
สุดยอดแห่งยนตรกรรมเหนือกาลเวลา: Rolls-Royce Black Badge Ghost และ Cullinan ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ ณ Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 44
ในโลกแห่งยนตรกรรมหรูหราไร้ขีดจำกัด Rolls-Royce Motor Cars Bangkok ได้นำเสนอที่สุดแห่งความอลังการผ่านสองยนตรกรรมอันโดดเด่น ณ งาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 44 ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ระหว่างวันที่ 22 มีนาคม ถึง 2 เมษายน 2566 ณ Challenger Hall 1-3, IMPACT Muang Thong Thani งานนี้ไม่ใช่เพียงการจัดแสดงรถยนต์ แต่คือการเฉลิมฉลองวิสัยทัศน์แห่งความเป็นเลิศและความใส่ใจในทุกรายละเอียด อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ Rolls-Royce ที่สั่งสมมานานกว่าศตวรรษ
Mr. Kritsada Sivamiphak, General Manager ของ Rolls-Royce Motor Cars Bangkok กล่าวถึงความสำเร็จอันน่าภาคภูมิใจของปีที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นหนึ่งในยุคทองของแบรนด์ ด้วยยอดขายประจำปีสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่งมอบรถยนต์ Rolls-Royce ทั่วโลกถึง 6,021 คัน ซึ่งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 119 ปี ที่ยอดจำหน่ายเกินกว่า 6,000 คันต่อปี การจัดแสดงในครั้งนี้ จึงเป็นการตอกย้ำความพิเศษด้วย Rolls-Royce Black Badge Ghost ยนตรกรรมที่สะท้อนจิตวิญญาณแห่งผู้ไม่เคยตามใคร และ Rolls-Royce Cullinan SUV อเนกประสงค์ที่พร้อมสำหรับการผจญภัยในทุกมิติ
Rolls-Royce Black Badge Ghost: ปลดปล่อยจิตวิญญาณแห่งความท้าทาย
Black Badge Ghost ไม่ใช่เพียงรถยนต์ แต่คือสัญลักษณ์แห่งการแสดงออกถึงความเป็นตัวตนที่แตกต่าง ยนตรกรรมนี้ถูกรังสรรค์ขึ้นเพื่อผู้ที่กล้าที่จะแตกต่าง ไม่เดินตามใคร และแสวงหาประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ การนำเสนอในงานครั้งนี้มาพร้อมการตกแต่งแบบทูโทนสุดพิเศษ โดยตัวถังสีเทา Anthracite อันล้ำลึก ผสานกับสีดำ Black Diamond ที่ให้ความรู้สึกสง่างามแต่แฝงด้วยความดุดัน เส้นสายของตัวรถถูกขับเน้นด้วยการตกแต่งด้วยโครเมียมรมดำ ตั้งแต่สัญลักษณ์ Spirit of Ecstasy อันเป็นตำนาน ไปจนถึงกระจังหน้า กรอบกระจก และปลายท่อไอเสีย สะท้อนถึงความพิถีพิถันในทุกอณู
ล้ออัลลอยขนาด 21 นิ้ว ที่ผลิตจากวัสดุคาร์บอนคอมโพสิต น้ำหนักเบาแต่แข็งแกร่ง เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของตระกูล Black Badge เท่านั้น ถูกออกแบบมาเพื่อเสริมสมรรถนะการขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นคือการปรับแต่งขุมพลัง V12 ขนาด 6.75 ลิตร เทอร์โบชาร์จ ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 600 แรงม้า (เพิ่มขึ้น 27 แรงม้าจากรุ่นมาตรฐาน) และแรงบิดมหาศาล 900 นิวตันเมตร (เพิ่มขึ้น 50 นิวตันเมตร) ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ จาก ZF ที่ได้รับการปรับปรุงให้ตอบสนองการขับขี่แบบสปอร์ตได้อย่างเฉียบคม ระบบช่วงล่างและระบบเบรกก็ได้รับการปรับปรุงเช่นกัน เพื่อมอบประสบการณ์การควบคุมที่แม่นยำและเร้าใจยิ่งขึ้น พร้อมด้วยระบบท่อไอเสียแบบสปอร์ตที่ให้เสียงคำรามอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ Black Badge
