
Ferrari 12Cilindri: การออกแบบเหนือกาลเวลา คว้ารางวัล Car Design Award 2025 สะท้อนจิตวิญญาณม้าลำพองสู่ยุคใหม่
ในโลกแห่งยนตรกรรมที่การออกแบบคือหัวใจสำคัญในการสร้างสรรค์รถยนต์ให้ออกมาโดดเด่นและสื่อสารเรื่องราวของแบรนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รางวัลอันทรงเกียรติอย่าง Car Design Award ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความยอดเยี่ยมในการออกแบบ ซึ่งในปี 2025 นี้เองที่ Ferrari 12Cilindri รถสปอร์ต GT รุ่นใหม่ล่าสุดจาก Maranello ได้รับการยกย่องให้เป็นผู้ชนะในหมวด Production Cars รางวัลนี้ไม่เพียงแต่เป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จของทีมออกแบบ Ferrari ภายใต้การนำของ Flavio Manzoni เท่านั้น แต่ยังเป็นการตอกย้ำถึงปรัชญาการออกแบบที่ผสานเอาอดีต ปัจจุบัน และอนาคตเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมเห็นวิวัฒนาการของการออกแบบรถยนต์มาอย่างต่อเนื่อง และการที่ Ferrari 12Cilindri สามารถคว้ารางวัลระดับโลกนี้ไปได้ ยิ่งตอกย้ำให้เห็นว่าแบรนด์สปอร์ตคลาสสิกอย่าง Ferrari นั้น ไม่เคยหยุดนิ่งที่จะพัฒนาและสร้างสรรค์ผลงานที่เหนือกว่าความคาดหมายเสมอ การออกแบบของ 12Cilindri สะท้อนถึงความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในประวัติศาสตร์ของแบรนด์ พร้อมกับการนำเทคโนโลยีและแนวคิดการออกแบบสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ได้อย่างแนบเนียน
Ferrari 12Cilindri: ตำนาน V12 ที่กลับมาพร้อมดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์
Ferrari 12Cilindri ไม่ใช่แค่รถยนต์ แต่เป็นบทกวีแห่งวิศวกรรมและการออกแบบที่บอกเล่าเรื่องราวของแบรนด์ Ferrari ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ชื่อรุ่น “12Cilindri” เองก็เป็นการย้อนรำลึกถึงหัวใจสำคัญของรถสปอร์ต Ferrari อันเป็นที่รัก นั่นคือเครื่องยนต์ V12 อันทรงพลัง การกลับมาของเครื่องยนต์ V12 แบบไร้ระบบอัดอากาศ (Naturally Aspirated) ในรถยนต์โปรดักชั่นคาร์รุ่นใหม่ ถือเป็นปรากฏการณ์ที่น่าตื่นเต้นสำหรับสาวก Ferrari ทั่วโลก และการออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากตำนาน Gran Turismo ในยุค 1950s และ 1960s ก็ยิ่งเพิ่มคุณค่าทางจิตใจให้กับรถคันนี้
คณะกรรมการ Car Design Award ได้ยกย่อง Ferrari 12Cilindri ว่าเป็น “สายใยอันแน่นแฟ้นระหว่างรากฐานดั้งเดิมและอนาคตของแบรนด์” คำกล่าวนี้สะท้อนถึงความสามารถของ Ferrari ในการรักษา DNA ของแบรนด์ไว้ได้อย่างครบถ้วน ขณะเดียวกันก็ก้าวข้ามขีดจำกัดด้วยการนำเสนอดีไซน์ที่สดใหม่และล้ำสมัย การได้รับรางวัลนี้ถือเป็นความสำเร็จครั้งที่ 5 ของ Ferrari ในหมวด Production Cars นับตั้งแต่ก่อตั้งรางวัลนี้ขึ้นในปี 1984 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสม่ำเสมอและความเป็นเลิศด้านการออกแบบของ Ferrari มาอย่างยาวนาน
