
เปิดตัว Mitsubishi Xpander 2026: ปรับดีไซน์ใหม่ เทคโนโลยีล้ำสมัย และราคาที่น่าสนใจ
บทความนี้ได้รับการอัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2026
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เปิดตัว Mitsubishi Xpander 2026 รุ่นปรับปรุงโฉมใหม่ล่าสุด ขานรับกระแสความนิยมในกลุ่มรถครอบครัว MPV ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย ด้วยการผสมผสานดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวขึ้น เทคโนโลยีที่ทันสมัย และความคุ้มค่าที่ลงตัว เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของครอบครัวยุคใหม่ที่ต้องการความสมดุลระหว่างฟังก์ชันการใช้งานและความพรีเมียม
จากกระแสตอบรับอันยอดเยี่ยมของ Mitsubishi Xpander ตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2561 ซึ่งก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ MPV ด้วยยอดจำหน่ายสะสมรวมกันมากกว่า 39,000 คัน การเปิดตัวรุ่นปี 2026 นี้ถือเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของมิตซูบิชิในการพัฒนานวัตกรรมยานยนต์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าชาวไทย พร้อมยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้ทัดเทียมระดับสากล
สมรรถนะและความปลอดภัยเหนือระดับ
Mitsubishi Xpander 2026 ยังคงใช้ขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.5 ลิตร DOHC MIVEC 16 วาล์ว ให้กำลังสูงสุด 105 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 141 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ทำงานร่วมกับระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ CVT แบบ ECO-Dynamic CVT ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ ให้การเปลี่ยนเกียร์ที่นุ่มนวล ตอบสนองฉับไว และประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น
เอกลักษณ์ด้านสมรรถนะที่โดดเด่นของ Xpander คือระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว Active Yaw Control System (AYC) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเฉพาะที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ ระบบจะทำงานโดยการปรับแรงเบรกที่ล้อหน้าโดยอัตโนมัติเมื่อตรวจพบการเข้าโค้งหรือเปลี่ยนเลนกะทันหัน ช่วยลดการลื่นไถล และรักษาเสถียรภาพของรถให้เกาะถนนได้อย่างแม่นยำ
ในส่วนของระบบความปลอดภัย Mitsubishi Xpander 2026 มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยเชิงรุก Advanced Safety Features ที่ครบครันเทียบเท่ารถยนต์ในระดับพรีเมียม ได้แก่
ระบบเตือนการชนด้านหน้าพร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (Forward Collision Mitigation system – FCM)
ระบบเตือนการออกนอกเลน (Lane Departure Warning – LDW)
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติอัจฉริยะ (Adaptive Cruise Control – ACC)
ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Automatic High Beam – AHB)
ระบบเตือนจุดอับสายตา (Blind Spot Warning – BSW)
ระบบเตือนขณะเปลี่ยนเลน (Lane Change Warning – LCW)
ระบบเตือนการถอยหลังพร้อมระบบเตือนการชนด้านหลัง (Rear Cross Traffic Alert – RCTA)
ระบบเบรกมือไฟฟ้าอัตโนมัติ พร้อมระบบ Brake Auto Hold
นอกจากนี้ ยังมีระบบความปลอดภัยพื้นฐานที่ครบครัน อาทิ ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ASC), ระบบป้องกันการลื่นไถล (TCL), ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA), ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรก (ABS), ระบบกระจายแรงดันน้ำมันเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EBD), ระบบเสริมแรงเบรก (BA), และระบบไฟกะพริบฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS) พร้อมถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง ให้ความมั่นใจสูงสุดตลอดการเดินทาง
ดีไซน์ภายนอกใหม่ สปอร์ต หรูหรา และโดดเด่น