ภายในห้องโดยสารของ Black Badge Ghost คือผืนผ้าใบแห่งการแสดงออกทางศิลปะ การผสมผสานที่ลงตัวระหว่างเบาะหนังสีดำสนิทกับสีฟ้า Turchese สร้างความรู้สึกที่ทั้งหรูหราและมีชีวิตชีวา สัญลักษณ์ ‘Infinity’ อันเป็นที่รู้จักของตระกูล Black Badge ปรากฏอย่างสง่างามบนนาฬิกา เบาะหลัง และกาบบันได เสริมด้วยแผงแดชบอร์ดที่ประดับด้วย Technical Fiber Veneer ซึ่งเกิดจากการถักทอด้วยมือของเส้นใยคาร์บอนและเส้นใยโลหะเป็นลวดลายข้าวหลามตัดอันซับซ้อน เคลือบด้วยเรซินที่ให้มิติความเงางามแบบ 3 มิติ สัมผัสได้ถึงงานฝีมือชั้นสูงที่ผสานเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัยได้อย่างลงตัว
Rolls-Royce Cullinan: นิยามใหม่ของ SUV หรูหราสำหรับการผจญภัย
Rolls-Royce Cullinan คือยานยนต์ประเภท High-body SUV ที่ใหญ่ที่สุด และได้รับการขนานนามว่าเป็นรถยนต์ที่มอบประสบการณ์การเดินทางอันหรูหราที่สุดเท่าที่เคยมีมา ด้วยนิยามของ “Magic Carpet Ride” ที่เหนือกว่าใคร แม้จะต้องเผชิญกับเส้นทางที่สมบุกสมบันที่สุดก็ตาม Cullinan สะท้อนไลฟ์สไตล์แบบซูเปอร์ลักชัวรี่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ การนำเสนอในงานครั้งนี้มาพร้อมตัวถังสีดำ Black Diamond อันสง่างาม ตัดกับห้องโดยสารที่ได้รับการตกแต่งแบบ Bespoke อันเป็นเอกลักษณ์ของ Rolls-Royce โดยเลือกใช้เบาะหนังแท้สีส้ม Mandarin ที่สดใส ตัดกับสีดำ ให้ความรู้สึกที่เต็มไปด้วยพลังและความมีชีวิตชีวา
หัวใจสำคัญของ Cullinan คือการมอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวลราวกับล่องลอยอยู่บนพรมวิเศษ ไม่ว่าสภาพถนนจะเป็นอย่างไร ซึ่งเกิดจากการผสมผสานเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย โครงสร้างตัวถังแบบใหม่ที่มีน้ำหนักเบาลงอย่างมีนัยสำคัญ ระบบช่วงล่างแบบถุงลมขนาดใหญ่ที่สามารถปรับระดับและดูดซับแรงสะเทือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเสริมความแข็งแกร่งให้กับเพลาขับ และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่ทรงพลัง ทำงานร่วมกับขุมพลัง V12 ขนาด 6.75 ลิตร ทวินเทอร์โบ ที่ให้กำลัง 563 แรงม้า และแรงบิด 850 นิวตันเมตร ที่รอบต่ำเพียง 1,600 รอบต่อนาที ทำให้ Cullinan สามารถพาผู้โดยสารทะยานสู่จุดหมายปลายทางอันห่างไกลได้อย่างราบรื่นและสะดวกสบายเหนือจินตนาการ
Rolls-Royce: มรดกแห่งงานฝีมือและนวัตกรรมที่ไม่หยุดนิ่ง
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา Rolls-Royce Motor Cars ไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนายกระดับประสบการณ์ของผู้ครอบครองยนตรกรรมอันเป็นที่รัก ยนตรกรรม Rolls-Royce เปรียบเสมือนงานศิลปะชั้นสูงที่เวลาไม่เคยลดทอนคุณค่า แต่กลับยิ่งทวีความพิเศษให้มากขึ้น การเปลี่ยนแปลงหรือการปรับปรุงโมเดลแต่ละครั้งจึงต้องผ่านกระบวนการคิดและพัฒนากอย่างพิถีพิถัน สะท้อนถึงปรัชญา “ยิ่งเก่ายิ่งคลาสสิก”
นับตั้งแต่การเปิดตัว Rolls-Royce Ghost ในปี 2009 สู่การปรับโฉม Ghost Series II ในปี 2015 ที่มาพร้อมการปรับปรุงดีไซน์ภายนอกเล็กน้อย เช่น กรอบไฟ LED พร้อมเดย์ไลท์ และฝากระโปรงหน้าดีไซน์ใหม่ เพื่อให้ดูสง่างามและทันสมัยยิ่งขึ้น พร้อมกับการอัพเกรดเทคโนโลยีภายในห้องโดยสาร เช่น ระบบนำทางที่แสดงผลผ่านหน้าจอขนาดใหญ่ ระบบสัมผัส และ Satellite Aided Transmission (SAT) ที่ช่วยปรับการขับขี่ให้สอดคล้องกับสภาพถนน ไปจนถึงการนำเสนอ Ghost Zenith Collection ซึ่งเป็นรุ่นพิเศษเพียง 50 คัน เพื่อเป็นการอำลาทศวรรษแห่งความรุ่งโรจน์ของ Ghost ด้วยการผสานแรงบันดาลใจจากต้นแบบ 200EX เข้ากับเทคนิคการตกแต่งแบบ Bespoke อันเป็นเอกลักษณ์ เช่น งานปักเบาะหลังที่ได้แรงบันดาลใจจาก ‘Silver Ghost’ รุ่นแรก หรือ Starlight Headliner ที่มีลูกเล่นดาวตกอันน่าทึ่ง