แกะรอยการออกแบบ: เส้นสายที่ผสานอดีตและอนาคต
เมื่อแรกเห็น Ferrari 12Cilindri สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือเส้นสายที่สง่างามแต่แฝงไว้ด้วยความแข็งแกร่ง มีการนำเอาองค์ประกอบการออกแบบจาก Ferrari รุ่นคลาสสิก เช่น Ferrari 365 GTB/4 Daytona มาตีความใหม่ โดยเฉพาะบริเวณด้านหน้าที่มีความโค้งมนและดูเป็นมิตรมากขึ้น เมื่อเทียบกับความดุดันของรุ่นก่อนๆ เช่น 812 Superfast
Flavio Manzoni หัวหน้าฝ่ายออกแบบของ Ferrari กล่าวว่า การออกแบบ 12Cilindri ได้รับแรงบันดาลใจอย่างมากจากยุคทองของรถสปอร์ต GT ของ Ferrari ซึ่งเป็นยุคที่เน้นความสง่างาม ความสะดวกสบาย และสมรรถนะที่สามารถใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน เส้นสายของตัวรถดูเรียบง่ายแต่ทรงพลัง ด้วยการใช้หลักอากาศพลศาสตร์สมัยใหม่มาช่วยเสริมให้รถดูน่าดึงดูดและมีพลวัตมากขึ้น
สิ่งที่น่าสนใจคือการออกแบบ แอโรไดนามิกแบบแอคทีฟ (Active Aerodynamics) ที่ผสานเข้ากับตัวรถได้อย่างแนบเนียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ด้านท้ายรถ ซึ่งมีสปอยเลอร์แบบ Active ซ่อนอยู่ สามารถทำงานได้เมื่อรถใช้ความเร็วสูงกว่า 60 กม./ชม. เพื่อเพิ่มแรงกดอากาศ ช่วยให้รถเกาะถนนได้ดียิ่งขึ้นในยามขับขี่ด้วยความเร็วสูง การออกแบบฝากระโปรงหน้าที่เปิดย้อนทางก็เป็นอีกจุดเด่นที่ดึงดูดสายตา และยังสะท้อนถึงการคำนึงถึงความสวยงามของขุมพลัง V12 ที่อยู่ภายใต้ฝากระโปรงนั้น
เมื่อเปรียบเทียบกับ Ferrari F80 หรือ 812 Superfast จะเห็นความแตกต่างที่ชัดเจน 12Cilindri มีความโค้งมนที่มากขึ้น ให้ความรู้สึกที่ “อบอุ่น” และ “หรูหรา” มากกว่า ในขณะที่ยังคงไว้ซึ่ง “กล้ามเนื้อ” ที่แสดงออกถึงสมรรถนะของรถสปอร์ตชั้นยอด การใช้ไฟหน้าทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าพร้อมไฟ DRL ที่ซ่อนอยู่ใต้กรอบไฟหลัก และการคาดแถบสีดำพร้อมโลโก้ Ferrari ขนาดเล็กตรงกลาง ส่งกลิ่นอายของความเรโทรได้อย่างชัดเจน
ส่วนกระจังหน้าเป็นแบบตะแกรงสีดำ ดีไซน์ที่เรียบง่ายแต่เน้นฟังก์ชันการระบายความร้อนของเครื่องยนต์ V12 ขนาดใหญ่ที่วางอยู่ด้านหน้า ฝากระโปรงหน้าที่ยาวนั้น เป็นเอกลักษณ์ของรถสปอร์ตเครื่องยนต์วางหน้า และยังเป็นการบ่งบอกถึงหัวใจหลักของรถคันนี้ ซึ่งก็คือเครื่องยนต์ V12 NA ที่อาจเป็นรุ่นสุดท้ายของ Ferrari ก่อนก้าวสู่ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง
การออกแบบด้านข้างเผยให้เห็นถึงความโค้งมนของ “มัดกล้ามเนื้อ” บริเวณโป่งล้อหน้า ซึ่งเป็นดีไซน์ที่ได้แรงบันดาลใจจากรถ Ferrari ในอดีต โดยเส้นสายของฝากระโปรงหน้าถูกออกแบบให้ลาดลงมาจนถึงบริเวณล้อหน้า เกิดเป็นมิติที่ดูทรงพลังและสง่างาม ช่องระบายลมใต้โป่งล้อหลังส่วนหน้า ช่วยจัดระเบียบการไหลเวียนของอากาศ และเสริมประสิทธิภาพทางอากาศพลศาสตร์
ล้ออัลลอยด์ขนาดใหญ่ที่มาพร้อมยางหน้า 275/35 R21 และยางหลัง 315/35 R21 ดูเหมือนจะเป็นไปเพื่อความสวยงามเป็นหลัก แต่เบื้องหลังคือระบบเบรกสมรรถนะสูงที่ยกชุดมาจากรุ่นท็อปอย่าง SF90 และ 296 โดยใช้ระบบเบรกแบบ Brake-by-wire ทำงานร่วมกับ ABS Evo และระบบ Virtual Short Wheelbase 3.0 (PCV) ที่ช่วยให้การควบคุมรถทำได้อย่างแม่นยำและเฉียบคม แม้ในสภาวะการขับขี่ที่ท้าทาย
ส่วนท้ายรถเป็นการผสมผสานความทันสมัยและความเรโทรได้อย่างลงตัว มีลักษณะแบนราบคล้าย SF90 แต่ไฟท้ายกลับมีความคล้ายคลึงกับ Roma ดิฟฟิวเซอร์ขนาดใหญ่ช่วยรีดอากาศออกจากใต้ท้องรถอย่างมีประสิทธิภาพ การออกแบบส่วนนี้ดูสวยงามและสมบูรณ์แบบ มีแถบสีดำคาดยาวตลอดแนว ดีไซน์ที่เหมือนเป็น “สปอยเลอร์ในตัว” (Ducktail) นั้น จริงๆ แล้วซ่อนสปอยเลอร์แบบ Active ไว้ภายใน ทำให้รถดูลงตัวและไม่บดบังความสวยงามของเส้นสาย
ภายใน: ความหรูหราที่ผสานเทคโนโลยีเพื่อผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
เมื่อก้าวเข้ามาในห้องโดยสารของ Ferrari 12Cilindri สัมผัสแรกคือบรรยากาศแห่งความหรูหราที่ใช้วัสดุระดับพรีเมียมอย่างหนังแท้ หนังกลับ Alcantara และคาร์บอนไฟเบอร์ การออกแบบสไตล์ Dual Cockpit เน้นการสร้างพื้นที่ที่ให้ความรู้สึกปลอดภัยและเป็นส่วนตัวสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
หัวใจสำคัญของคอนโซลคือชุดหน้าจอแสดงผลดิจิทัลที่ล้ำสมัย ประกอบด้วย หน้าจอมาตรวัดผู้ขับขี่ขนาด 15.6 นิ้ว หน้าจอกลางขนาด 10.25 นิ้ว ที่รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto ซึ่งสามารถแสดงข้อมูลต่างๆ ของรถได้อย่างครบถ้วน รวมถึงสมรรถนะการขับขี่
สิ่งที่น่าประทับใจคือการมีหน้าจอสำหรับผู้โดยสารด้านหน้าขนาด 8.8 นิ้ว ซึ่งสามารถแสดงข้อมูลความเร็วและรอบเครื่องยนต์ได้เหมือนกับหน้าจอของคนขับ การออกแบบนี้ช่วยเสริมสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่ใกล้ชิดระหว่างคนขับและผู้โดยสาร ราวกับเป็น “Co-Driver” ที่ได้สัมผัสกับทุกอารมณ์ของการขับขี่
พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันพร้อม Paddle Shift เป็นศูนย์กลางของการควบคุมทุกอย่างสำหรับผู้ขับขี่ ปุ่มสตาร์ท ปุ่มปรับโหมดการขับขี่ ปุ่มไฟเลี้ยว และปุ่มควบคุมอื่นๆ ถูกรวมไว้ในที่เดียว สะดวกสบาย และทำให้ผู้ขับขี่สามารถโฟกัสกับการควบคุมรถได้อย่างเต็มที่ คล้ายคลึงกับพวงมาลัยที่ใช้ในรถรุ่นเรือธงอื่นๆ ของ Ferrari เช่น SF90
