![N2310337_เส นแบ งบนโต ะทำงาน[ตอนจบ] #ละครส นสะท อนส งคม #ละครส นหน งส น #ต องม_part2 | Đọc Báo Online16](https://newsthailan.tfvp.org/wp-content/uploads/2026/10/fb_natural_20261022_142656.jpg)
Bentley Continental GT & Flying Spur Black Edition: นิยามใหม่แห่งความเข้ม ดุดัน และหรูหราเหนือระดับ
ในฐานะผู้ที่คลุกคลีในวงการยานยนต์ระดับลักซ์ชัวรีมานานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวิวัฒนาการของแบรนด์รถยนต์ชั้นนำมากมาย แต่ Bentley ยังคงเป็นชื่อที่สร้างความประทับใจไม่เสื่อมคลาย ด้วยการผสานสมรรถนะอันไร้ที่ติเข้ากับงานฝีมืออันประณีต ล่าสุด Bentley ได้ตอกย้ำตำแหน่งผู้นำในตลาด Grand Tourer ด้วยการเปิดตัว Bentley Continental GT และ Flying Spur Black Edition อันโดดเด่น ซึ่งเป็นการยกระดับความเข้ม ดุดัน และเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น
Blackline Specification: สุนทรียภาพแห่งความเข้มขอบดำ
หัวใจสำคัญของรุ่น Black Edition คือ Blackline Specification ที่เข้ามาเสริมออร่าแห่งความดุดันให้กับ Bentley Continental GT และ Flying Spur ชุดแต่งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนสีภายนอก แต่เป็นการปรับเปลี่ยนรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่สร้างความแตกต่างได้อย่างมหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแทนที่องค์ประกอบโครเมียมเงางามด้วยสีดำเงา (Gloss Black) ที่ครอบคลุมตั้งแต่กระจังหน้าแบบเมทริกซ์ สปลิตเตอร์ด้านหน้า ไปจนถึงการตกแต่งรอบคันอื่นๆ สิ่งที่ผมชื่นชอบเป็นพิเศษคือการที่โลโก้ Bentley ‘Winged B’ ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง รวมถึงตัวอักษร BENTLEY บนตัวรถ ถูกรังสรรค์ขึ้นใหม่ด้วยสีดำเงา สะท้อนความมุ่งมั่นและบุคลิกที่ซับซ้อนของยนตรกรรมเหล่านี้
ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อเป็นการเน้นย้ำถึงความพิเศษเฉพาะตัวของรุ่น Black Edition คาลิปเปอร์เบรกยังได้รับการตกแต่งด้วยสีส้ม Mandarin อันสดใส สร้างคอนทราสต์ที่ทรงพลังและน่าดึงดูด ทำให้รถคันนี้ไม่เพียงแต่ดุดัน แต่ยังแฝงไว้ด้วยความสปอร์ตที่ชวนให้สัมผัส นอกจากนี้ ล้ออัลลอยด์ขนาด 22 นิ้ว 10 ก้านที่ออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับรุ่นนี้ ยังมาพร้อมกับการตกแต่งสีดำเงา หรือหากต้องการความพิเศษยิ่งขึ้น ก็ยังมีตัวเลือกสีดำทูโทนแบบเงาให้เลือกสรรอีกด้วย การผสมผสานองค์ประกอบเหล่านี้เข้าด้วยกัน ทำให้ Bentley Continental GT และ Flying Spur Black Edition กลายเป็นภาพสะท้อนของความสง่างามที่มาพร้อมกับความขี้เล่น และบุคลิกที่ยากจะละเลย
ขุมพลัง High Performance Hybrid: ประสิทธิภาพที่เหนือกว่าทุกการคาดหวัง
ภายใต้รูปลักษณ์อันดุดันของ Black Edition ซ่อนเร้นขุมพลังที่น่าเกรงขาม การผสานระบบส่งกำลัง High Performance Hybrid ที่พัฒนาขึ้นใหม่นี้ ถือเป็นการก้าวข้ามขีดจำกัดของ Bentley อย่างแท้จริง สำหรับ Bentley Continental GT Black Edition และ Continental GTC Black Edition มาพร้อมกับเครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ ขนาด 4.0 ลิตร ที่ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าอันทรงพลัง ให้พละกำลังรวมสูงสุดถึง 680 แรงม้า และแรงบิดมหาศาลถึง 930 นิวตันเมตร ซึ่งมีประสิทธิภาพเหนือกว่ารุ่น Continental GT Speed W12 เจเนอเรชันก่อนหน้าอย่างชัดเจน
