
เปิดตัว Mitsubishi Xpander Cross โฉมใหม่ 2026: อัปเกรดครั้งใหญ่ สไตล์ลุยคู่ความหรูหรา
หลังจากสร้างกระแสความนิยมในตลาดรถยนต์ MPV ด้วยดีไซน์ที่ผสมผสานความเป็นรถครอบครัวเข้ากับสไตล์ SUV ที่ดุดัน ล่าสุด Mitsubishi Motors ประเทศไทย ได้ทำการเปิดตัวอย่างเป็นทางการสำหรับ Mitsubishi Xpander Cross โฉมใหม่ 2026 เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ผ่านมา การปรับโฉมครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้เหนือกว่าเดิม ด้วยการออกแบบที่โดดเด่นยิ่งขึ้น เทคโนโลยีความปลอดภัยที่จัดเต็ม และฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ได้อย่างลงตัว บทความนี้จะเจาะลึกทุกรายละเอียดของการเปลี่ยนแปลง พร้อมรีวิวการขับขี่จริงจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้คุณเห็นภาพรวมและตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ
การออกแบบภายนอก: Dynamic Shield สไตล์ SUV ที่คมเข้มยิ่งขึ้น
Mitsubishi Xpander Cross โฉมใหม่ 2026 ยังคงเอกลักษณ์ของดีไซน์ Advanced Dynamic Shield ที่เป็น DNA ของแบรนด์ แต่ได้รับการปรับปรุงให้มีความดุดันและทันสมัยมากยิ่งขึ้น
ด้านหน้า: ความบึกบึนที่เหนือกว่า
จุดเด่นที่สุดของการปรับโฉมครั้งนี้อยู่ที่ด้านหน้าของตัวรถ กระจังหน้าได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด เป็นแบบสามชั้นสีดำเงา ให้ความรู้สึกสปอร์ตและพรีเมียมยิ่งขึ้น กันชนหน้าและหลังได้รับการปรับดีไซน์ให้ดูบึกบึน รองรับภาพลักษณ์ความเป็นรถ SUV พร้อมการ์ดกันกระแทกชายกันชนหน้าด้านล่างสีเงินแบบสามช่อง ช่วยเพิ่มมิติและความแข็งแกร่งให้กับตัวรถ
ซุ้มล้อมีการปรับลดความบางลง ให้ดูกลมกลืนกับตัวรถมากขึ้น และมีการ์ดกันกระแทกชายประตูด้านข้างตกแต่งด้วยสีเงิน ซึ่งช่วยเสริมภาพลักษณ์การลุยได้เป็นอย่างดี
ระบบไฟส่องสว่าง: เทคโนโลยี LED เต็มระบบ
การอัปเกรดครั้งสำคัญคือการติดตั้ง ชุดไฟหน้าแบบ LED ใหม่ทั้งหมด ซึ่งรวมถึง:
ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน (DRLs) แบบ LED: ดีไซน์ใหม่ที่คมชัด ให้ทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยมในเวลากลางวัน
ไฟเลี้ยว LED: ปรับดีไซน์ให้เข้ากับความทันสมัยของตัวรถ
ไฟตัดหมอก LED: เพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ในสภาพอากาศเลวร้าย
ชุดไฟท้ายแบบ LED: ดีไซน์ใหม่ที่โฉบเฉี่ยว เข้ากับลุค SUV มากขึ้น
ไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED: ติดตั้งบริเวณสปอยเลอร์ด้านบนฝาท้าย