Mitsubishi Xpander 2026 ได้รับการออกแบบใหม่ภายใต้แนวคิด “Dynamic Shield Evolution” ที่ผสมผสานความแข็งแกร่งแบบรถ SUV เข้ากับความสง่างามแบบรถ MPV ได้อย่างลงตัว
ด้านหน้าได้รับการปรับดีไซน์ใหม่ทั้งหมด กระจังหน้าขนาดใหญ่ในดีไซน์ Black Grille สีดำเงาตัดกับเส้นโครเมียมแนวตั้ง ให้ความรู้สึกพรีเมียมและทันสมัย ชุดไฟหน้า T-Shape LED ใหม่ สว่างคมชัด พร้อมไฟเลี้ยว LED ที่ยาวต่อเนื่องลงมาถึงกระจังหน้า สร้างเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ไฟสปอร์ตไลท์ LED ทรงใหม่ที่มุมกันชน เพิ่มมิติและความลึกให้กับตัวรถ กันชนหน้าดีไซน์ใหม่ที่ลดตำแหน่งป้ายทะเบียนลง ทำให้รถดูเตี้ยลงและสปอร์ตมากขึ้น
มิติตัวถังของ Mitsubishi Xpander 2026 ยาว 4,595 มิลลิเมตร กว้าง 1,790 มิลลิเมตร สูง 1,750 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,775 มิลลิเมตร และระยะต่ำสุดถึงพื้น (Ground Clearance) 220 มิลลิเมตร มิติตัวถังที่ขยายใหญ่ขึ้น พร้อมระยะฐานล้อที่กว้าง ทำให้ห้องโดยสารกว้างขวางและมีพื้นที่เก็บสัมภาระที่จุใจ
ด้านข้างยังคงเอกลักษณ์ของ Xpander ด้วยเส้นสายที่เฉียบคม ซุ้มล้อขนาดใหญ่ที่ตกแต่งด้วยแผงกันกระแทกสีดำ มือเปิดประตูสีเดียวกับตัวรถ และคิ้วโครเมียมขอบหน้าต่างที่เพิ่มความหรูหรา แร็คหลังคาดีไซน์ใหม่ในโทนสีดำเงาเข้าชุดกับกระจังหน้า
ด้านท้ายได้รับการออกแบบใหม่ กันชนหลังดีไซน์ใหม่เพิ่มความบึกบึนตามสไตล์ SUV ฝาท้ายสีเดียวกับตัวรถ พร้อมไฟท้าย LED T-Shape ที่สว่างชัดเจน และล้ออัลลอยทูโทนดีไซน์ใหม่ขนาด 17 นิ้ว
ห้องโดยสารพรีเมียม สะดวกสบาย และครบครัน
ภายในห้องโดยสารของ Mitsubishi Xpander 2026 ได้รับการยกระดับความพรีเมียมด้วยการเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูงและเทคโนโลยีที่ทันสมัย
คอนโซลหน้าดีไซน์ใหม่ทูโทน สีดำ-น้ำเงิน ไล่ระดับตั้งแต่คอนโซลหน้าไปจนถึงแผงประตู สร้างความรู้สึกอบอุ่นและหรูหรา พวงมาลัยรูปทรงใหม่พร้อมสวิตช์ควบคุมระบบเครื่องเสียง ปุ่มรับสายโทรศัพท์ และปุ่มควบคุมความเร็วอัตโนมัติ พวงมาลัยยังคงสามารถปรับระดับสูง-ต่ำ และปรับเข้า-ออกได้ เพื่อให้ผู้ขับขี่หาตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุด
หน้าจอมาตรวัดแบบ LCD ขนาด 8 นิ้ว แสดงผลคมชัด พร้อมกราฟิกที่ทันสมัย เพิ่มความสปอร์ตและเท่ห์ยิ่งขึ้น หน้าจอสัมผัสระบบอินโฟเทนเมนต์ขนาด 9 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมกล้อง 360 องศา แสดงภาพรอบทิศทางรอบคันรถ ช่วยให้การจอดรถในที่แคบเป็นเรื่องง่าย
ระบบปรับอากาศดิจิตอลดีไซน์ใหม่ พร้อมฟังก์ชัน Max Cool ที่สามารถทำความเย็นได้รวดเร็วภายใน 3 นาที เพิ่มความสะดวกสบายในวันที่อากาศร้อน เบาะนั่งหุ้มวัสดุสะท้อนรังสีความร้อน Heat Guard ที่ช่วยลดความร้อนสะสมบนเบาะในวันที่จอดรถกลางแดด
Mitsubishi Xpander 2026 ยังคงโดดเด่นด้วยความอเนกประสงค์แบบ 7 ที่นั่ง ด้วยการพับเบาะปรับพับอิสระหลากหลายรูปแบบ เบาะแถวสอง 40:20:40 พร้อมพนักวางแขนและที่วางแก้วน้ำ เบาะแถวสาม 50:50 เบาะคู่หน้าสามารถปรับเอนนอนราบกับเบาะแถวสองได้ สร้างพื้นที่พักผ่อนขนาดใหญ่
อุปกรณ์อำนวยความสะดวกอื่นๆ ประกอบด้วย Wireless Charger, ช่องชาร์จ USB Type A และ C ที่แถวสอง, ระบบเบรกมือไฟฟ้าอัตโนมัติ พร้อมระบบ Brake Auto Hold, ปุ่มสตาร์ท, และวัสดุบุนุ่มในจุดสัมผัสต่างๆ ทั่วห้องโดยสาร
รุ่นย่อยและราคา
Mitsubishi Xpander 2026 มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย พร้อมสีตัวถัง 4 สี ได้แก่
สีแดง (Spirit Red)
สีดำ (Jet Black Mica)
สีขาว (Quartz White Pearl)
สีเทา (Graphite Gray Metallic)
ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ มีดังนี้
Mitsubishi Xpander 2026 รุ่น GLS ราคา 799,000 บาท
Mitsubishi Xpander 2026 รุ่น GLS-LTD ราคา 899,000 บาท
Mitsubishi Xpander 2026 รุ่น Ultimate ราคา 999,000 บาท
การรับประกันและบริการหลังการขาย
Mitsubishi Xpander 2026 มาพร้อมโปรแกรม