สิ่งที่น่าประทับใจยิ่งกว่าคือ การนำ Bentley Performance Active Chassis ซึ่งปกติแล้วจะมีเฉพาะในรุ่น Speed มาใส่ไว้ในรุ่น Black Edition ด้วย ซึ่งระบบแชสซีนี้มีบทบาทสำคัญในการมอบประสบการณ์การขับขี่ที่หลากหลาย ตั้งแต่โหมด Comfort และ Bentley ที่เน้นความนุ่มนวลไปจนถึงโหมด Sport ที่เน้นสมรรถนะสูงสุด ในโหมด Sport นี้ ระบบ Active Chassis สามารถส่งกำลังได้มากถึง 100% ไปยังล้อหลัง เพื่อมอบการตอบสนองที่เฉียบคม คล่องตัว และการควบคุมที่แม่นยำ ราวกับว่ารถยนต์คันนี้กำลังตอบสนองทุกการเคลื่อนไหวของคุณอย่างฉับไว
สำหรับ Flying Spur Black Edition ก็มาพร้อมกับขุมพลัง Plug-in Hybrid ที่น่าทึ่งเช่นกัน โดยผสานเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร 520 แรงม้า เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้า 190 แรงม้า ผลลัพธ์ที่ได้คือพละกำลังรวมสูงสุดถึง 680 แรงม้า แรงบิด 930 นิวตันเมตร และอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่น่าทึ่ง เพียง 3.7 วินาที สำหรับ Continental GT และ GTC และ 3.9 วินาที สำหรับ Flying Spur
นอกจากสมรรถนะอันยอดเยี่ยมแล้ว Bentley ยังใส่ใจในเรื่องของความยั่งยืนและการใช้งานในชีวิตประจำวัน รถยนต์ทั้งสามรุ่นสามารถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนได้ไกลกว่า 80 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP ซึ่งถือเป็นระยะทางที่น่าประทับใจสำหรับรถยนต์กลุ่ม Grand Tourer หรู และเพื่อเพิ่มอรรถรสในการขับขี่ ระบบไอเสียแบบสปอร์ตยังช่วยขับเน้นเสียงคำรามอันดุดันของเครื่องยนต์ V8 เมื่อกดคันเร่งจนสุด มอบประสบการณ์ที่เร้าใจในทุกการเดินทาง
การตกแต่งภายใน: สัมผัสแห่งความหรูหราที่ปรับแต่งได้ดั่งใจ
เมื่อก้าวเข้าสู่ภายในห้องโดยสารของ Bentley Continental GT และ Flying Spur Black Edition คุณจะพบกับโลกแห่งความหรูหราที่สร้างสรรค์มาเพื่อตอบสนองทุกความต้องการ การปักตัวอักษร Black Edition ลงบนพนักพิงศีรษะของเบาะนั่งคู่หน้าในรุ่น Continental GT และเบาะนั่งทั้ง 4 ที่นั่งในรุ่น Flying Spur เป็นการเน้นย้ำถึงเอกลักษณ์พิเศษของรุ่นนี้
วัสดุภายในได้รับการคัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งด้วยไม้วีเนียร์ Piano Black ที่ให้ความรู้สึกหรูหราและลึกลับ กาบบันได Black Edition ที่สลักโลโก้พิเศษ รวมถึงการเย็บแบบคอนทราสต์ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการของลูกค้าแต่ละราย เพิ่มความรู้สึกเป็นเจ้าของได้อย่างแท้จริง
เพื่อเสริมประสบการณ์การขับขี่ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น เบาะนั่งแบบ Comfort พร้อมระบบไฟ Mood Lighting หลากสีภายในห้องโดยสาร สร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายหรือเร้าใจได้ตามอารมณ์ จอแสดงผลแบบ Rotating Display ที่ซ่อนตัวอย่างแนบเนียน และแป้นเหยียบคันเร่งแบบสปอร์ต ล้วนเป็นการผสานเทคโนโลยีและความสปอร์ตเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