ในส่วนของคอนโซลกลาง มีการออกแบบที่สะท้อนถึงความใส่ใจในรายละเอียด แม้จะมีที่วางแก้วน้ำเพียงจุดเดียว แต่ยังมีพื้นที่สำหรับวางขวดน้ำบริเวณประตูทั้งสองข้าง ส่วนคันเกียร์อัตโนมัติ Dual Clutch DCT F1 แบบ 8 จังหวะ ถูกออกแบบให้มีลักษณะเหมือนคันเกียร์แบบแมนนวลในอดีต เพิ่มเสน่ห์แบบเรโทรให้กับห้องโดยสาร
เบาะนั่งทรงสปอร์ตที่ให้ความรู้สึกเหมือนรถแข่ง GT แต่ผลิตจากฐานคาร์บอนไฟเบอร์หุ้มด้วยหนังหรือ Alcantara ตามความต้องการของลูกค้า ให้ทั้งความสบายและซัพพอร์ตที่ดีเยี่ยมในยามขับขี่ที่ต้องการความคล่องแคล่ว
หัวใจ V12: พลังเหนือกาลเวลาที่ยังคงยืนหยัด
Ferrari 12Cilindri มาพร้อมกับเครื่องยนต์ V12 ความจุ 6.5 ลิตร (6,496 ซีซี) ที่พัฒนาต่อยอดมาจากเครื่องยนต์ใน 812 Superfast แต่ได้รับการปรับปรุงอย่างมาก เพื่อเพิ่มสมรรถนะและประสิทธิภาพ
หัวใจสำคัญคือการใช้วัสดุที่เบาและแข็งแรงขึ้น เช่น การเปลี่ยนชิ้นส่วนข้อเหวี่ยงเป็น ไทเทเนียม ซึ่งช่วยลดน้ำหนักและเพิ่มประสิทธิภาพการหมุนได้สูงสุดถึง 40% เมื่อเทียบกับเหล็กหล่อ นอกจากนี้ยังมีการใช้อะลูมิเนียมอัลลอยในการผลิตหัวลูกสูบและเพลาข้อเหวี่ยง รวมถึงการนำเทคโนโลยีจาก Formula 1 มาใช้ เช่น การปรับผิวด้วยกรรมวิธี Diamond-Like-Carbon Coating เพื่อลดแรงเสียดทานภายในเครื่องยนต์
เครื่องยนต์ V12 NA นี้ ให้กำลังสูงสุดถึง 830 แรงม้า ที่ 9,250 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 678 นิวตันเมตร ที่ 7,250 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ Dual Clutch DCT F1 แบบ 8 จังหวะรุ่นใหม่ที่ฉลาดและเปลี่ยนเกียร์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขับเคลื่อนด้วยระบบล้อหลัง (RWD) พร้อมระบบเลี้ยว 4 ล้อ
อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ทำได้ในเวลาเพียง 2.9 วินาที (รุ่น Coupe) และ 2.95 วินาที (รุ่น Spider) อัตราเร่ง 0-200 กม./ชม. ใน 7.9 วินาที (Coupe) และ 8.2 วินาที (Spider) ความเร็วสูงสุดทะลุ 340 กม./ชม. ซึ่งล้วนเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจอย่างยิ่งสำหรับรถสปอร์ต GT ที่เน้นความหรูหราและการใช้งานในชีวิตประจำวัน
โครงสร้างและมิติ: ความลงตัวของความแข็งแกร่งและน้ำหนักที่เบา
แชสซีส์และโครงสร้างตัวถังของ Ferrari 12Cilindri ได้รับการพัฒนาใหม่ทั้งหมด เพื่อให้มีความแข็งแรงขึ้น 15% และซับเสียงได้ดียิ่งขึ้นกว่า 812 Superfast โดยที่น้ำหนักตัวถังโดยรวมไม่เพิ่มขึ้น การใช้ อัลลอยด์รีไซเคิล 100% เป็นชิ้นส่วน Subframe เกียร์ ถือเป็นก้าวสำคัญของ Ferrari ในการนำวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้ในรถยนต์โปรดักชั่นคาร์