นอกจากนี้ ตัวรถยังมี เสาอากาศแบบครีบฉลาม ที่ช่วยเพิ่มความสปอร์ตและลดแรงต้านอากาศ ไฟเลี้ยวกระจกมองข้างสามารถปรับและพับแบบไฟฟ้าได้ พร้อมระบบไล่ฝ้า ปัดน้ำฝนหน้าและหลังมาพร้อมระบบไล่ฝ้า และมีกล้องมองหลังขณะถอยจอด อย่างไรก็ตาม ฝาท้ายยังคงเป็นแบบเปิดมือปกติ ซึ่งอาจเป็นข้อสังเกตสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายสูงสุด
ล้อและสีตัวถัง: ความสปอร์ตที่ลงตัว
Mitsubishi Xpander Cross โฉมใหม่ มาพร้อม ชุดล้อลายใหม่สีทูโทนสีเงินตัดด้วยสีเทา ขนาด 17 นิ้ว ซึ่งเข้ากันได้ดีกับภาพลักษณ์ของรถ การอัปเกรดนี้ช่วยเพิ่มความดุดันและทันสมัยให้กับตัวรถ
สำหรับสีตัวถัง มีให้เลือก 4 สี ได้แก่:
สีเขียว (Green Bronze Metallic): สีใหม่ที่โดดเด่นและทันสมัย
สีขาวมุก (Quartz White Pearl): สีคลาสสิกที่ยังคงได้รับความนิยม
สีเงิน (Blade Silver): สีที่ให้ความรู้สึกพรีเมียม
สีเทา (Graphite Gray): สีเข้มที่ดูสปอร์ตและลึกลับ
นอกจากนี้ ยังมี สีทูโทนอีก 2 สไตล์ ได้แก่ สีเขียวหลังคาดำ (Green Bronze Metallic with Black Roof) และสีขาวหลังคาดำ (Quartz White Pearl with Black Roof) ซึ่งช่วยเพิ่มมิติและความสปอร์ตให้กับตัวรถได้อย่างลงตัว
ภายในห้องโดยสาร: ความสะดวกสบายและเทคโนโลยีที่เหนือระดับ
ภายในห้องโดยสารของ Mitsubishi Xpander Cross โฉมใหม่ 2026 ยังคงความอเนกประสงค์เอาไว้ด้วย รูปแบบห้องโดยสารแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง ซึ่งตอบโจทย์ครอบครัวขนาดกลางได้อย่างลงตัว
การตกแต่งภายใน: ความหรูหราที่สัมผัสได้
ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วย ธีมสีดำตัดสีน้ำเงิน และมีการตกแต่งด้วยสีเงิน ให้ความรู้สึกที่เรียบหรูและทันสมัย พวงมาลัยได้รับการอัปเกรดเป็น พวงมาลัยใหม่แบบสี่ก้าน พร้อมปุ่มควบคุมต่าง ๆ ที่ยกชุดมาจาก Pajero Sport ซึ่งให้ความรู้สึกกระชับมือและควบคุมได้ง่าย
แผงหน้าปัดและระบบความบันเทิง: เทคโนโลยีที่ครบครัน
แผงหน้าปัดได้รับการอัปเกรดเป็น ชุดหน้าปัดแบบดิจิตอลขนาด 8 นิ้ว ที่มีกราฟฟิคในการแสดงผลเช่นเดียวกับ Pajero Sport แต่ส่วนของกราฟฟิคตัวรถบนหน้าปัดเป็นของ Mitsubishi Xpander โดยเฉพาะ การแสดงผลที่ชัดเจนและทันสมัย ช่วยให้ผู้ขับขี่ได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนและเข้าใจง่าย
หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 9 นิ้ว รองรับ Bluetooth, Apple CarPlay และ Android Auto ซึ่งช่วยให้การเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนทำได้อย่างสะดวกสบาย พร้อมระบบเบรกมือไฟฟ้าพร้อมระบบ Brake Auto Hold ที่เพิ่มความสะดวกในการขับขี่ โดยเฉพาะในสภาพการจราจรติดขัด