Bentley Mulliner: การรังสรรค์ยนตรกรรมในฝันที่ไร้ขีดจำกัด
ความพิเศษของ Bentley ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่รุ่นมาตรฐาน แต่คือความสามารถในการรังสรรค์ยนตรกรรมให้เป็นไปตามความปรารถนาของลูกค้าแต่ละราย และนี่คือบทบาทของ Bentley Mulliner แผนกออกแบบพิเศษที่ทำให้ความฝันกลายเป็นจริง
สำหรับ Bentley Continental GT และ GTC โฉมใหม่ เจเนอเรชันที่ 4 ลูกค้าสามารถเลือกปรับแต่งภายนอกได้อย่างหลากหลายยิ่งขึ้นผ่านออพชันพิเศษจาก Bentley Mulliner ไม่ว่าจะเป็นการเลือกเฉดสีไฮไลท์ภายนอกที่มีให้เลือกสรรอย่างไม่จำกัด ซึ่งสามารถใช้กับลายเส้นบนชุดแต่งรอบตัวถัง กระจกมองข้าง หรือล้ออัลลอยด์ การเลือกใช้สีเดียว หรือสองเฉดสีที่ตัดกันอย่างลงตัว สามารถสะท้อนบุคลิกและความชอบส่วนตัวได้อย่างชัดเจน
นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถเลือกพื้นผิวของล้ออัลลอยด์ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสีทึบ สีเมทัลลิค สีซาติน หรือสีมุก การผสมผสานสีไฮไลท์ภายนอกเข้ากับการตกแต่งภายในห้องโดยสาร ก็สามารถสร้างสรรค์ความเชื่อมโยงและความพิเศษที่ไม่เหมือนใครได้
Bentley Mulliner ยังนำเสนอแนวทางการตกแต่งที่เน้นสไตล์และสมรรถนะ ผ่านแถบสีไฮไลท์แบบคอนทราสต์ที่ตกแต่งในชุดแต่งรอบคันด้วยพื้นผิวแบบเงาหรือซาติน การตกแต่งนี้ทอดยาวตั้งแต่สปอยเลอร์หน้า ไปจนถึงกาบประตู และดิฟฟิวเซอร์หลัง รวมถึงบริเวณฝาครอบกระจกมองข้างและขอบล้ออัลลอย
สำหรับรุ่น Continental GT ใหม่ ยังมีตัวเลือกพิเศษอย่างหลังคาเฉดสีดำ Beluga ซึ่งเป็นการยกย่องให้กับรุ่น Continental GT Pikes Peak Edition ที่เคยสร้างสถิติอันน่าทึ่งในการแข่งขัน
ในส่วนของ Flying Spur ลูกค้าสามารถเลือกชุดแต่งคาร์บอนไฟเบอร์ ที่สามารถเลือกได้ทั้งลายเคลือบแลกเกอร์ หรือการกำหนดเฉดสีตามความต้องการ พร้อมด้วยลายเส้นในเฉดสีคอนทราสต์ที่เข้ากันกับขอบล้ออัลลอย และฝาครอบกระจกมองข้าง เพื่อเสริมลุคให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
สำหรับ Bentayga ลูกค้าสามารถเลือกเฉดสีไฮไลท์แบบคอนทราสต์ในรูปแบบลายเส้นบนฝาครอบกระจกมองข้าง และขอบล้ออัลลอย ควบคู่ไปกับคาลิปเปอร์เบรกในเฉดสีพิเศษ เช่น Klein Blue, Signal Yellow และ Ice Silver นอกจากนี้ ชุดแต่งคาร์บอนไฟเบอร์ของ Bentayga ก็สามารถเลือกลายเส้นแบบคอนทราสต์ได้เช่นกัน
ล้ออัลลอย: จุดเด่นที่สะท้อนเอกลักษณ์
ล้ออัลลอยถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่สามารถสร้างความโดดเด่นให้กับรูปลักษณ์ของยนตรกรรม การเลือกใช้สีเดียวที่เข้ากับสีตัวถังจะช่วยให้รถดูเป็นหนึ่งเดียวและร่วมสมัย ในทางตรงกันข้าม การใช้สีแบบดูโอโทนเมทัลลิคที่ซี่ล้อและช่องล้อที่ใช้สีแบบคอนทราสต์ จะช่วยดึงดูดสายตาไปยังการออกแบบที่ลึกซึ้งและมีรายละเอียดหรูหรา
Bentley Mulliner สามารถรังสรรค์ล้ออัลลอยให้เป็นไปตามความต้องการได้อย่างไร้ข้อจำกัด ไม่ว่าจะเป็นเฉดสีทึบ เมทัลลิค ดูโอโทน ซาติน หรือมุก ด้วยการใช้ชุดสีเดิม หรือสั่งทำเฉดสีพิเศษเฉพาะตัว
