
เปิดประสบการณ์สองขั้วอารมณ์: Rolls-Royce Ghost Extended และ Aston Martin DBX – สุนทรียะแห่งยนตรกรรมเหนือระดับ
ในโลกแห่งยานยนต์ที่ก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์หรูระดับอัลตราลักชัวรี่ มีผู้เล่นไม่กี่รายที่สามารถนิยามความหมายของ “ความพิเศษ” และ “ความเป็นเลิศ” ได้อย่างแท้จริง หนึ่งในนั้นคือ Millennium Group Corporation (Asia) หรือชื่อเดิม Master Group Corporation (Asia) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์สุดหรูหลากหลายแบรนด์ระดับโลก ซึ่งในปี 2024 นี้ ได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้วยการจัดทดสอบสุดพิเศษ เชิญชวนผู้ที่หลงใหลในยนตรกรรมระดับสูงสุด สัมผัสประสบการณ์อันน่าจดจำกับสองสุดยอดรถยนต์จากสองขั้วอารมณ์ที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง นั่นคือ Rolls-Royce Ghost Extended เจเนอเรชั่นล่าสุด ที่เปรียบเสมือน “พรมวิเศษ” แห่งความนุ่มนวลและความเงียบสงบ กับ Aston Martin DBX รถยนต์ SUV คันแรกจากแบรนด์สปอร์ตในตำนาน ที่พร้อมมอบความเร้าใจและสมรรถนะอันดุดัน
การทดสอบครั้งนี้ จัดขึ้น ณ โชว์รูม Rolls-Royce พระราม 3 อันโอ่อ่า สะท้อนถึงความหรูหราเหนือกาลเวลาของแบรนด์ การจัดสรรรถทดสอบแบบ 1 คันต่อ 1 ผู้ขับขี่ สะท้อนถึงความตั้งใจของ Millennium Group ในการมอบประสบการณ์ที่เจาะลึกและเป็นส่วนตัวอย่างแท้จริง เส้นทางที่คัดสรรมาอย่างดี ประกอบด้วยการขับขี่บนถนนพระราม 3 ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ก่อนจะไต่ระดับขึ้นสู่สะพานภูมิพล เพื่อสัมผัสถึงพลวัตและการควบคุมในสภาพการขับขี่ที่หลากหลาย รวมระยะทางประมาณ 25 กิโลเมตร ซึ่งเพียงพอที่จะให้ผู้ขับขี่ได้ซึมซับทุกรายละเอียดของยนตรกรรมทั้งสองคัน
Rolls-Royce Ghost Extended: สุนทรียภาพแห่งการเดินทาง สู่ดินแดนแห่งความสงบ
ก่อนจะก้าวเข้าสู่ประสบการณ์อันน่าทึ่งของ Rolls-Royce Ghost Extended ทีมงานได้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับวิศวกรรมอันซับซ้อนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเรียบง่ายอันสง่างาม Ghost Extended รุ่นล่าสุดนี้ ใช้โครงสร้างตัวถังอะลูมิเนียม “Architecture of Luxury” ที่พัฒนาขึ้นมาโดยเฉพาะสำหรับ Ghost ทำให้ได้อัตราส่วนการกระจายน้ำหนักที่สมดุลถึง 50-50 หน้า-หลัง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการขับเคลื่อนที่เหนือชั้นในทุกสภาพเส้นทาง การประกอบตัวถังอะลูมิเนียมด้วยมือ สะท้อนถึงงานฝีมืออันประณีต ในขณะที่สัญลักษณ์ “Spirit of Ecstasy” ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ ไม่ได้ถูกล้อมกรอบบริเวณฐานอีกต่อไป ทำให้ดูสง่างามราวกับกำลังล่องลอยอยู่กลางผืนน้ำ สร้างความประทับใจแรกเห็นได้อย่างงดงาม
