
บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ปรับโฉม “มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์” ด้วยกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ ล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 16 นิ้ว และเสาอากาศแบบครีบฉลาม พร้อมกับสีภายนอกใหม่ สีเทา Graphite Gray พร้อมปรับราคาเป็น 789,000 บาทและ 863,0000 บาท
โมะริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2561 มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ มียอดจำหน่ายสะสมแล้วมากกว่า 30,000 คันและเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของมิตซูบิชิ
มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ มีดีไซน์ภายนอกเด่น ด้วยระยะความสูงจากพื้นถึง 205 มม. ห้องโดยสารของรถครอสโอเวอร์รุ่นนี้ยังคงความสะดวกสบาย กว้างขวาง มีเสียงรบกวนและการสั่นสะเทือนที่ต่ำ (NVH) ช่วยเพิ่มสุนทรียภาพตามปรัชญาแบบ ‘โอโมเตะนาชิ’ ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่ถ่ายทอดความประณีตและยังใส่ใจในทุกรายละเอียด
ห้องโดยสารตกแต่งด้วยวัสดุบุนุ่มคุณภาพเยี่ยม ช่วยสร้างผิวสัมผัสที่นุ่มนวลและยังช่วยทำให้ห้องโดยสารมีความเงียบเพิ่มมากขึ้น เบาะที่นั่งปรับพับได้หลากหลาย รวมทั้งการปรับพับเบาะที่นั่งให้แบนราบเพื่อเพิ่มพื้นที่การจัดเก็บสัมภาระ พร้อมด้วยช่องเก็บของอเนกประสงค์ที่ติดตั้งในตำแหน่งต่างๆ ช่องจ่ายกระแสไฟ DC 12 โวลต์ 3 ตำแหน่ง และเพิ่มความสะดวกสบายขึ้นด้วยกุญแจอัจฉริยะแบบ KOS พร้อมปุ่มสตารทเครื่องยนต์
ระบบปรับอากาศด้านหลังแบบแยกอิสระสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง พวงมาลัยสามารถปรับระดับสูง-ต่ำ และปรับเข้า-ออกได้ ที่มาพร้อมกับสวิตช์ควบคุมระบบเครื่องเสียงและปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์บนพวงมาลัย และจอแสดงข้อมูลอเนกประสงค์ TFT ขนาด 4.2 นิ้วพร้อมการแสดงผลแบบภาพเคลื่อนไหว 3 มิติ เฉพาะรุ่น GT
มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ มากับระบบความปลอดภัย อาทิ ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ASC) ระบบป้องกันการลื่นไถล (TCL) ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA) ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรก (ABS) ระบบกระจายแรงดันน้ำมันเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EBD) ระบบเสริมแรงเบรก (BA) ระบบไฟกะพริบฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS) ถุงลมนิรภัยด้านคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า และกล้องมองภาพด้านหลังขณะถอยจอด
หัวใจบรรจุเครื่องยนต์ MIVEC ขนาด 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 105 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 141 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติแบบ 4-สปีด
มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ มี 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น GLS-LTD มีราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 789,000 บาท (เพิ่มขึ้น 10,000 บาท เทียบกับราคาเมื่อตอนเปิดตัวครั้งแรกในปี 2561) และรุ่น GT มีราคาจำหน่ายที่ 863,000 บาท (เพิ่มขึ้น 14,000บาท)
ทั้งนี้ลูกค้าสามารถเลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% หรือ แพคเกจ 5 ปี ดูแลดีถึงใจ ที่ประกอบด้วย ฟรีค่าบำรุงรักษาตามระยะ 5 ปี และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงนาน 5 ปี และมั่นใจยิ่งขึ้นด้วยบริการหลังการขายภายใต้สโลแกน ‘เราดูแล คุณแค่ขับ’ ที่ลูกค้าสามารถมั่นใจได้ว่ารถยนต์ มิตซูบิชิ ทุกคันจะพร้อมใช้งานเสมอ ด้วยค่าบำรุงรักษาที่ไม่แพง
พบกับ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ ได้ที่โชว์รูม มิตซูบิชิ ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หรือ สามารถตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมและติดต่อขอทดลองขับได้ที่ www.mitsubishi-motors.co.th หรือ มิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 02-079-9500 ที่เปิดให้บริการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง
() เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กําหนด
ว่ากันเรื่องของตลาดรถ MPV แบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง ที่วันดีคืนดีก็อยู่ดี ๆ กลับมาคึกคักเฉย หลังจากการเข้ามาใหม่ของ Toyota Veloz แถมผู้เล่นเดิมในตลาดไม่ว่าจะเป็น Suzuki XL7, Toyota Sienta, Mitsubishi Xpander ต่างก็ปรับปรุงใหม่ในเวลาไล่เลี่ยกันเฉย ทำเอาคนซื้อที่กำลังหารถสไตล์นี้มาใช้งาน ต้องลำบากใจในการเลือกเพิ่มขึ้นอีก
รีวิว Mitsubishi Xpander
ถ้าไม่นับการเปิดตัวใหม่ Mitsubishi Xpander จะเป็นรถอเนกประสงค์ MPV ที่มีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุดแล้ว รอบนี้จะเรียกว่าเป็น Facelift ก็ได้ หรือจะเรียกว่าเป็น Big Minorchange ก็ไม่ว่ากัน เพราะมีการเปลี่ยนภาพลักษณ์ใหม่ทั้งด้านหน้า, ด้านหลัง รวมทั้งภายในด้วย แต่จะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง ค่อยมาว่ากัน
รีวิว Mitsubishi Xpander
รีวิว Mitsubishi Xpander
รอบนี้ได้รับเชิญจากทาง มิตซูบิชิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) เพื่อร่วมทำการทดสอบรถใหม่ 2022 อย่าง New Mitsubishi Xpander ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงงาน Motor Show 2022 ครั้งที่ผ่านมา แต่ยังไม่มีการประกาศราคาออกมาแต่อย่างใด แต่ผมมาทดสอบในกลุ่มที่มีการประกาศราคาอย่างเป็นทางการพอดี เลยทำให้การรีวิวรอบนี้ได้ในส่วนของราคาเพิ่มเติมมาด้วย
รีวิว Mitsubishi Xpander
รีวิว Mitsubishi Xpander
ก่อนการทดสอบนั้น เราก็ต้องมารับรู้เรื่องราวของข้อมูลตัวรถเบื้องต้นกันก่อน โดยการทดลองขับรอบนี้ ได้ขับเป็นตัวท็อปอย่าง New Mitsubishi Xpander GT ที่เปิดราคาขายใหม่เป็น 895,000 บาท เริ่มต้นคงว่ากันเรื่องของใหม่ที่ใส่มาในรอบนี้ก่อน ที่เห็นชัดเจนสุดก็เป็นด้านหน้า ที่เปลี่ยนตัวไฟหน้าใหม่ให้เป็นทรง T-Shape แต่ตัวโคมไฟยังใช้หลอดแบบฮาโลเจนเหมือนเดิม ส่วนในเส้นสายไฟหรี่ (ย้ำว่าไฟหรี่) ยังเป็นเม็ดหลอด LED อยู่ แต่รอบนี้แบ่งเอามาใส่เป็นไฟเลี้ยวไปด้วย แผงตะแกรงด้านหน้าจากเดิมเป็นสีโครเมียม รอบนี้กลับมาเป็นสีดำแล้ว แผงกันกระแทกด้านล่างก็มีการเปลี่ยนใหม่ แต่ยังมีไฟตัดหมอกแบบหลอดฮาโลเจนให้เหมือนเดิม
รีวิว Mitsubishi Xpander
รีวิว Mitsubishi Xpander
ด้านหลังของ New Mitsubishi Xpander GT เปลี่ยนการออกแบบใหม่หมด ไล่มาตั้งแต่ด้านบนตั้งแต่กระจกหลังลงมาจนถึงชายกันชนด้านล่าง ที่รอบนี้ออกแบบมาให้ดูมีเหลี่ยมสันมากขึ้น ลายเส้นชัดเจน และที่เปลี่ยนไปมากที่สุดคือไฟท้ายที่เป็นไฟเบรก จะมาในทรง T-Shape ให้ดูสวยงามมากขึ้น ตามที่ทางมิตซูบิชิเรียกว่า LED-illumination Tube ซึ่งตัวนี้ผมชอบนะ เพราะมันดูสวยงามดีกว่าตัวเดิม ล้อมาด้วยขนาดใหม่ที่ 17 นิ้ว (เดิม 16 นิ้ว) ลายใหม่สี 2 โทน และด้วยตัวนี้นี่เองที่ทำให้ใต้ท้องรถนั้นมี Ground Clearance เพิ่มขึ้นเป็น 220 มม. ได้อีกด้วย
รีวิว Mitsubishi Xpander
รีวิว Mitsubishi Xpander
ภายในปรับใหม่ในส่วนของแผงคอนโซลด้านหน้าทั้งแผง รอบก่อนเป็นลายโค้งสลับไปมา รอบนี้เปลี่ยนให้เป็นแบบ Horizontal Axis นั่นคือการเน้นเส้นให้เป็นแนวนอน ช่วยให้ตัวรถนั้นดูกว้างขึ้นและแข็งแรงขึ้น พวงมาลัยทรงกลมเหมือนเดิมแต่เปลี่ยนดีไซน์ใหม่หมด โดยเฉพาะปุ่มกดแตรที่เปลี่ยนเป็นทรงกลมขนาดใหญ่ถูกใจป๋า ปรับขยับตำแหน่งได้ 4 ทิศทาง ผ่อนแรงด้วยระบบไฟฟ้า EPS บนพวงมาลัยมีปุ่ม Multi-Function เอาไว้ช่วยเปลี่ยนหน้าจอหรือแผงหน้าปัดได้ แอร์เปลี่ยนเป็นหน้าจอระบบดิจิตอล แต่ไม่ใช่ระบบอัตโนมัติ ต้องใช้วิธีในการปรับแรงลมและความเย็นด้วยตัวเอง สิ่งที่ดีหน่อยคือมี Heater ใส่เข้ามาด้วยเผื่อฟลุ๊คได้ใช้ในวันที่หนาวมาก (จะมีให้มั้ย) และมีระบบ Cool Max ให้ใช้งานได้ช่วงที่เพิ่งขึ้นรถแล้วเจอกับอุณหภูมิภายในระดับน