
ทั้งหมด (100%)
บทความ (100%)
แชท (0%)
All-New Mitsubishi Xpander HEV 2026: นวัตกรรม Full Hybrid ขับเคลื่อนจากประเทศไทยสู่ตลาดโลก
ในวันที่ 20 มีนาคม 2569 ณ งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ณ อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการยานยนต์ไทย ด้วยการเปิดตัว All-New Mitsubishi Xpander HEV 2026 รถยนต์ฟูลไฮบริดรุ่นล่าสุดที่ผลิตและส่งออกโดยคนไทย สู่ตลาดโลก ตอกย้ำศักยภาพและความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย
มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเปิดงานด้วยความภาคภูมิใจว่า “นี่เป็นครั้งแรกที่เราได้พัฒนาระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ล่าสุดสำหรับ All-New Mitsubishi Xpander HEV 2026 และเราภูมิใจอย่างยิ่งที่รถยนต์รุ่นนี้ได้รับการผลิตที่ประเทศไทย ณ โรงงานแหลมฉบังของเรา”
การเปิดตัว All-New Mitsubishi Xpander HEV 2026 ไม่เพียงแต่เป็นการเสริมทัพกลุ่มรถยนต์ฟูลไฮบริดของมิตซูบิชิให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณถึงทิศทางใหม่ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ที่กำลังก้าวสู่ยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ
All-New Mitsubishi Xpander HEV 2026: เทคโนโลยี Full Hybrid จากประสบการณ์ระดับโลก
All-New Mitsubishi Xpander HEV 2026 คือการยกระดับประสบการณ์การขับขี่ไปอีกขั้น ด้วยระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ล่าสุด ที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดจากระบบปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) อันเลื่องชื่อของมิตซูบิชิ ระบบนี้ผสานการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง แบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง และเครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร DOHC 16 วาล์ว MIVEC ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ เพื่อให้มีประสิทธิภาพการส่งกำลังที่ดียิ่งขึ้น
“เราใช้เวลาหลายเดือนในการทดสอบรถยนต์รุ่นนี้ รวมระยะทางทั้งหมดกว่า 100,000 กิโลเมตร ทั่วประเทศไทย ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา เพื่อประเมินความทนทาน และสมรรถนะในการขับขี่ ทีมทดสอบของเราได้รวบรวมข้อมูล และความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่างๆ ซึ่งวิศวกรฝ่ายวิจัยและพัฒนาของเรา ได้นำไปใช้ในการปรับแต่ง และพัฒนารถรุ่นนี้ให้ดียิ่งขึ้น” มร. เรียวอิจิ อินาบะ กล่าวเสริม
ประสิทธิภาพการขับขี่เหนือระดับด้วย MITSUBISHI e:MOTION
หัวใจสำคัญที่ทำให้ All-New Mitsubishi Xpander HEV 2026 แตกต่าง คือเทคโนโลยี MITSUBISHI e:MOTION ที่ผสานสามองค์ประกอบสำคัญเข้าด้วยกันอย่างลงตัว:
ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ล่าสุด: ทำงานผ่านมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงและแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูงที่ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษสำหรับรถยนต์ไฮบริด โดยใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร DOHC 16 วาล์ว MIVEC เป็นแหล่งพลังงานสำรอง ระบบส่งกำลัง 2-Speed Transaxle ใหม่ ปรับเปลี่ยนการทำงานของระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติตามการขับขี่และสภาพถนน ให้อัตราเร่งที่ดี และนุ่มนวล อีกทั้งยังเพิ่มกลไกตัดการเชื่อมต่อของมอเตอร์ ช่วยลดการสูญเสียพลังงาน ส่งผลให้รถมีอัตราประหยัดน้ำมันสูงสุด 24.4 กิโลเมตร/ลิตร1 ซึ่งประหยัดที่สุดในคลาสต่อน้ำมันหนึ่งถัง มีระยะทางการขับขี่ยาวที่สุดในคลาสต่อน้ำมันหนึ่งถัง ทำงานเงียบและมีอัตราเร่งที่ยอดเยี่ยมทั้งในการขับขี่บนไฮเวย์ และในเส้นทางที่เป็นเนินลาดชัน
โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ (7-Drive Mode): ไม่ว่าเส้นทางแบบไหนก็ไม่เป็นอุปสรรค ด้วยโหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Normal (ถนนทั่วไป) Wet (ถนนเปียก) Gravel (ถนนลูกรัง) Tarmac (ถนนลาดยาง) Mud (ถนนโคลน) และอีก 2 ทางเลือกพลังงานทั้ง Charge (โหมดการชาร์จ) และ EV Priority (โหมดพลังงานไฟฟ้า 100%) โดยผู้ขับขี่สามารถเลือกเปลี่ยนโหมดการขับขี่ด้วยตนเองตามสภาพถนน สภาพภูมิอากาศ หรือรูปแบบการใช้งานที่ต้องการ
ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (AYC): เทคโนโลยีจากรถแข่งแรลลี่คาร์ของมิตซูบิชิ ทำงานโดยคำนวณการส่งกำลังลงที่ล้อซ้าย-ล้อขวา ให้หมุนสัมพันธ์กัน ขณะที่รถเข้าโค้ง เพื่อสร้างสมดุลให้กับตัวรถ ทำให้สามารถขับผ่านทางโค้งได้อย่างแม่นยำ ปลอดภัย และมั่นใจในทุกสถานการณ์
“สำหรับ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เราให้ความสำคัญสูงสุดกับคุณภาพ และประสบการณ์การขับขี่เสมอมา และเราไม่เคยลดทอนมาตรฐานเหล่านี้เลยครับ เราจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี จะเป็นโมเดลที่สร้างความตื่นเต้น และน่าประทับใจ พร้อมกับได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากลูกค้าชาวไทย” มร. เรียวอิจิ อินาบะ กล่าวทิ้งท้าย
ดีไซน์ Silky and Solid: ความหรูหราที่ผสานความแข็งแกร่ง
All-New Mitsubishi Xpander HEV 2026 มาพร้อมรูปลักษณ์ภายนอกที่ออกแบบภายใต้คอนเซปต์ ‘Silky and Solid’ แนวคิดการออกแบบใหม่จากมิตซูบิชิ เรียบหรู แต่ทรงพลัง สะท้อนผ่านรูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยว โดดเด่น เปรียบสมือนไอคอนนิคแห่งยุค ด้วยไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED และไฟท้าย LED สี Smoked จัดเรียงเป็นรูปตัวที เสริมให้เห็นถึงความกว้างและความรู้สึกมั่นคงของตัวรถ
ล้ออัลลอยขนาดใหญ่ 18 นิ้ว ดีไซน์สวยงามที่คำนึงถึงแอโรไดนามิค เสริมด้วยซุ้มล้อที่เลือกใช้วัสดุ และสีที่ตัดกับสีรถ ทำให้ All-New Mitsubishi Xpander HEV 2026 มีบุคลิกของรถเอสยูวีอย่างชัดเจน
ภายในห้องโดยสาร ออกแบบโดยใช้วัสดุที่ให้ความรู้สึกหรูหรา ประณีตในทุกรายละเอียด คอนเซปต์ตามแนวคิด “Horizontal Axis” มอบทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยม ภายในห้องโดยสารสีทูโทน พร้อมการตกแต่งด้วยผ้าแบบพิเศษกันน้ำ และคราบสิ่งสกปรก มาพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่จะช่วยสร้างสุนทรียภาพให้คุณตลอดการเดินทาง
เทคโนโลยีความปลอดภัย Diamond Sense: ความอุ่นใจทุกเส้นทาง
มิตซูบิชิให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัย Diamond Sense ที่จัดเต็มด้วยเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ หรือ ADAS ที่จะตรวจสอบสภาพแวดล้อมรอบตัวรถแบบ 360 องศา ทำงานอย่างแม่นยำผ่านการทำงานของกล้อง เรดาห์ และเซนเซอร์ ครบครันด้วยระบบต่างๆ เช่น:
กล้องมองภาพรอบคันพร้อมเส้นกะระยะ และระบบตรวจจับการเคลื่อนไหว (MAM with MOD)
ระบบเตือนเมื่อรถด้านหน้าออกตัวหรือเคลื่อนที่ไปด้านหน้า (LCDN)
ระบบเตือนจุดอับสายตา และระบบเตือนขณะเปลี่ยนเลน (BSW with LCA)
ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (FCM)
ระบบล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติถึงจุดหยุดนิ่ง (ACC)
ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (AHB)
ระบบเตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด (RCTA)
ระบบเบรก ABS ระบบกระจายแรงเบรก ระบบเสริมแรงเบรก และถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง ถูกติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย
ความสะดวกสบายเหนือระดับ: สุนทรียภาพในการเดินทาง
All-New Mitsubishi Xpander HEV 2026 ยกระดับการเดินทางของคุณ ให้รู้สึกผ่อนคลายในแบบพรีเมียมด้วย:
ห้องโดยสารขนาดใหญ่ที่สุด