มิติตัวถังของ 12Cilindri คือ ยาว 4,733 มม. กว้าง 2,176 มม. สูง 1,292 มม. และระยะฐานล้อ 2,700 มม. เมื่อเทียบกับ 812 Superfast จะเห็นว่า 12Cilindri มีความกว้างมากขึ้น แต่ฐานล้อสั้นลงเล็กน้อย การปรับปรุงเหล่านี้ส่งผลให้รถมีความคล่องแคล่วในการเข้าโค้งได้ดียิ่งขึ้น
ความแข็งแรงของโครงสร้างที่เพิ่มขึ้น 15% ทำให้ทีมวิศวกรสามารถปรับแต่งช่วงล่างให้มีความนุ่มนวลมากขึ้น ผสานกับความสูงและความกว้างของตัวรถที่เพิ่มขึ้น ทำให้ 12Cilindri ขับขี่ได้ง่ายและสะดวกสบายยิ่งขึ้นในการใช้งานประจำวัน แม้ว่าความยาวของตัวรถอาจต้องใช้เวลาในการกะระยะเล็กน้อย
Ferrari 12Cilindri Spider: สัมผัสสายลมและเสียงคำรามของ V12
สำหรับการทดลองขับ ผมมีโอกาสได้สัมผัสกับรุ่น Ferrari 12Cilindri Spider ซึ่งมาพร้อมหลังคาแข็งแบบพับเก็บได้ (Retractable Hardtop) ที่สามารถเปิด-ปิดได้ภายใน 14 วินาที และสามารถทำได้ขณะขับขี่ด้วยความเร็วไม่เกิน 45 กม./ชม. การออกแบบด้านหลังของรุ่น Spider จะมีความลาดเอียงพร้อมกระจกกั้นแทนที่นั่งหลังคาแข็งเดิม
การเพิ่มหลังคาแบบ Spider ส่งผลให้น้ำหนักตัวรถเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยรุ่น Spider มีน้ำหนักอยู่ที่ 1,620 กก. มากกว่ารุ่น Coupe 60 กก. แต่อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ยังคงใกล้เคียงเดิมที่ 2.95 วินาที ซึ่งแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมของขุมพลัง V12
ประสบการณ์หลังพวงมาลัย: ความมหัศจรรย์ที่เหนือความคาดหมาย
การทดสอบ Ferrari 12Cilindri Spider บนสนามปทุมธานี สปีดเวย์ ซึ่งมีลักษณะเป็นสนามที่ผสมผสานทางตรงยาว โค้งกว้าง และโค้งแคบ ทำให้สามารถสัมผัสสมรรถนะของรถได้อย่างเต็มที่
เริ่มต้นด้วยการนั่งข้างผู้ขับขี่ (เจ้าหน้าที่ Ferrari) ที่พาผมสัมผัสถึงสมรรถนะอันดุดันของรถ เสียงเครื่องยนต์ V12 คำรามกึกก้อง การตอบสนองของเครื่องยนต์และเกียร์ที่รวดเร็วเกินคาด ทุกการเข้าโค้งและการเร่งความเร็ว รถยังคงเกาะถนนและควบคุมได้ดีเยี่ยม
เมื่อถึงรอบของผมในการควบคุมพวงมาลัย ความรู้สึกเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ตำแหน่งการขับขี่ที่สบายอย่างไม่น่าเชื่อ ให้ทัศนวิสัยที่ยอดเยี่ยม แม้ว่าด้านหน้าจะยาว แต่การมองเห็นฝากระโปรงรถช่วยให้กะระยะได้ดีกว่าที่คิด
การเหยียบคันเร่งให้ความรู้สึกถึงพละกำลังมหาศาลของเครื่องยนต์ V12 NA เสียงเครื่องยนต์ที่ไพเราะเป็นเอกลักษณ์ของการขับเคลื่อนแบบไร้ระบบอัดอากาศ พร้อมกับการเปลี่ยนเกียร์ที่นุ่มนวลไร้รอยต่อของเกียร์ DCT 8 จังหวะ ทำให้การเร่งความเร็วเป็นไปอย่างไหลลื่นและทรงพลัง
