
All-New Mitsubishi Xpander HEV: นิยามใหม่แห่ง SUV ฟูลไฮบริด กับราคาเริ่มต้น 899,000 บาท และเทคโนโลยีเหนือระดับจากญี่ปุ่น
กรุงเทพมหานคร, 20 มีนาคม 2569 – วงการยานยนต์ไทยกลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อ Mitsubishi Motors ประเทศไทย เปิดตัว All-New Mitsubishi Xpander HEV รถยนต์คอมแพกต์ SUV ฟูลไฮบริดรุ่นใหม่ล่าสุด ที่มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย ดีไซน์โดดเด่น และสมรรถนะที่เหนือกว่า พร้อมประกาศราคาจำหน่ายเริ่มต้นเพียง 899,000 บาท ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย
การเปิดตัวครั้งยิ่งใหญ่นี้ ได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงของบริษัท ร่วมแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ นำโดย คุณเรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วย คุณมาซาฮิโระ อิโตะ Chief Product Specialist, บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น และ คุณสาโรจน์ มะอาจเลิศ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานขายและบริการหลังการขาย ซึ่งได้เผยรายละเอียดที่น่าสนใจของรถยนต์รุ่นนี้ ที่ได้รับการพัฒนาและผลิตขึ้นที่โรงงานแหลมฉบัง ประเทศไทย
การเดินหน้าสู่ยุคใหม่ของ Mitsubishi ด้วยเทคโนโลยี Full Hybrid
Mitsubishi Xpander HEV ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์รุ่นใหม่ แต่เป็นการประกาศศักดาของ Mitsubishi ในการก้าวเข้าสู่ยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มตัว ด้วยการนำเสนอระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจเนอเรชันล่าสุด ที่ได้รับการถ่ายทอดและพัฒนาโดยตรงจากระบบขับเคลื่อนแบบ ปลั๊กอิน ไฮบริด (PHEV) อันเลื่องชื่อของแบรนด์ ซึ่งพิสูจน์แล้วทั่วโลกในด้านประสิทธิภาพ ความทนทาน และสมรรถนะ
คุณเรียวอิจิ อินาบะ กล่าวถึงความภาคภูมิใจในการผลิตรถยนต์รุ่นนี้ที่ประเทศไทยว่า “นี่เป็นครั้งแรกที่เราได้ติดตั้งระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดรุ่นใหม่ล่าสุดให้กับ All-New Mitsubishi Xpander HEV และเรามีความภูมิใจอย่างยิ่งที่รถยนต์รุ่นนี้ได้รับการผลิตขึ้นที่ประเทศไทย ณ โรงงานแหลมฉบังของเรา เราได้ทุ่มเทเวลาหลายเดือนในการทดสอบรถยนต์รุ่นนี้ รวมระยะทางกว่า 100,000 กิโลเมตร ทั่วประเทศไทย ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา เพื่อประเมินความทนทานและสมรรถนะในการขับขี่อย่างละเอียด”
การทดสอบอย่างเข้มข้นนี้ ครอบคลุมทุกสภาพถนนและสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย ตั้งแต่ถนนในเมืองที่การจราจรหนาแน่น ไปจนถึงเส้นทางบนภูเขาและทางลูกรัง เพื่อให้มั่นใจว่ารถยนต์รุ่นนี้สามารถตอบสนองทุกความต้องการของผู้ใช้งานชาวไทยได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ดีไซน์ “Silky and Solid” ผสานความหรูหราและสมรรถนะ
ดีไซน์ของ All-New Mitsubishi Xpander HEV ได้รับการออกแบบภายใต้คอนเซปต์ ‘Silky and Solid’ ซึ่งเป็นการผสมผสานความหรูหราที่อ่อนช้อย เข้ากับความแข็งแกร่งทนทานตามแบบฉบับของ SUV อย่างลงตัว รูปลักษณ์ภายนอกโดดเด่นด้วยเส้นสายที่โฉบเฉี่ยว สะท้อนถึงความเป็นผู้นำ และความมั่นใจในการขับขี่
ภายนอกที่โดดเด่น: ไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED และไฟท้าย LED สี Smoked ที่จัดเรียงเป็นรูปตัว T เสริมให้เห็นถึงความกว้างขวางและความรู้สึกมั่นคงของตัวรถ ขณะที่ล้ออัลลอยขนาดใหญ่ 18 นิ้ว ดีไซน์สวยงามที่คำนึงถึงแอโรไดนามิค และซุ้มล้อที่เลือกใช้วัสดุสีตัดกับตัวรถ ทำให้ Xpander HEV มีบุคลิกของรถเอสยูวีอย่างชัดเจน
ภายในที่เหนือระดับ: ห้องโดยสารได้รับการออกแบบภายใต้คอนเซปต์ “Horizontal Axis” ที่ให้ทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยม และความรู้สึกโปร่งโล่ง คอนโซลหน้าออกแบบให้มีความต่อเนื่อง เชื่อมโยงไปถึงแผงประตูด้านข้าง สร้างความรู้สึกโอบล้อม และความหรูหรา เบาะนั่งตกแต่งด้วยผ้าแบบพิเศษ “Heat Guard” ที่ช่วยสะท้อนความร้อนจากแสงแดด ทำให้ห้องโดยสารเย็นสบายยิ่งขึ้น พร้อมด้วยการตกแต่งด้วยวัสดุคุณภาพสูงที่ให้ความรู้สึกพรีเมียมในทุกสัมผัส
