
เปิดตัว All-New Mitsubishi XFORCE HEV: แข่งแกร่งบนท้องถนนไทย พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยล้ำสมัย
ตลาดรถยนต์คอมแพ็กต์ SUV ในประเทศไทยกำลังลุกเป็นไฟ ด้วยการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ All-New Mitsubishi XFORCE HEV ซึ่งถือเป็นการพลิกโฉมครั้งสำคัญของ Mitsubishi Motors ประเทศไทย รถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดนี้ผลิตจากโรงงานแหลมฉบัง และมาพร้อมกับจุดเด่นที่ได้รับการถ่ายทอดและพัฒนาจากระบบขับเคลื่อน Plug-in Hybrid (PHEV) ของมิตซูบิชิ ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล
หัวข้อที่ 1: ความภาคภูมิใจในการผลิตในประเทศ และการวิจัยและพัฒนา
นายเรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ได้แสดงความภาคภูมิใจในการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่นี้ โดยเน้นย้ำว่านี่เป็นครั้งแรกที่ All-New Mitsubishi XFORCE HEV ได้รับการติดตั้งระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ล่าสุด และประเทศไทยเป็นฐานการผลิตหลักสำหรับรถยนต์รุ่นนี้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
การทดสอบที่เข้มข้นเพื่อสมรรถนะสูงสุด
เพื่อให้มั่นใจว่ารถยนต์รุ่นใหม่นี้สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดไทยได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทีมวิศวกรของมิตซูบิชิได้ทำการทดสอบอย่างเข้มข้น โดยครอบคลุมระยะทางรวมกว่า 100,000 กิโลเมตรทั่วประเทศไทย ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา การทดสอบนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความทนทานและสมรรถนะในการขับขี่ในสภาพถนนที่หลากหลายของประเทศไทย ตั้งแต่การจราจรในเมืองที่หนาแน่น ไปจนถึงถนนลูกรังในต่างจังหวัด
ข้อมูลและข้อเสนอแนะที่ได้จากการทดสอบเหล่านี้ ถูกนำไปใช้ในการปรับแต่งและพัฒนารถยนต์รุ่นนี้ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด วิศวกรฝ่ายวิจัยและพัฒนาได้ทุ่มเทเวลาในการวิเคราะห์ผลการทดสอบ เพื่อให้แน่ใจว่า All-New Mitsubishi XFORCE HEV จะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าคู่แข่งในระดับเดียวกัน
การปรับแต่งระบบกันสะเทือนเพื่อสภาพถนนไทย
หนึ่งในขั้นตอนสุดท้ายที่สำคัญที่สุดในการพัฒนารถยนต์รุ่นนี้ คือการทดสอบความทนทานและการปรับแต่งระบบกันสะเทือน ระบบกันสะเทือนได้รับการออกแบบเป็นพิเศษเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานบนสภาพถนนที่หลากหลายของประเทศไทย ซึ่งมีความท้าทายแตกต่างจากประเทศอื่น การปรับแต่งนี้ทำให้มั่นใจได้ว่าผู้ขับขี่จะได้รับความสะดวกสบายสูงสุด พร้อมทั้งการควบคุมรถที่แม่นยำและปลอดภัย
หัวข้อที่ 2: เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด
All-New Mitsubishi XFORCE HEV มาพร้อมกับเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ล่าสุด ซึ่งได้รับการพัฒนาต่อยอดจากระบบขับเคลื่อน Plug-in Hybrid (PHEV) ที่ได้รับการยอมรับในตลาดโลก ระบบนี้ประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง แบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง และเครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร MIVEC DOHC 16 วาล์ว
เครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร MIVEC DOHC 16 วาล์ว
เครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร MIVEC DOHC 16 วาล์ว เป็นเครื่องยนต์ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษสำหรับรถยนต์ไฮบริด ให้ประสิทธิภาพเชิงความร้อน (Thermal Efficiency) ที่สูงกว่าเครื่องยนต์ทั่วไป ด้วยกำลังขับเคลื่อนที่เพิ่มขึ้น และการทำงานร่วมกับระบบไฟฟ้า ทำให้เครื่องยนต์สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ระบบไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง
ระบบไฟฟ้าของ All-New Mitsubishi XFORCE HEV ประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงและแบตเตอรี่ Lithium-ion ขนาด 1.1 kWh ที่ออกแบบมาเพื่อการทำงานร่วมกับระบบไฮบริดโดยเฉพาะ มอเตอร์ไฟฟ้ามีกำลังสูงสุด 116 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 255 นิวตันเมตร ซึ่งให้สมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม ทั้งในเมืองและบนทางหลวง