ฟังก์ชันอำนวยความสะดวก: ครบครันทุกความต้องการ
Mitsubishi Xpander Cross โฉมใหม่ มาพร้อมช่องเสียบ USB-A และ USB-C รวมถึงช่องจ่ายกระแสไฟ DC 12 โวลต์ ที่ตอบสนองความต้องการในการชาร์จอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของทุกคนในครอบครัว ระบบปรับอากาศแบบดิจิตอลมีแผ่นกรองอากาศ PM 2.5 ซึ่งช่วยให้อากาศภายในห้องโดยสารสะอาดและดีต่อสุขภาพ ระบบปรับอากาศด้านหลังสามารถแยกอิสระและปรับระดับความแรงของพัดลมได้ ซึ่งเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้โดยสารแถวหลัง
นอกจากนี้ ยังมี กระจกมองหลังแบบตัดแสงสะท้อนอัตโนมัติ ระบบปัดน้ำฝนแบบอัตโนมัติ และ ระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าแบบอัตโนมัติ ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการขับขี่
การขับขี่จริง: ประสบการณ์บนถนนจริง
เพื่อให้เห็นภาพรวมของสมรรถนะและการขับขี่ของ Mitsubishi Xpander Cross โฉมใหม่ 2026 ทีมงานได้เข้าร่วมการขับทดสอบจากตัวเมืองเชียงราย มุ่งหน้าสู่ดอยช้าง เป็นระยะทางประมาณ 200 กิโลเมตร ซึ่งครอบคลุมทั้งเส้นทางบนถนนดำและทางฝุ่น
พวงมาลัยและการควบคุม: น้ำหนักที่ลงตัว
สัมผัสแรกกับการบังคับควบคุมพวงมาลัยน้ำหนักเบา ซึ่งได้รับการปรับเซ็ตมาใหม่ให้น้ำหนักเหมาะสมในแต่ละย่านความเร็ว น้ำหนักกำลังดีไม่เบาจนเกินไป ในช่วงความเร็วเดินทางไกล 100-120 กม./ชม. ไม่ต้องคอยประคองพวงมาลัยให้รู้สึกเมื่อยล้า หรือแม้แต่ในช่วงทางขึ้นลงเขาโค้งสลับไปมา การควบคุมรถสามารถทำได้อย่างแม่นยำ พวงมาลัยมีการคืนวงที่คล่องตัวกว่าเคย อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวแอบรู้สึกว่าพวงมาลัยใหม่นี้มีขนาดวงที่ใหญ่ไปนิด ซึ่งอาจต้องใช้เวลาปรับตัวเล็กน้อย
สมรรถนะเครื่องยนต์: กำลังที่เพียงพอสำหรับการใช้งาน
เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ MIVEC DOHC ให้กำลังสูงสุด 105 แรงม้า แรงบิด 141 นิวตันเมตร พร้อมเกียร์ ECO-Dynamic CVT สามารถตอบสนองการใช้งานทั่ว ๆ ไปได้อย่างเพียงพอ แน่นอนว่าไม่ได้เร่งได้แบบติดเท้า แต่เน้นการไต่ความเร็วขึ้นไปแบบต่อเนื่อง จังหวะต้องเร่งแซงบนถนนแบบเลนสวนต้องเผื่อระยะไว้พอสมควรเพื่อความปลอดภัย ช่วงของการขับขี่ขึ้นเขาก็สามารถเรียกกำลังได้จากการใช้โหมด Ds หรือโหมด D ปกติ กับการนั่งโดยสารทั้งหมด 4 ท่าน ก็สามารถขับรถขึ้นเขาได้แบบไม่ต้องลุ้นมากนัก รถสามารถไต่ความชันขึ้นไปได้
ระบบช่วงล่าง: นุ่ม หนึบ และมั่นคง
ระบบช่วงล่างเป็นอีกจุดที่น่าประทับใจ ด้วยการปรับเซ็ตใหม่ รวมถึงการเปลี่ยนชุดโช้คอัพด้านหลังที่มีขนาดแกนเท่ากับ Pajero Sport ให้ความรู้สึกที่หนึบ