นอกจากนี้ Rolls-Royce ยังคงสานต่อตำนานแห่งการรังสรรค์ยนตรกรรมสั่งผลิตพิเศษ (Bespoke) ที่สะท้อนเรื่องราวและความหลงใหลของผู้ครอบครองได้อย่างงดงาม ไม่ว่าจะเป็น ‘Rose Phantom’ ที่ประดับด้วยงานปักดอกกุหลาบกว่าหนึ่งล้านฝีเข็ม หรือ ‘Bayside Dawn Aero Cowling’ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเรือยอชท์และสปีดโบ๊ท ผสานกับงานไม้ Canadel Wood Paneling และเทคนิคัลไฟเบอร์สุดล้ำ หรือ ‘Wraith Teal’ ที่นำสีสันอันสดใสของทะเลอาหรับมาเป็นแรงบันดาลใจ
เรื่องราวของการบินยังถูกถ่ายทอดผ่าน ‘Wraith Eagle VIII Collection’ ซึ่งรำลึกถึงการบินข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกครั้งแรกของโลก ด้วยการตกแต่งที่ได้แรงบันดาลใจจากท้องฟ้ายามค่ำคืนและเส้นทางการบิน พร้อมกับฝาครอบลำโพงทองเหลืองที่บอกเล่าระยะทางการบิน หรือ ‘Horology Phantom’ ที่ผสานความละเอียดอ่อนของกลไกนาฬิกาชั้นสูงเข้ากับการออกแบบยนตรกรรม ด้วยการฝังประดับสเตนเลสสตีลและทองคำที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยใช้ใน Phantom
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบสีสันและความสดใส Pebble Beach Pastel Collection ของ Black Badge ได้นำเสนอเฉดสีพาสเทลใหม่ๆ เข้ามาสู่พาเลทสีของ Rolls-Royce เช่น สี Light Green Solid สำหรับ Ghost, สี Coral Solid สำหรับ Dawn และสี Semaphore Yellow อันเจิดจ้าสำหรับ Wraith ตอกย้ำแนวคิดที่ว่า Black Badge ไม่จำเป็นต้องเป็นเพียงสีดำเท่านั้น
ความใส่ใจในรายละเอียดอันไร้ที่สิ้นสุด ยังปรากฏใน ‘Falcon Wraith’ ที่โดดเด่นด้วยงานปักรูปเหยี่ยวเพเรกรินที่เร็วที่สุดในโลก บนเพดานห้องโดยสาร ด้วยฝีเข็มกว่า 250,000 ฝีเข็ม หรือ ‘The Arabian Gulf Phantom’ ที่ถอดแบบสีสันอันมีชีวิตชีวาของอ่าวอาหรับและเรื่องราวการดำน้ำเก็บไข่มุกมาสู่ตัวถังรถและ Gallery ที่ทำจากผ้าไหม
สำหรับผู้ที่แสวงหาความสงบและประสบการณ์อันเหนือโลก Tranquillity Collection ของ Phantom ได้นำวัสดุจากอวกาศมาใช้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ Rolls-Royce ด้วยเศษเสี้ยวของอุกกาบาต Muonionalusta ที่ตกสู่โลกเมื่อปี 2449 นำมาตกแต่งบนแผงควบคุมเสียง ผสานกับ Gallery ที่จำลองระบบรูรับแสงจากจรวดสกายลาร์ก
และในส่วนของ Cullinan ที่ได้รับการแต่งแต้มสีสันสดใสด้วยสี Fux Orange ณ Pebble Beach ยังคงยืนยันถึงความสามารถของ Rolls-Royce ในการรังสรรค์ยนตรกรรมที่ตอบสนองทุกความต้องการและรสนิยมของผู้ครอบครองได้อย่างสมบูรณ์แบบ
สัมผัสประสบการณ์ Rolls-Royce ตัวจริงที่ Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 44
Rolls-Royce Motor Cars Bangkok ขอเชิญชวนทุกท่านมาสัมผัสกับที่สุดแห่งยนตรกรรมหรูหราและงานฝีมืออันประณีตด้วยตนเอง ณ บูธ Rolls-Royce Motor Cars Bangkok (A5) ในงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 44 ณ Challenger Hall 1-3, IMPACT Muang Thong Thani จนถึงวันที่ 2 เมษายน 2566 นี่คือโอกาสอันดีที่จะได้ใกล้ชิดกับยนตรกรรมที่ก้าวข้ามขีดจำกัดแห่งความเป็นไปได้ และค้นพบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าคำว่าสมบูรณ์แบบ.