เทคโนโลยีที่ก้าวล้ำยังคงเป็นหัวใจหลักของ Rolls-Royce ไฟหน้าแบบเลเซอร์ที่ให้ระยะส่องสว่างไกลกว่า 600 เมตร ระบบแจ้งเตือนสิ่งกีดขวางทั้งกลางวันและกลางคืน ระบบเตือนผู้ขับขี่เมื่อมีอาการเหนื่อยล้า หรือ “Sleepiness Alert” กล้อง 4 ตัวที่ให้ภาพมุมมองรอบคันแบบ 360 องศา และมุมมองจากด้านบน รวมถึงระบบแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า (Head-Up Display) ที่คมชัด ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการขับขี่ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
เมื่อก้าวเข้าสู่ห้องโดยสารในฝั่งผู้โดยสารตอนหลัง สัมผัสแรกคือความรู้สึกราวกับเป็น “สุภาพบุรุษ” กำลังเดินทางไปยังงานเลี้ยงสังสรรค์อันทรงเกียรติ การตกแต่งภายในคือผลงานศิลปะชั้นสูง แดชบอร์ดเรืองแสง “Starlight Headliner” ที่ประดับด้วยดวงดาวกว่า 850 ดวง เปล่งประกายระยิบระยับราวกับท้องฟ้ายามค่ำคืน ซึ่งทั้งหมดนี้จะถูกซ่อนไว้เมื่อดับเครื่องยนต์ เป็นเสน่ห์ที่หาที่เปรียบมิได้
สำหรับรุ่นตัวถังยาว Ghost Extended นั้น นอกเหนือจากพื้นที่วางขาที่กว้างขวางเป็นพิเศษแล้ว ยังมีอีกหนึ่งนวัตกรรมที่ยกระดับความสะดวกสบายไปอีกขั้น คือเบาะนั่งด้านหลังแบบ “Serenity Seat” ที่สามารถปรับเอนได้ตามความต้องการ เสมือนยกห้องโดยสารของเครื่องบินชั้นธุรกิจมาไว้บนพื้นถนน มอบประสบการณ์การพักผ่อนที่เหนือกว่าใคร
การใส่ใจในรายละเอียดของวัสดุ คือหัวใจสำคัญของ Rolls-Royce สีเคลือบผิวไม้ใหม่สองเฉดสี ได้แก่ Obsidian Ayous ที่ได้แรงบันดาลใจจากสีสันของหินลาวา และ Dark Amber ที่ผสานอนุภาคอะลูมิเนียมละเอียดเข้าไว้ในลายไม้ พร้อมตัวเลือกแบบ “Open Pore” เพื่อเผยให้เห็นพื้นผิวสัมผัสตามธรรมชาติที่งดงาม การผสมผสานของวัสดุชั้นเลิศเหล่านี้สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและหรูหราอย่างแท้จริง
เสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของ Rolls-Royce คือความนุ่มนวลและความเงียบสงบ ซึ่งใน Ghost รุ่นล่าสุดนี้ ได้รับการพัฒนาไปอีกขั้น โครงสร้างอะลูมิเนียมที่มีค่าความต้านทานคลื่นเสียง (acoustic impedance) สูงกว่าเหล็ก ผนังห้องเครื่องและพื้นรถแบบสองชั้นที่แทรกด้วยวัสดุซับเสียง รวมถึงวัสดุซับเสียงที่เพิ่มเข้าไปในประตู หลังคา และจุดอื่นๆ รวมน้ำหนักกว่า 100 กิโลกรัม คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Ghost สามารถมอบ “Magic Carpet Ride” ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
สัมผัสได้ทันทีเมื่อขับขี่บนถนนพระราม 3 ที่เต็มไปด้วยรอยต่อของแผ่นปูนจำนวนมาก ซึ่งปกติอาจสร้างความรู้สึกกระเทือนได้อย่างชัดเจน แต่ Ghost กลับลบล้างความรู้สึกเหล่านั้นไปทั้งหมด ราวกับรถกำลังลอยอยู่บนปุยเมฆ การสั่นสะเทือนแทบไม่ส่งผ่านมาถึงห้องโดยสาร สะท้อนถึงการเก็บเสียงและการซับแรงสะเทือนที่ไร้ที่ติ