MITSUBISHI e:MOTION: หัวใจแห่งเทคโนโลยีฟูลไฮบริด
หัวใจสำคัญที่ทำให้ All-New Mitsubishi Xpander HEV แตกต่าง คือระบบขับเคลื่อน MITSUBISHI e:MOTION ซึ่งเป็นการผสานสามเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าที่สุดของมิตซูบิชิ ได้แก่ ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ล่าสุด, โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ, และระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (AYC)
ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่: ทำงานผ่านมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงและแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูงที่ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษสำหรับรถยนต์ไฮบริด โดยใช้เครื่องยนต์เบนซิน DOHC 16 วาล์ว MIVEC ขนาด 1.6 ลิตร เป็นแกนหลัก ระบบนี้ได้รับการพัฒนาต่อยอดจากรถยนต์ฟูลไฮบริดรุ่นแรก สู่ระบบที่ได้รับการปรับปรุงใหม่เพื่อให้มีประสิทธิภาพการส่งกำลังที่ดียิ่งขึ้น มาพร้อมกับระบบส่งกำลัง 2-Speed Transaxle ใหม่ ที่ปรับเปลี่ยนการทำงานของระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติอย่างชาญฉลาด ตามการขับขี่และสภาพถนน ให้อัตราเร่งที่ดีเยี่ยมและนุ่มนวล
อัตราประหยัดน้ำมันที่ยอดเยี่ยม: ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดของ Xpander HEV ให้ อัตราการประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 24.4 กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งถือเป็นหนึ่งในอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีที่สุดในกลุ่มรถยนต์ SUV ขนาดเดียวกัน ระยะทางการขับขี่ยาวที่สุดต่อน้ำมันหนึ่งถัง ทำให้ผู้ขับขี่สามารถเดินทางได้ไกลขึ้น โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการเติมน้ำมันบ่อยครั้ง
โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ: เพื่อตอบสนองทุกสภาพเส้นทางและทุกสไตล์การขับขี่ All-New Mitsubishi Xpander HEV มาพร้อมโหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ ได้แก่
Normal: สำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวันทั่วไป
Wet: สำหรับการขับขี่บนถนนเปียก เพิ่มความมั่นใจในการควบคุม
Gravel: สำหรับการขับขี่บนถนนลูกรัง ปรับการกระจายแรงบิดเพื่อการยึดเกาะสูงสุด
Tarmac: สำหรับการขับขี่บนถนนลาดยาง เน้นประสิทธิภาพและการประหยัดน้ำมัน
Mud: สำหรับการขับขี่บนถนนโคลน ปรับการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อเพิ่มแรงฉุดลาก
Charge Mode: โหมดการชาร์จแบตเตอรี่ด้วยเครื่องยนต์ เพื่อให้มีพลังงานไฟฟ้าเพียงพอสำหรับการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า
EV Priority Mode: โหมดพลังงานไฟฟ้า 100% สำหรับการขับขี่ในเมืองที่ความเร็วต่ำ เน้นความเงียบและความประหยัดสูงสุด
Active Yaw Control (AYC): เทคโนโลยีจากรถแข่งแรลลี่คาร์ของมิตซูบิชิ ที่ทำงานโดยคำนวณการส่งกำลังลงที่ล้อซ้าย-ล้อขวา ให้หมุนสัมพันธ์กัน ขณะที่รถเข้าโค้ง เพื่อสร้างสมดุลให้กับตัวรถ ทำให้สามารถขับผ่านทางโค้งได้อย่างแม่นยำ ปลอดภัย และมั่นใจในทุกสถานการณ์ เทคโนโลยีนี้ทำงานร่วมกับระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control – AYC) ที่จะช่วยคำนวณการส่งกำลังจากระบบขับเคลื่อนและแรงเบรกลงสู่แต่ละล้อ เพื่อให้ล้อทั้งคู่หน้า-คู่หลัง ทำงานอย่างสัมพันธ์กัน ให้ประสิทธิภาพสูงสุดในการรักษาสมดุลของตัวรถขณะเข้าโค้ง เพื่อความปลอดภัย และมั่นใจได้ในทุกเส้นทาง
เทคโนโลยีความปลอดภัย Diamond Sense: ความอุ่นใจในทุกการเดินทาง
ด้านความปลอดภัย All-New Mitsubishi Xpander HEV มาพร้อมกับเทคโนโลยี Diamond Sense ซึ่งเป็นการรวมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ หรือ ADAS (Advanced Driver-Assistance Systems) ที่ทันสมัยเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อตรวจสอบสภาพแวดล้อมรอบตัวรถแบบ 360 องศา ทำงานอย่างแม่นยำผ่านการทำงานของกล้อง เรดาห์ และเซนเซอร์
ระบบเตือนเมื่อรถด้านหน้าออกตัวหรือเคลื่อนที่ไปด้านหน้า (LCDN): แจ้งเตือนผู้ขับขี่เมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่