
เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับ Mitsubishi Xpander Cross 2026 รถ MPV สไตล์ SUV ที่มาพร้อมดีไซน์ใหม่หมดจดรอบคัน ความหรูหราที่เพิ่มขึ้น และเทคโนโลยีความปลอดภัยจัดเต็ม เรียกได้ว่าพลิกโฉมจากรุ่นก่อนอย่างสิ้นเชิง เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนไป กับการเป็นรถครอบครัว 7 ที่นั่ง ที่ให้ความคล่องตัวแบบ SUV และความสบายระดับพรีเมียม
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มานานกว่า 10 ปี ผมได้มีโอกาสสัมผัสและทดสอบ Mitsubishi Xpander Cross 2026 อย่างใกล้ชิด ทั้งบนถนนจริงและเส้นทางออฟโรดในจังหวัดเชียงราย ทำให้เห็นถึงศักยภาพที่แท้จริงของรถรุ่นนี้ บทความนี้จะเจาะลึกทุกรายละเอียด ตั้งแต่การออกแบบ สมรรถนะ ไปจนถึงเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่ทำให้ Xpander Cross 2026 โดดเด่นเหนือคู่แข่งในตลาด
Mitsubishi Xpander Cross 2026: นิยามใหม่ของ MPV 7 ที่นั่ง
Mitsubishi Xpander เป็นรถที่สร้างปรากฏการณ์ให้กับตลาดรถครอบครัวไทยมาตั้งแต่เปิดตัว ด้วยการผสมผสานความอเนกประสงค์ของ MPV เข้ากับดีไซน์ที่เท่สไตล์ SUV ทำให้รถได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม และสำหรับ Mitsubishi Xpander Cross 2026 มิตซูบิชิได้ยกระดับรถรุ่นนี้ไปอีกขั้น ด้วยการปรับโฉมใหม่ทั้งหมด ให้มีความหรูหรา ทันสมัย และสมรรถนะที่เหนือกว่าเดิม
ดีไซน์ภายนอก: ความเท่สไตล์ SUV ที่ลงตัว
สิ่งที่สะดุดตาที่สุดเมื่อแรกเห็น Mitsubishi Xpander Cross 2026 คือการออกแบบด้านหน้าที่ได้รับการปรับโฉมใหม่ทั้งหมด ให้มีความดุดันและสง่างาม ด้วยดีไซน์แบบ Advanced Dynamic Shield อันเป็นเอกลักษณ์ของมิตซูบิชิในยุคปัจจุบัน
กระจังหน้าแบบใหม่ ที่มาพร้อมแถบโครเมียม 3 ชั้นสีดำเงา ให้ความรู้สึกพรีเมียมและโฉบเฉี่ยว ชุดกันชนหน้าและหลังได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด ให้ความรู้สึกบึกบึน พร้อมการ์ดกันกระแทกชายกันชนหน้าด้านล่างสีเงิน 3 ช่อง ที่เสริมลุคความเป็น SUV อย่างชัดเจน
ซุ้มล้อ ได้รับการปรับให้บางลง พร้อมการ์ดกันกระแทกชายประตูด้านข้างสีเงิน ที่ช่วยเพิ่มความสวยงามและป้องกันรอยขีดข่วนได้เป็นอย่างดี
ระบบไฟส่องสว่าง ได้รับการอัปเกรดครั้งใหญ่ ด้วยไฟหน้า LED ใหม่หมด ที่รวมถึงไฟส่องสว่างเวลากลางวัน (DRLs) แบบ LED, ไฟเลี้ยว LED, และไฟตัดหมอก LED ชุดไฟท้าย LED ก็ได้รับการปรับให้มีความเหลี่ยมและทันสมัยมากขึ้น รับกับลุค SUV ของรถได้อย่างลงตัว
อุปกรณ์เสริม ที่เพิ่มความอเนกประสงค์ ได้แก่ราวหลังคา, เสาอากาศแบบครีบฉลาม, ไฟเลี้ยวกระจกมองข้างปรับและพับแบบไฟฟ้า, และระบบปัดน้ำฝนหน้าและหลังพร้อมระบบไล่ฝ้า แม้ว่าฝาท้ายจะยังคงเป็นแบบเปิดมือ แต่ก็ได้รับการออกแบบที่สวยงามเข้ากับตัวรถ
ล้อ มาพร้อมลายใหม่ สีทูโทนเงินตัดเทา ขนาด 17 นิ้ว ที่ช่วยเพิ่มความสปอร์ตและหรูหราให้กับรถ
ตัวเลือกสี มีให้เลือกถึง 4 สี ได้แก่ สีเขียว (Green Bronze Metallic), สีขาวมุก (Quartz White Pearl), สีเงิน (Blade Silver), และสีเทา (Graphite Gray) รวมถึงสีทูโทน 2 สไตล์ คือ สีเขียวหลังคาดำ (Green Bronze Metallic with Black Roof) และสีขาวหลังคาดำ (Quartz White Pearl with Black Roof) ที่เพิ่มความโดดเด่นและมีสไตล์
ภายในห้องโดยสาร: ความหรูหรา 7 ที่นั่ง ที่ลงตัว
เมื่อก้าวเข้าสู่ภายในห้องโดยสารของ Mitsubishi Xpander Cross 2026 สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความกว้างขวางและความหรูหรา ด้วยการตกแต่งภายในด้วยธีมสีดำตัดสีน้ำเงิน และการตกแต่งด้วยสีเงินที่ให้ความรู้สึกที่เรียบหรูและทันสมัย
พวงมาลัย เป็นแบบสี่ก้าน พร้อมปุ่มควบคุมต่างๆ ที่ยกชุดมาจาก Pajaro Sport ให้ความรู้สึกกระชับมือและควบคุมได้ง่าย ในฐานะผู้ขับขี่ ผมชื่นชอบการออกแบบพวงมาลัยใหม่นี้มาก แม้ว่าจะมีขนาดใหญ่ไปนิด แต่ก็ให้ความรู้สึกมั่นคงในการขับขี่