เมื่อเปลี่ยนมานั่งตำแหน่งผู้ขับขี่ พลังของเครื่องยนต์ V12 Twin-Turbo ขนาด 6.75 ลิตร จำนวน 563 แรงม้า และแรงบิดมหาศาล 850 นิวตัน-เมตร ที่มาตั้งแต่รอบต่ำ 1,600 รอบต่อนาที พร้อมสำแดงเดช เพียงการกดคันเร่งเล็กน้อย หรือแม้แต่จังหวะ “Kick-down” ตัวรถก็พุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างนุ่มนวล แต่ทรงพลัง ราวกับลูกธนูที่ถูกปล่อยจากคันศร แม้จะมีน้ำหนักรวมกว่า 2 ตัน แต่ Ghost Extended ก็สามารถมอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าทึ่ง ราวกับ “พรมวิเศษ” ที่พาคุณวาร์ปไปยังจุดหมายได้อย่างใจต้องการ สำหรับ Rolls-Royce Ghost Extended ราคา เริ่มต้นที่ 36.8 ล้านบาท ถือเป็นการลงทุนในประสบการณ์อันล้ำค่าที่ไม่สามารถประเมินค่าได้
Aston Martin DBX: สุนทรียภาพแห่งความสปอร์ต ดุดัน และเร้าใจ
หลังจากดื่มด่ำกับความสงบเหนือระดับของ Rolls-Royce ก็ถึงเวลาเปลี่ยนอารมณ์มาสู่ความเร้าใจอันเป็นเอกลักษณ์ของ Aston Martin กับ DBX รถยนต์ SUV คันแรกจากแบรนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องรถสปอร์ตสมรรถนะสูง การทดสอบบนเส้นทางเดียวกันนี้ ทีมงาน Aston Martin ยืนยันว่า DBX ยังคงไว้ซึ่ง DNA แห่งความเป็นรถสปอร์ตในทุกอณู ตั้งแต่ดีไซน์ สมรรถนะเครื่องยนต์ ไปจนถึงช่วงล่าง ที่พร้อมจะพาคุณโลดแล่นไปบนทุกเส้นทางด้วยความสปอร์ต
แม้จะเป็นการขับขี่ในระยะทางสั้นๆ แต่ก็เพียงพอที่จะสัมผัสได้ถึงความแตกต่างและบุคลิกที่โดดเด่นของ DBX ขุมพลังของเครื่องยนต์ V8 Twin-Turbo ขนาด 4.0 ลิตร ให้กำลัง 550 แรงม้า และแรงบิด 700 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ การตอบสนองของเครื่องยนต์รวดเร็วทันใจ ไร้ซึ่งอาการรอรอบใดๆ ที่จะบั่นทอนอารมณ์สปอร์ต ความเร็วสูงสุดตามสเปกอยู่ที่ 291 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และในการทดสอบนี้ ก็สามารถทะลุ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้อย่างรวดเร็ว
สิ่งที่น่าประทับใจคือ แม้จะเป็นรถ SUV ที่มีจุดศูนย์ถ่วงค่อนข้างสูง แต่ DBX กลับให้ความรู้สึกมั่นคงอย่างไม่น่าเชื่อ แม้จะขับขี่ด้วยความเร็วสูง ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อพร้อมเฟืองท้ายควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ผสานกับการทำงานของช่วงล่างแบบ Double Wishbone และถุงลม Adaptive Triple Air Suspension ที่สามารถปรับความหนืดอัตโนมัติ ช่วยให้การเข้าโค้งทำได้อย่างมั่นใจ ให้ทั้งความนุ่มนวลยามเดินทางปกติ และความหนึบแน่นยามที่ต้องการรีดเค้นสมรรถนะ ราวกับรถสปอร์ตซีดานสมรรถนะสูง
