
มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี 2026: นิยามใหม่ของ MPV ฟูลไฮบริดเต็มรูปแบบ
ในวงการยานยนต์ปี 2026 นี้ ตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ หรือ MPV ขนาด 7 ที่นั่ง กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เมื่อ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเปิดตัว มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี (Mitsubishi Xpander HEV) และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี (Mitsubishi Xpander Cross HEV) เป็นครั้งแรกของโลกที่ประเทศไทย ซึ่งเหนือกว่าความคาดหมายคือ รถทั้งสองรุ่นนี้ผลิตขึ้นในบ้านเรา ไม่ได้นำเข้าจากอินโดนีเซียเหมือนรุ่นก่อนหน้า
การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของมิตซูบิชิในการพัฒนารถยนต์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการก้าวเข้าสู่ยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้า ด้วยเทคโนโลยีฟูลไฮบริดที่ผสมผสานระหว่างเครื่องยนต์สันดาปภายในและมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างลงตัว เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าในทุกมิติ ทั้งสมรรถนะที่โดดเด่น ความประหยัดน้ำมันที่น่าทึ่ง และฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน
ดีไซน์ที่แตกต่าง: เอกลักษณ์ของระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด
แม้ว่าโดยรวมแล้ว มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี จะยังคงเอกลักษณ์ของรถ MPV สไตล์มินิ MPV แบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง ที่เราคุ้นเคย แต่ก็มีการปรับเปลี่ยนดีไซน์เพื่อให้เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนว่าเป็นรถยนต์ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด
ภายนอก มีการติดตั้งโลโก้ “HEV” ที่กระจังหน้าและฝาประตูท้าย พร้อมด้วยโลโก้ “HYBRID EV” ที่ประตูหน้า เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของเทคโนโลยีที่ใช้ นอกจากนี้ ยังมีการตกแต่งด้วยเส้นสายสีน้ำเงินที่บริเวณกันชนหน้า กาบข้างประตู และกันชนหลัง ซึ่งเป็นสีประจำของรถยนต์ไฮบริดของมิตซูบิชิ ช่วยเพิ่มความรู้สึกทันสมัยและพรีเมียมให้กับตัวรถ
ภายในห้องโดยสาร ได้รับการออกแบบใหม่เพื่อให้รองรับการทำงานของระบบฟูลไฮบริด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ LCD ขนาด 8 นิ้ว ที่มาพร้อมกับกราฟิกที่สวยงามและใช้งานง่าย สามารถแสดงข้อมูลสำคัญได้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการขับขี่ที่จะเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์การขับขี่ อัตราเร่ง การใช้พลังงาน อัตราการประหยัดพลังงานเมื่อขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า (EV) ระดับพลังงานคงเหลือในแบตเตอรี่ และข้อมูลอื่นๆ ที่จำเป็น
ผู้ขับขี่สามารถเลือกการแสดงผลหน้าจอได้ 2 รูปแบบ คือ Enhanced Mode ที่มีความล้ำสมัยด้วยกราฟิกแบบ 3 มิติ และ Classic Mode ที่ถอดแบบมาจากมาตรวัดระบบอนาล็อกแบบดั้งเดิม เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกรูปแบบที่ชื่นชอบได้
ขุมพลังเทคโนโลยีฟูลไฮบริด: การผสานพลังเพื่อสมรรถนะที่เหนือกว่า
หัวใจสำคัญของ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี คือ เทคโนโลยีฟูลไฮบริด ที่ผสานกำลังจากเครื่องยนต์เบนซินและมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างลงตัว
เครื่องยนต์เบนซิน DOHC MIVEC 1.6 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 95 แรงม้า และเมื่อผสานกำลังกับ มอเตอร์ไฟฟ้า 85 กิโลวัตต์ (ประมาณ 116 แรงม้า) ทำให้รถมีกำลังรวมที่สูงกว่ารุ่นเครื่องยนต์สันดาปภายในอย่างเห็นได้ชัด มอเตอร์ไฟฟ้าที่ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่แรงดันสูง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ในทุกช่วงความเร็ว
รูปแบบการทำงานของระบบฟูลไฮบริด เป็นไปอย่างชาญฉลาดและราบรื่น เมื่อเริ่มออกตัวและขับขี่ด้วยความเร็วต่ำ ตัวรถจะขับเคลื่อนด้วย มอเตอร์ไฟฟ้าโดยใช้พลังงานจากแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียว ซึ่งเป็นรูปแบบการขับขี่แบบ EV (พลังงานไฟฟ้า 100%) ทำให้รถเคลื่อนที่ได้อย่างเงียบเชียบและไร้มลพิษ เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองหรือในพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่น