แต่สิ่งที่น่าประทับใจยิ่งกว่าคือระบบเบรก การเบรกอย่างรุนแรงไม่ได้ทำให้รู้สึกถึงอาการกระชาก รถชะลอความเร็วลงได้อย่างนุ่มนวลและมั่นคง ด้วยการทำงานร่วมกันของระบบเบรก Brake-by-wire, ABS Evo และ Engine Brake ที่ทำงานสอดประสานกันอย่างลงตัว การเปลี่ยนเกียร์ลง (Downshift) ขณะเบรกก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ช่วยเสริมประสิทธิภาพในการควบคุมรถ
ช่วงล่างคือความเซอร์ไพรส์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด จากรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูปราดเปรียวและสมรรถนะที่สูง ผมคาดหวังว่ารถจะมีความแข็งกระด้าง แต่ความเป็นจริงคือ Ferrari 12Cilindri Spider ขับขี่ได้อย่างนุ่มนวลและสบายอย่างไม่น่าเชื่อ มันคือความเฟิร์มที่มาพร้อมกับความนุ่มหนึบ การเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง ทำได้อย่างแม่นยำและมั่นคง ราวกับล้อดูดติดกับพื้นถนน แม้จะเกิดอาการท้ายสะบัดเล็กน้อย ระบบต่างๆ ก็สามารถดึงรถกลับเข้าสู่ไลน์ได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย
การที่ฐานล้อสั้นลงกว่า 812 Superfast เล็กน้อย พร้อมกับระบบเลี้ยว 4 ล้อ ช่วยให้ 12Cilindri มีความคล่องแคล่วว่องไวในการเข้าโค้งได้อย่างน่าทึ่ง มันคือ Supercar สไตล์ GT ที่สามารถใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างแท้จริง ขับขี่ได้ทุกวัน โดยไม่รู้สึกเหนื่อยล้าจากความแข็งกระด้างของช่วงล่าง
บทสรุป: Ferrari 12Cilindri คือนิยามใหม่ของ Supercar GT
Ferrari 12Cilindri คือผลงานชิ้นเอกที่สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบและวิศวกรรมของ Ferrari ได้อย่างสมบูรณ์แบบ การคว้ารางวัล Car Design Award 2025 เป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จในการผสานจิตวิญญาณแห่งตำนาน V12 เข้ากับดีไซน์ที่ทันสมัย และเทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อสร้างสรรค์รถสปอร์ต GT ที่สามารถมอบประสบการณ์การขับขี่อันเร้าใจ ผสานกับความหรูหรา สะดวกสบาย และความมั่นใจในทุกการเดินทาง
หากคุณกำลังมองหารถยนต์ที่สามารถตอบสนองทุกความต้องการ ทั้งสมรรถนะที่เหนือชั้น การออกแบบที่โดดเด่น และความสบายในการขับขี่ทุกวัน Ferrari 12Cilindri คือคำตอบที่คุณคู่ควร อย่าพลาดโอกาสที่จะสัมผัสประสบการณ์อันเป็นที่สุดแห่งยนตรกรรมที่ผสานประวัติศาสตร์และอนาคตเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ
หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่หลงใหลในมนต์เสน่ห์ของ Ferrari V12 และพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่ยุคใหม่แห่ง Supercar GT สัมผัสประสบการณ์การออกแบบที่เหนือกาลเวลาและสมรรถนะที่เร้าใจไปกับ Ferrari 12Cilindri ได้แล้ววันนี้ และเตรียมตัวพบกับอนาคตแห่งวงการยนตรกรรมที่ Ferrari เป็นผู้กำหนด