกับ 7 DRIVE MODE ที่หลากหลาย ได้แก่
NORMAL: โหมดการขับขี่มาตรฐาน เหมาะสำหรับใช้งานในชีวิตประจำวันบนถนนทั่วไป
WET: โหมดสำหรับขับขี่บนถนนเปียก ช่วยเพิ่มการยึดเกาะถนนและความปลอดภัย
GRAVEL: โหมดสำหรับขับขี่บนถนนลูกรัง เพิ่มความมั่นใจในการควบคุมรถ
TARMAC: โหมดสำหรับขับขี่บนถนนลาดยาง เพิ่มประสิทธิภาพในการเร่งแซงและการขับขี่ด้วยความเร็วสูง
MUD: โหมดสำหรับขับขี่บนถนนโคลน ช่วยเพิ่มการยึดเกาะและป้องกันการติดหล่ม
CHARGE: โหมดการชาร์จ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการชาร์จแบตเตอรี่ขณะขับขี่
EV PRIORITY: โหมดพลังงานไฟฟ้า 100% ที่ให้ผู้ขับขี่สามารถขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว เหมาะสำหรับการเดินทางในระยะทางสั้นๆ ในเมือง
ภายในห้องโดยสาร: กว้างขวาง สะดวกสบาย และล้ำสมัย
ภายในห้องโดยสารของ Mitsubishi Xpander HEV และ Xpander Cross HEV ได้รับการออกแบบให้มีความกว้างขวาง รองรับการใช้งานของครอบครัว ด้วยเบาะนั่งแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง หุ้มวัสดุหนังสังเคราะห์คุณภาพสูง Head Guard Function เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร
หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ขนาด 8 นิ้ว รองรับการแสดงผลระบบไฮบริด ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถตรวจสอบสถานะของระบบไฮบริดได้อย่างง่ายดาย ระบบเกียร์ไฟฟ้า Electric Shift ที่ใช้งานง่ายและแม่นยำ เบรกมือไฟฟ้าพร้อม Brake Auto Hold เพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่ในเมือง ระบบปรับอากาศอัตโนมัติพร้อม Max Cool และระบบปรับอากาศตอนหลัง ช่วยให้ผู้โดยสารรู้สึกเย็นสบายตลอดการเดินทาง พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันหุ้มหนัง และเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมช่อง USB-A และ USB-C รวม 4 ตำแหน่ง ตอบสนองความต้องการด้านความบันเทิงและความสะดวกสบายในยุคดิจิทัล
ระบบความปลอดภัย: อุ่นใจทุกการเดินทาง
Mitsubishi ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้ขับขี่และผู้โดยสารเป็นอันดับแรก ด้วยระบบความปลอดภัยที่ครบครัน ได้แก่ ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ASC, ระบบป้องกันการลื่นไถล TCL, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA, ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง AYC, ระบบเบรก ABS/EBD/BA, ระบบไฟกะพริบฉุกเฉินขณะเบรกกะทันหัน ESS, ระบบไฟ Welcome Light and Coming Home Light System และถุงลมนิรภัยคู่หน้า เป็นต้น
Mitsubishi Xpander HEV PLAY และ Xpander Cross HEV PLAY: รุ่นพิเศษเพื่อครอบครัวยุคใหม่
เพื่อตอบสนองความต้องการของครอบครัวรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบความทันสมัยและไลฟ์สไตล์แอ็กทีฟ Mitsubishi ประเทศไทย ได้เปิดตัว Mitsubishi Xpander HEV PLAY และ Xpander Cross HEV PLAY รุ่นพิเศษ จำนวนจำกัด ด้วยดีไซน์ภายนอกแบบสปอร์ตพรีเมียม ที่สะกดทุกสายตา
ดีไซน์ภายนอกแบบสปอร์ตพรีเมียม:
หลังคาสีดำ: เพิ่มความสปอร์ตและโดดเด่นให้กับตัวรถ
กระจกมองข้างสีดำ: ตัดกับสีตัวถังอย่างลงตัว
คิ้วขอบกระจกประตูสีดำ: เพิ่มความพรีเมียมและความสปอร์ต
กระจังหน้าตกแต่ง Dynamic Shield สีดำ: เสริมความดุดันและทันสมัย
เสาอากาศแบบครีบฉลามสีดำ: เพิ่มความสปอร์ตและแอโรไดนามิก
มือเปิดประตูสีเดียวกับตัวรถ: ให้ความรู้สึกเรียบหรู
ไฟท้าย LED สี Smoke: เพิ่มความทันสมัยและพรีเมียม
ล้ออัลลอยสีดำ: ขนาด 17 นิ้ว เสริมความสปอร์ตและดุดัน
ความแตกต่างระหว่างรุ่น Xpander HEV PLAY และ Xpander Cross HEV PLAY:
Xpander HEV PLAY: เพิ่มเติมด้วยไฟหน้าและกรอบไฟหน้าสีดำ, ชุดตกแต่งสปอยเลอร์หลัง, ชุดตกแต่งชายกันชนหน้า กันชนข้าง และกันชน