เมื่อเริ่มเร่งความเร็ว ระบบจะปรับเปลี่ยนเข้าสู่ รูปแบบการขับเคลื่อนด้วยระบบไฮบริด โดยใช้พลังงานจากมอเตอร์ไฟฟ้าที่ได้รับการปั่นไฟฟ้าให้เกิดพลังงานจากเครื่องยนต์ และขับเคลื่อนไปพร้อมกัน ในช่วงนี้ รถจะมีอัตราเร่งที่ดีและตอบสนองต่อการขับขี่ได้อย่างรวดเร็ว
และเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง ตัวรถจะขับเคลื่อนด้วย เครื่องยนต์ โดยมีมอเตอร์ไฟฟ้าช่วยเสริมกำลังขับเคลื่อน เนื่องจากเครื่องยนต์เริ่มทำงานอย่างนุ่มนวล ไม่กระชาก ในช่วงนี้ ระบบจะเข้าสู่ โหมดประหยัดพลังงานสูงสุด
เมื่อชะลอความเร็ว หรือเบรก ระบบจะเข้าสู่ Regenerative Braking ซึ่งเป็นการนำพลังงานจากการเบรกกลับมาชาร์จไฟเก็บไว้ในแบตเตอรี่ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงานและลดการปล่อยมลพิษ
7 โหมดการขับขี่: ความอเนกประสงค์ที่เหนือกว่า
เพื่อให้รองรับการขับขี่ในทุกสภาพถนนและทุกสถานการณ์ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี มาพร้อมกับ 7 โหมดการขับขี่ ที่สามารถเลือกได้ตามความต้องการ โดย 2 โหมดแรกเป็นการขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า (EV) และอีก 5 โหมดเป็นการขับขี่แบบไฮบริด
EV Priority Mode: เป็นโหมดขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าโดยใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ 100% เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองที่ต้องการความเงียบและประหยัดพลังงาน ในโหมดนี้ รถจะสามารถขับเคลื่อนได้ด้วยความเร็วสูงสุดถึง 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขึ้นอยู่กับระดับพลังงานในแบตเตอรี่
Charge Mode: เป็นโหมดสำหรับชาร์จแบตเตอรี่ สามารถเลือกเข้าได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นระหว่างขับขี่ หรือขณะจอดนิ่งอยู่ โหมดนี้จะใช้เครื่องยนต์ในการปั่นไฟฟ้าเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ เมื่อไฟฟ้าเพียงพอแล้ว สามารถกลับมาใช้งานโหมดไฟฟ้าได้อีกครั้ง
Normal Mode: เป็นโหมดขับขี่ทั่วไปในชีวิตประจำวัน ที่มีการทำงานของระบบไฮบริดอย่างสมดุล เพื่อให้ได้ทั้งสมรรถนะและความประหยัดพลังงาน
Wet Mode: เป็นโหมดที่ออกแบบมาสำหรับการขับขี่บนถนนที่เปียกลื่น ช่วยป้องกันการลื่นไถลโดยการปรับการทำงานของระบบควบคุมการขับขี่ให้เหมาะสม
Gravel Mode: เป็นโหมดสำหรับการขับขี่บนทางลูกรัง ที่มีการปรับการทำงานของระบบช่วงล่างและระบบควบคุมการขับขี่ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นผิว
Tarmac Mode: เป็นโหมดที่เหมาะกับการขับขี่บนถนนลาดยาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนถนนที่คดเคี้ยว ระบบจะปรับการทำงานของพวงมาลัยและระบบควบคุมการขับขี่ให้เพิ่มความมั่นใจในการควบคุมรถ
Mud Mode: เป็นโหมดสำหรับการขับขี่บนทางโคลน ระบบจะปรับการทำงานของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าให้เพิ่มการตอบสนองและการควบคุมที่ทรงพลังบนถนนดินโคลน
ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ: ความมั่นใจในทุกเส้นทาง
มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี มาพร้อมกับระบบความปลอดภัยอัจฉริยะที่ครบครัน เพื่อให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารมีความมั่นใจในทุกเส้นทาง ระบบเหล่านี้ทำงานร่วมกันอย่างชาญฉลาดเพื่อป้องกันอุบัติเหตุและเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่
ระบบควบคุมการขับเคลื่อน และสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control-AYC) เป็นระบบที่ช่วยเพิ่มการควบคุมรถขณะเข้าโค้ง โดยการปรับแรงบิดไปยังล้อแต่ละข้างอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันการลื่นไถลและเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่
ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และลื่นไถล (Traction Control System-TCL) เป็นระบบที่ช่วยป้องกันล้อหมุนฟรีเมื่อต้องขับขี่บนพื้นผิวที่ลื่น ระบบจะตัดการทำงานของเครื่องยนต์หรือลดกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้าไปยังล้อที่มีการหมุนฟรี เพื่อให้รถสามารถเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง
ระบบควบคุมน้ำหนัก พวงมาลัย