ระบบส่งกำลัง 2-Speed Transaxle
ระบบส่งกำลัง 2-Speed Transaxle ใหม่ เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด ระบบนี้ช่วยให้รถยนต์สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดในทุกสภาพการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมือง การขับขี่บนทางหลวง หรือการขับขี่บนทางลาดชัน
ประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงที่โดดเด่น
การทำงานร่วมกันของเครื่องยนต์เบนซินและระบบไฟฟ้า ทำให้ All-New Mitsubishi XFORCE HEV มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่โดดเด่น ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการใช้งาน และยังช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ต่ำกว่ารถยนต์ทั่วไป
หัวข้อที่ 3: สมรรถนะการขับขี่และโหมดการขับขี่
All-New Mitsubishi XFORCE HEV มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยม ด้วยโหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองทุกสภาพการขับขี่ โหมดการขับขี่เหล่านี้ประกอบด้วย:
Normal (ถนนทั่วไป): โหมดการขับขี่พื้นฐานสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน มอบความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงและสมรรถนะการขับขี่
Wet (ถนนเปียก): โหมดการขับขี่สำหรับสภาพถนนที่เปียก ช่วยเพิ่มการควบคุมรถและความปลอดภัย
Gravel (ถนนลูกรัง): โหมดการขับขี่สำหรับสภาพถนนลูกรัง ให้การยึดเกาะที่ดีและการควบคุมรถที่มั่นคง
Tarmac (ถนนลาดยาง): โหมดการขับขี่สำหรับสภาพถนนลาดยาง ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม
Mud (ถนนโคลน): โหมดการขับขี่สำหรับสภาพถนนโคลน ให้การยึดเกาะและการควบคุมรถที่ดีเยี่ยม
Charge (โหมดการชาร์จ): โหมดการชาร์จแบตเตอรี่ ใช้เครื่องยนต์เบนซินในการชาร์จแบตเตอรี่ เมื่อต้องการพลังงานเพิ่มเติม
EV Priority (โหมดพลังงานไฟฟ้า 100%): โหมดการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองระยะสั้น ช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงและลดมลพิษ
ระบบ Active Yaw Control (AYC)
เทคโนโลยี Active Yaw Control (AYC) เป็นระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง ที่ช่วยเพิ่มการควบคุมรถและความปลอดภัย ระบบนี้จะทำงานร่วมกับระบบเบรกและระบบควบคุมการทรงตัว เพื่อให้รถยนต์สามารถเข้าโค้งได้อย่างแม่นยำและมั่นคง ช่วยลดความเสี่ยงในการเสียการควบคุม
หัวข้อที่ 4: การออกแบบที่โดดเด่นและพื้นที่ภายในที่กว้างขวาง
All-New Mitsubishi XFORCE HEV ได้รับการออกแบบภายใต้คอนเซปต์ Silky and Solid ซึ่งผสมผสานความสง่างามและความแข็งแกร่งเข้าด้วยกัน เส้นสายการออกแบบที่โดดเด่นและสมรรถนะที่ทรงพลัง ทำให้รถยนต์รุ่นนี้มีความโดดเด่นบนท้องถนน
ดีไซน์ภายนอกที่สะดุดตา
ไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED: ไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED ที่ได้รับการออกแบบอย่างทันสมัย ช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้กับรถยนต์
ไฟท้าย LED สี Smoked: ไฟท้าย LED สี Smoked ที่จัดเรียงเป็นรูปตัวที (T-Shape) ช่วยเพิ่มความหรูหราและความทันสมัย
ล้ออัลลอยขนาดใหญ่ 18 นิ้ว: ล้ออัลลอยขนาดใหญ่ 18 นิ้ว ช่วยเพิ่มความสปอร์ตและความมั่นคงในการขับขี่
การออกแบบภายในที่กว้างขวางและสะดวกสบาย
การออกแบบภายในของ All-New Mitsubishi XFORCE HEV ได้รับการออกแบบภายใต้คอนเซปต์ Horizontal Axis ซึ่งเน้นความกว้างขวางและความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารทุกที่นั่ง ห้องโดยสารขนาดใหญ่สามารถเดินทางได้พร้อมกันถึง 5 คน ด้วยพื้นที่วางขาและพื้นที่เหนือศีรษะที่กว้างขวาง
วัสดุและการตกแต่งภายใน
ห้องโดยสารตกแต่งด้วยสีทูโทน พร้อมด้วยวัสดุบุเบาะแบบพิเศษที่สามารถกันน้ำและป้องกันคราบสกปรก ทำให้ง่ายต่อการทำความสะอาด เบาะนั่งตอนหลังสามารถพับปรับแบบ 40:20:40 และปรับเอนได้ถึง 8 ระดับ พร้อมด้วยวัสดุหุ้มเบาะ “Heat Guard” ที่ช่วยสะท้อนความร้อนจากแสงแดด เพิ่มความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสาร
ระบบความบันเทิงและเทคโนโลยี
ไดนามิค ซาวด์ ยามาฮ่า พรีเมียม (Dynamic Sound Yamaha Premium Sound System): ระบบเครื่องเสียงระดับพรีเมียม พร้อมลำโพง 8 ตำแหน่ง ให้คุณภาพเสียงที่ยอดเยี่ยม สร้างบรรยากาศการเดินทางที่เพ