เรื่องราวของ Bentley: มรดกแห่งตำนานและวิสัยทัศน์แห่งอนาคต
ย้อนกลับไปในปี 1919 Walter Owen Bentley ได้ก่อตั้ง Bentley Motors Limited ด้วยเงินทุน 200,000 ปอนด์ ณ โรงงานในกรุงลอนดอน โดยมีเป้าหมายในการผลิตรถยนต์คุณภาพสูงที่ไม่เน้นปริมาณ แต่เน้นการตอบสนองความต้องการของตลาดระดับไฮเอนด์ ชื่อเสียงของ Bentley เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากความสำเร็จในการแข่งขัน Le Mans ซึ่งคว้าชัยชนะถึง 4 ปีติดต่อกัน (1927-1930) แม้จะประสบปัญหาทางการเงินและต้องถูกซื้อกิจการโดย Rolls-Royce ในปี 1931 แต่จิตวิญญาณแห่งสมรรถนะและความหรูหราก็ยังคงสืบทอดมา
ในปี 1998 Volkswagen Group ได้เข้าซื้อกิจการของ Rolls-Royce รวมถึง Bentley ซึ่งเป็นการเริ่มต้นยุคใหม่ที่ Bentley ได้รับการพัฒนาเทคโนโลยีและขีดความสามารถให้ก้าวล้ำยิ่งขึ้น
Bentley Continental GT รุ่นแรกที่ผลิตระหว่างปี 2003-2011 ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของ Grand Tourer สมรรถนะสูง โดยรุ่นต่อๆ มาได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความหรูหรา สำหรับรุ่นปี 2021 Bentley Continental GT V8 มาพร้อมเครื่องยนต์ 4.0 ลิตร ทวินเทอร์โบชาร์จ V8 ให้กำลังสูงสุด 542 แรงม้า แรงบิด 770 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4 วินาที และความเร็วสูงสุด 318 กม./ชม.
Bentley Bangkok: ประตูสู่ประสบการณ์เหนือระดับ
สำหรับตลาดประเทศไทย Bentley Bangkok โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ในฐานะผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียว พร้อมมอบโอกาสให้ลูกค้าได้สัมผัสกับสุดยอดยนตรกรรมเหล่านี้
คุณสามารถสั่งจอง New Continental GT ในราคาเริ่มต้น 18,400,000 บาท, New Continental GT Convertible ในราคาเริ่มต้น 20,200,000 บาท และ New Flying Spur ในราคาเริ่มต้น 16,900,000 บาท พร้อมข้อเสนอพิเศษสำหรับรุ่น V8 Hybrid ประกอบด้วย การรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดยาวนานถึง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร การรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง และ Service Package นาน 3 ปีเต็ม
Bentley Continental GT & Flying Spur Black Edition ไม่ได้เป็นเพียงแค่รถยนต์ แต่คือการประกาศศักดาถึงความเหนือระดับ ความเป็นเอกลักษณ์ และสมรรถนะที่ไร้เทียมทาน หากคุณกำลังมองหาสุดยอดยนตรกรรมที่สะท้อนตัวตนที่เข้ม ดุดัน และหรูหราอย่างแท้จริง เชิญสัมผัสประสบการณ์ Bentley Black Edition ได้แล้ววันนี้
ก้าวต่อไปของคุณ:
หากคุณปรารถนาที่จะสัมผัสกับนิยามใหม่แห่งความหรูหราและสมรรถนะที่เหนือระดับ Bentley Continental GT & Flying Spur Black Edition คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบ ขอเชิญท่านที่สนใจ นัดหมายเพื่อเข้าชมและทดลองขับ เพื่อสัมผัสประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์ของ Bentley ได้ที่ Bentley Bangkok หรือติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรังสรรค์ยนตรกรรมในฝันของคุณกับ Bentley Mulliner ได้แล้ววันนี้