หน้าปัดแบบดิจิตอล ขนาด 8 นิ้ว แสดงผลกราฟฟิคที่สวยงามและทันสมัย มีกราฟฟิคตัวรถที่แสดงผลแบบเรียลไทม์ ช่วยให้ผู้ขับขี่เข้าใจสถานะของรถได้อย่างชัดเจน
หน้าจอระบบสัมผัส ขนาด 9 นิ้ว รองรับ Bluetooth การเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto ช่วยให้การเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเป็นเรื่องง่าย และสะดวกสบายในการใช้งานฟังก์ชันต่างๆ ของรถ
ระบบเกียร์ เป็นแบบเกียร์ไฟฟ้า electronically controlled 4-speed Automatic Transmission พร้อมเบรกมือไฟฟ้าพร้อมระบบ Brake Auto Hold ที่ช่วยให้การขับขี่ในเมืองมีความสะดวกสบายมากขึ้น
ช่องเสียบ USB-A และ USB-C พร้อมช่องจ่ายกระแสไฟ DC 12 โวลต์ ให้ความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารในการชาร์จอุปกรณ์ต่างๆ
ระบบปรับอากาศ เป็นแบบดิจิตอล พร้อมแผ่นกรองอากาศ PM 2.5 ที่ช่วยกรองฝุ่นละอองขนาดเล็ก และระบบปรับอากาศด้านหลังที่แยกอิสระ สามารถปรับระดับความแรงของพัดลมได้ ช่วยให้ผู้โดยสารทุกที่นั่งได้รับความเย็นสบายอย่างทั่วถึง
ระบบตัดแสงสะท้อนอัตโนมัติ และระบบปัดน้ำฝนแบบอัตโนมัติ ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่ในสภาพอากาศที่หลากหลาย
สมรรถนะการขับขี่: ความนุ่ม หนึบ และมั่นคง
ในการทดสอบ Mitsubishi Xpander Cross 2026 บนเส้นทางจากตัวเมืองเชียงรายสู่ดอยช้าง ระยะทางกว่า 200 กิโลเมตร ทั้งบนถนนดำและเส้นทางออฟโรด ผมได้สัมผัสถึงสมรรถนะที่น่าประทับใจของรถรุ่นนี้
การขับขี่บนถนนดำ
พวงมาลัย น้ำหนักเบาในความเร็วต่ำ และหนักแน่นขึ้นในความเร็วสูง ให้ความรู้สึกที่แม่นยำในการควบคุม ในช่วงความเร็วเดินทาง 100-120 กม./ชม. ไม่ต้องคอยประคองพวงมาลัยให้เมื่อยล้า การคืนวงพวงมาลัยทำได้อย่างคล่องตัว แม้ว่าตัวรถจะแอบสูง แต่ก็ยังให้ความรู้สึกที่มั่นคงในการเข้าโค้ง
เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ MIVEC DOHC ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 105 แรงม้า แรงบิด 141 นิวตันเมตร พร้อมเกียร์ ECO-Dynamic CVT ตอบสนองการใช้งานทั่วไปได้อย่างเพียงพอ แม้ว่าจะไม่ได้มีอัตราเร่งที่จัดจ้าน แต่ก็สามารถไต่ความเร็วขึ้นไปได้อย่างต่อเนื่อง ในช่วงทางขึ้นเขา สามารถใช้โหมด Ds เพื่อดึงกำลังเครื่องยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ระบบช่วงล่าง เป็นจุดที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง ด้วยการปรับเซ็ตใหม่ และการเปลี่ยนชุดโช้คอัพด้านหลังที่มีขนาดแกนเท่ากับ Pajaro Sport ให้ความรู้สึกที่หนึบ แน่น และนุ่มนวล ไม่กระด้าง ในช่วงทางโค้งเลี้ยว อาการโคลงค่อนข้างน้อย แม้ว่าตัวรถจะแอบสูง เมื่อมีน้ำหนักกดทับมาก ช่วงล่างก็ยังคงให้ความรู้สึกที่นุ่มสบาย รองรับการใช้งานกับผู้โดยสารหลายท่านพร้อมสัมภาระได้อย่างดีเยี่ยม
การเก็บเสียง ของห้องโดยสารทำได้ดี มีการเพิ่มฉนวนกันเสียงหลายจุด ทำให้เสียงจากเครื่องยนต์และพื้นถนนเข้ามาค่อนข้างน้อย แม้ว่าความเร็วสูงระดับ 100 กม./ชม. ขึ้นไป จะได้ยินเสียงลมที่ไหลผ่านชัดเจนขึ้น แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่ยอมรับได้
ระบบเบรก จากระบบดิสก์เบรกหน้า ดรัมเบรกคู่หลัง ให้กำลังเบรกที่เหมาะสม น้ำหนักแป้นเบรกมีความหน่วงนุ่มกำลังดี และสามารถชะลอความเร็วได้อย่างมั่นใจ เป็นฟิลลิ่งของเบรกสำหรับรถครอบครัวที่ลงตัว
การขับขี่บนเส้นทางออฟโรด
ในการทดสอบ Mitsubishi Xpander Cross 2026 บนเส้นทางลุยฝุ่นภายในพื้นที่ สิงห์ ปาร์ค เชียงราย ผมได้มีโอกาสทดสอบระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล (Traction Control System: TCL) ที่ติดตั้งมาในรถ
การจอดบนเนินชันที่พื้นผิวเป็นโคลนลื่น ระบบ TCL ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยควบคุมการลื่นไถลของ