ทีมงานได้ชวนให้ทดลองปรับโหมดการขับขี่ ซึ่งมีให้เลือกถึง 5 โหมด ได้แก่ Terrain+, Terrain, GT, S และ S+ การตอบสนองของเครื่องยนต์และช่วงล่างจะเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนในแต่ละโหมด สำหรับอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ภายใน 4.5 วินาที ซึ่งถือว่าน่าประทับใจมากสำหรับรถ SUV ขนาดนี้
ทุกครั้งที่สตาร์ทเครื่องยนต์ รถจะตั้งค่าไว้ที่โหมด GT ซึ่งเป็นโหมดสำหรับการขับขี่ทั่วไป หากต้องการลุยขึ้นอีกระดับ สามารถเลือกโหมด Terrain โดยตัวรถจะยกสูงขึ้น 20 มิลลิเมตร จำกัดความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ถ้าต้องการลุยแบบเต็มพิกัด เลือกโหมด Terrain+ ตัวรถจะยกสูงขึ้น 45 มิลลิเมตร จำกัดความเร็วไม่เกิน 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ในทางกลับกัน โหมด S และ S+ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการขับขี่ที่ต้องการความเร็วสูง หรือปลุกเร้าอารมณ์สปอร์ต ตัวรถจะลดระดับลง 30 มิลลิเมตร เพื่อเพิ่มการยึดเกาะถนน พร้อมเสียงเครื่องยนต์ที่คำรามดุดัน ยิ่งขึ้น สร้างประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นเร้าใจ
Aston Martin DBX ถูกพัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์ม SUV ใหม่โดยเฉพาะ โครงสร้างตัวถังผลิตจากอะลูมิเนียมที่มีน้ำหนักเบา แต่แข็งแกร่ง การออกแบบภายนอกฉีกหนีภาพลักษณ์ของ SUV ทรงกล่องทั่วไป ด้วยเส้นสายที่พลิ้วไหว ดูเซ็กซี่ และหรูหรา ผสานกับมนต์เสน่ห์ของโลโก้รูปปีก “Wing Badge” ที่เป็นงานแฮนด์เมดจากผู้ผลิตจิวเวลรี่ชื่อดัง ประสบการณ์กว่า 200 ปี ไฟ Daytime Running Light ดีไซน์โฉบเฉี่ยวแฝงความสปอร์ต พร้อมช่องดักอากาศเพื่อระบายความร้อนจานเบรก ประตูแบบ “Wrap-around” ช่วยป้องกันเสื้อผ้าเปื้อนขณะก้าวขึ้น-ลงจากรถ
ห้องโดยสารยังคงบุคลิกอันเป็นเอกลักษณ์ของ Aston Martin ด้วยการออกแบบที่ประณีต กว้างขวาง และหรูหรา หลังคาพาโนรามิกซันรูฟช่วยเพิ่มความสว่างและโปร่งโล่ง กระจกประตูไร้กรอบ การตกแต่งด้วยอะลูมิเนียมและหนังแท้ Full Natural Grain ‘Caithness’ คอนโซลกลางดีไซน์คล้ายสะพานเชื่อมต่อกับแดชบอร์ดได้อย่างลงตัว
เพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย หน้าจอสัมผัสขนาด 10.25 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay พร้อมกล้องมองภาพ 360 องศา และระบบไฟ Ambient Light ปรับได้ถึง 64 เฉดสี สร้างบรรยากาศที่แตกต่างในทุกการเดินทาง Aston Martin DBX ราคา เริ่มต้นที่ 19.9 ล้านบาท พร้อมการรับประกันคุณภาพ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหารถ SUV ที่ผสานสมรรถนะสปอร์ตเข้ากับความหรูหราได้อย่างลงตัว
วิวัฒนาการแห่งยนตรกรรม: Rolls-Royce Cullinan Series II ก้าวข้ามทุกขีดจำกัด
