
มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี 2026: เจาะลึก All-New Mitsubishi Xforce HEV รถฟูลไฮบริดสัญชาติไทย ดีไซน์ล้ำ สมรรถนะเด่น ราคาเร้าใจ
ปี 2026 ตลาดรถยนต์ไทยยังคงคึกคักกับการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ ๆ โดยเฉพาะกลุ่ม SUV ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง และปีนี้เองที่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการเปิดตัว ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี (All-New Mitsubishi Xforce HEV) รถยนต์ฟูลไฮบริดที่ผลิตในประเทศเป็นครั้งแรก ถือเป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นในศักยภาพการผลิตของไทย พร้อมยกระดับประสบการณ์การขับขี่ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย และราคาที่เข้าถึงได้ง่าย บทความนี้จะเจาะลึกทุกมิติของ Xforce HEV ตั้งแต่ดีไซน์ สมรรถนะ เทคโนโลยีความปลอดภัย ไปจนถึงข้อเสนอพิเศษที่คุณไม่ควรพลาด
การเปิดตัวอย่างเป็นทางการและตำแหน่งทางการตลาด
งานเปิดตัว Mitsubishi Xforce HEV จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากทั้งในประเทศไทยและบริษัทแม่ มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด, มร. มาซาฮิโระ อิโตะ Chief Product Specialist และ มร. นาโอกิ อากิตะ Program Design Director จากบริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น รวมถึงนายสาโรจน์ มะอาจเลิศ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานขายและบริการหลังการขาย มาร่วมเปิดเผยรายละเอียดของรถยนต์รุ่นใหม่นี้
Xforce HEV เข้ามาเสริมทัพกลุ่มรถยนต์ฟูลไฮบริดของมิตซูบิชิ ต่อยอดความสำเร็จจาก Mitsubishi Xpander HEV และ Xpander Cross HEV ที่เปิดตัวไปเมื่อต้นปี 2567 ที่ผ่านมา ในฐานะรถคอมแพ็กต์ SUV รุ่นใหม่ล่าสุด Xforce HEV ถูกวางตำแหน่งให้เป็นรถที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ที่ต้องการความสมดุลระหว่างความสะดวกสบาย ประสิทธิภาพ และเทคโนโลยี ด้วยระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดจากเทคโนโลยี PHEV อันเลื่องชื่อของมิตซูบิชิ
ดีไซน์: Silky and Solid ที่โดดเด่นทุกมุมมอง
ดีไซน์ภายนอกของ Mitsubishi Xforce HEV ใช้คอนเซปต์ ‘Silky and Solid’ ซึ่งเป็นการผสานความพลิ้วไหวและความแข็งแกร่งเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว การออกแบบภายนอกเน้นเส้นสายที่โฉบเฉี่ยว ทรงพลัง แต่ยังคงความหรูหราตามแบบฉบับมิตซูบิชิ ไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED และไฟท้าย LED สี Smoked จัดเรียงเป็นรูปตัวที (T-shape) ช่วยเสริมให้ตัวรถดูมีความกว้างขวางและมั่นคงยิ่งขึ้น
ล้ออัลลอยขนาดใหญ่ 18 นิ้ว ไม่เพียงแต่เพิ่มความสวยงาม แต่ยังออกแบบโดยคำนึงถึงหลักแอโรไดนามิกส์เป็นสำคัญ ซุ้มล้อที่เลือกใช้วัสดุและสีที่ตัดกับตัวรถ ทำให้ Xforce HEV มีบุคลิกของรถ SUV ที่ชัดเจน พร้อมลุยในทุกสถานการณ์
ภายในห้องโดยสารถูกออกแบบตามแนวคิด “Horizontal Axis” ที่เน้นเส้นแนวนอน เพื่อมอบทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยมให้กับผู้ขับขี่ วัสดุภายในเลือกใช้แบบทูโทน พร้อมการตกแต่งด้วยผ้าพิเศษกันน้ำและคราบสกปรก ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว เบาะนั่งตอนหลังสามารถพับและปรับเอนได้ถึง 8 ระดับ เพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดเก็บสัมภาระ
สมรรถนะ: MITSUBISHI e:MOTION ที่เหนือกว่า
หัวใจสำคัญที่ทำให้ All-New Mitsubishi Xforce HEV โดดเด่นคือระบบ MITSUBISHI e:MOTION ซึ่งเป็นการผสานสามเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้าไว้ด้วยกัน ได้แก่ ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่, โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ และระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (AYC)
ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ ทำงานผ่านมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงและแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง โดยใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร DOHC 16 วาล์ว MIVEC เป็นเครื่องยนต์หลัก การพัฒนาระบบนี้ต่อยอดจากรถยนต์ฟูลไฮบริดรุ่นแรกสู่ระบบที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ เพื่อประสิทธิภาพการส่งกำลังที่ดียิ่งขึ้น มาพร้อมกับระบบส่งกำลัง 2-Speed Transaxle ใหม่ ที่ปรับเปลี่ยนการทำงานของระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติให้เหมาะสมกับสภาพถนนและรูปแบบการขับขี่ ทำให้มีอัตราเร่งที่ดี นุ่มนวล และประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 24.4 กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจในกลุ่มรถฟูลไฮบริด
โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ (7-Drive Mode) ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถปรับการทำงานของรถให้เหมาะสมกับทุกสภาพถนน ไม่ว่าจะเป็น Normal (ถนนทั่วไป), Wet (ถนนเปียก), Gravel (ถนนลูกรัง), Tarmac (ถนนลาดยาง), Mud (ถนนโคลน) และอีกสองโหมดพิเศษคือ Charge (โหมดการชาร์จ) สำหรับการชาร์จแบตเตอรี่ด้วยเครื่องยนต์ และ EV Priority (โหมดพลังงานไฟฟ้า 100%) ที่ให้ผู้ขับขี่สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วน
ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง หรือ AYC (Active Yaw Control) เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนามาจากรถแข่งแรลลี่คาร์ของมิตซูบิชิ ระบบนี้จะคำนวณการส่งกำลังลงที่ล้อซ้าย-ขวา ให้หมุนสัมพันธ์กันขณะเข้าโค้ง เพื่อสร้างสมดุลให้กับตัวรถ ทำให้สามารถขับผ่านทางโค้งได้อย่างแม่นยำ ปลอดภัย และมั่นใจในทุกสถานการณ์
นอกจากนี้ Xforce HEV ยังใช้ช่วงล่างที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษ ให้เหมาะกับทุกสภาพถนนในประเทศไทย ผ่านการทดสอบมาแล้วกว่า 100,000 กิโลเมตร เพื่อให้ได้สมรรถนะการขับขี่ที่ลงตัวที่สุด
เทคโนโลยีความปลอดภัย Diamond Sense ที่ครบครัน
All-New Mitsubishi Xforce HEV มาพร้อมระบบความปลอดภัย Diamond Sense ที่จัดเต็มด้วยเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ หรือ ADAS (Advanced Driver-Assistance Systems) ซึ่งทำงานอย่างแม่นยำผ่านการทำงานของกล้อง เรดาห์ และเซนเซอร์ เพื่อตรวจสอบสภาพแวดล้อมรอบตัวรถแบบ 360 องศา ระบบความปลอดภัยที่มีให้ใน Xforce HEV ได้แก่:
กล้องมองภาพรอบคันพร้อมเส้นกะระยะ และระบบตรวจจับการเคลื่อนไหว (MAM with MOD): ช่วยให้การจอดรถและการขับขี่ในที่แคบง่ายขึ้น พร้อมเตือนเมื่อมีวัตถุเคลื่อนไหวเข้ามาใกล้
ระบบเตือนเมื่อรถด้านหน้าออกตัวหรือเคลื่อนที่ไปด้านหน้า (LCDN): แจ้งเตือนเมื่อรถคันหน้าเริ่มเคลื่อนที่ เพื่อป้องกันการเสียจังหวะ
ระบบเตือนจุดอับสายตา และระบบเตือนขณะเปลี่ยนเลน (BSW with LCA): ช่วยให้การเปลี่ยนเลนปลอดภัยยิ่งขึ้น โดยจะเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา
ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (FCM): ระบบจะเตือนเมื่อมีโอกาสเกิดการชนด้านหน้า และสามารถช่วยชะลอความเร็วเพื่อลดความรุนแรงของการชน
ระบบล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติถึงจุดหยุดนิ่ง (ACC): ระบบจะปรับความเร็วตามรถคันหน้า และสามารถหยุดนิ่งและออกตัวตามรถคันหน้าได้อัตโนมัติ
ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (AHB): ปรับระดับไฟหน้าอัตโนมัติ เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพแสงและรถคันหน้า
ระบบเตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด (RCTA): เตือนเมื่อมีรถเคลื่อนที่เข้ามาทางด้านหลังขณะถอยรถออกจากช่องจอด
ระบบเบรก ABS, ระบบกระจายแรงเบรก, ระบบเสริมแรงเบรก และถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง: เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
ความสะดวกสบายภายในห้องโดยสารระดับพรีเมียม
มิตซูบิชิได้ยกระดับประสบการณ์การเดินทางภายในห้องโดยสารของ Xforce HEV ให้รู้สึกผ่อนคลายในแบบพรีเมียม ด้วย