ในโลกของยนตรกรรมซูเปอร์ลักชัวรี่ที่ไม่มีคำว่า “พอเพียง” Rolls-Royce ยังคงไม่หยุดนิ่งในการพัฒนานวัตกรรม เพื่อมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าให้กับลูกค้า ในยุคที่ลูกค้าเริ่มมีความต้องการขับขี่เองมากขึ้น และนิยมการใช้งานในเมืองใหญ่ Rolls-Royce ได้เปิดตัว Rolls-Royce Cullinan Series II ซูเปอร์ลักชัวรี่ SUV รุ่นใหม่ ที่สะท้อนความทันสมัยและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัลได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 38 ล้านบาท
Cullinan Series II ถูกออกแบบมาให้สะท้อนความระยิบระยับของแสงไฟจากตึกระฟ้าในเมืองใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Daytime Running Light ที่ได้รับการเพิ่มความยาวในแนวดิ่ง สร้างความโดดเด่นทั้งกลางวันและกลางคืน ด้านหน้าของรถโดดเด่นด้วยเส้นสายเหลี่ยมสันที่คมกริบ กันชนหน้าดีไซน์คล้ายตัว V แบบตื้น สะท้อนเส้นสายของเรือยอชท์ทรงสปอร์ต ผสานกับช่องระบายอากาศที่ออกแบบให้มีครีบเอนออกด้านข้าง ช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้รถดูเตี้ยลงเมื่อมองจากด้านหน้า
อีกหนึ่งไฮไลท์คือกระจังหน้า Pantheon แบบเรืองแสง ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ Cullinan ได้รับการติดตั้ง โดยปรับให้ดูเตี้ยลง ประกบด้วยคิ้วโครเมียมใหม่ ได้รับแรงบันดาลใจจากรุ่น Phantom Series II ส่วนด้านท้ายรถ เส้นสายที่เล็กแต่ชัดเจน ลากจากใต้ไฟท้ายไปยังฝาปิดดุมล้อ ช่วยเพิ่มความปราดเปรียว และสะท้อนถึงการขับเคลื่อนที่ไม่หยุดนิ่ง การตกแต่งด้วยกันชนท้ายสีดำเงาตัดกับพื้นถนน สร้างความโดดเด่นให้กับมุมมองด้านท้าย
สำหรับล้อและยาง Cullinan Series II ได้รับการเพิ่มขนาดเป็น 23 นิ้ว ล้อแต่ละวงขึ้นรูปจากอะลูมิเนียม พร้อมลาย 7 ก้าน ที่สามารถเลือกแบบปัดเงาบางส่วนหรือทั้งหมดได้ตามความต้องการ
ภายในห้องโดยสารของ Cullinan Series II คือการก้าวเข้าสู่โลกดิจิทัลอย่างแท้จริง แดชบอร์ดที่ผลิตจากกระจกทั้งชิ้น สะท้อนงานฝีมือสุดประณีต ผสานกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว มาพร้อมมาตรวัดดิจิทัลหน้าผู้ขับ และจอแสดงผลกลาง “Central Information Display” ที่ส่องสว่างตลอดเวลา แสดงถึงระบบควบคุม “Spirit” อันทันสมัย
นี่เป็นครั้งแรกที่มีการติดตั้งมาตรวัดดิจิทัลใน Rolls-Royce เครื่องยนต์ V12 อย่าง Cullinan หลังจากที่ได้ใช้กับรถยนต์ไฟฟ้าล้วน Spectre ซึ่งเปรียบเสมือนการเชื่อมโยงเพื่อก้าวไปสู่โลกดิจิทัลอย่างเต็มตัว ลูกค้าสามารถปรับสีของมาตรวัดดิจิทัลให้เข้ากับสีห้องโดยสารหรือตัวถังได้ตามต้องการ
ในด้านความบันเทิงและการเชื่อมต่อ Wi-Fi Hotspot ภายในรถ ช่วยให้ผู้โดยสารด้านหลังสามารถเชื่อมต่อกับจออินโฟเทนเมนต์ทั้ง 2 ตัวได้อย่างอิสระ พร้อมเพลิดเพลินไปกับระบบเสียง Bespoke Audio 18 ลำโพง ที่ให้คุณภาพเสียงที่ละเอียดและไพเราะ รถทั้งคันเปรียบเสมือนซับวูเฟอร์ขนาดยักษ์ หากต้องการความเป็นส่วนตัว ก็สามารถเชื่อมต่อบลูทูธทุกประเภทได้อย่างอิสระ
ผู้ครอบครอง Cullinan ยังได้รับสิทธิ์เข้าถึงแอปพลิเคชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Whispers” บนสมาร์ทโฟน ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย อาทิ การส่งโลเคชั่นเข้าสู่ระบบนำทาง การติดตามตำแหน่งรถจากระยะไกล และการสั่งเปิด-ปิดประตูรถ
แดชบอร์ดเรืองแสง (Illuminated Fascia) ซึ่งเริ่มใช้ครั้งแรกกับ Ghost และ Spectre ได้ถูกนำมาติดตั้งใน Cullinan Series II เป็นครั้งแรก โดยใช้เทคนิคการฉลุด้วยเลเซอร์กว่า 7,000 ตำแหน่ง สร้างลวดลายคำว่า “Cullinan” พร้อมภาพจำลองตึกระฟ้ายามค่ำคืน หรือลูกค้าสามารถสั่งสร้างคำหรือภาพอื่นๆ ได้ นอกจากนี้ “Spirit of Ecstasy Clock Cabinet” หรือนาฬิกาแบบใหม่ที่มาพร้อมนางฟ้าเรืองแสง ผลิตจากสเตนเลสทั้งชิ้น สร้างความหรูหราขั้นสูงสุด เมื่อผู้โดยสารเปิดประตูรถ มาตรวัดหน้าผู้ขับจะสว่างขึ้น ตามด้วยจอแสดงผลกลาง แดชบอร์ดเรืองแสง ก่อนนำสายตาสู่นางฟ้าบริเวณฐานนาฬิกา เกิดเป็นการแสดงแสงสีแบบไฮ-คลาส ที่ผ่านการพัฒนามากว่า 4 ปี
ในด้านพละกำลังขับเคลื่อน Rolls-Royce Cullinan Series II มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน Twin-Turbo DOHC V12 สูบ ขนาด 6,749 ซีซี ให้กำลัง 420 kW (571 แรงม้า) ส่งกำลังผ่านชุดเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ZF สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.2 วินาที และทำความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม.
Rolls-Royce Cullinan คืออัครยนตรกรรมที่สร้างตำนานบทใหม่ให้กับผู้ผลิต สร้างขึ้นบนบรรทัดฐานของลูกค้าระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ยุคใหม่ ที่ต้องการความโดดเด่นและไม่ซ้ำใคร Cullinan Series II คือการพัฒนาตามแนวคิดดังกล่าวร่วมกับลูกค้าให้เหนือชั้นอีกระดับ ผสานรายละเอียดสุดประณีต ตามแบบฉบับของอัครยนตรกรรม Rolls-Royce อย่างแท้จริง
สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษกับยนตรกรรมเหนือระดับ
สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษกับยนตรกรรมระดับอัลตราลักชัวรี่ทั้ง Rolls-Royce Ghost Extended, Aston Martin DBX และ Rolls-Royce Cullinan Series II หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับยนตรกรรมสุดหรูอื่นๆ โปรดติดต่อ Millennium Group Corporation (Asia) เพื่อเข้ารับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญของเรา และเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางสู่โลกแห่งความสมบูรณ์แบบไร้ที่สิ้นสุด