![N2310339_เส นแบ งบนโต ะทำงาน[ตอน1] #ละครส นสะท อนส งคม #ละครส นหน งส น #ต องม_part2 | Đọc Báo Online16](https://newsthailan.tfvp.org/wp-content/uploads/2026/10/fb_natural_20261022_142821.jpg)
Bentley Continental GT และ Flying Spur Black Edition: การผสมผสานความเข้มดุดัน พร้อมขุมพลังไฮบริดสมรรถนะสูง
ในโลกแห่งยนตรกรรมหรูที่ความสง่างามและความแรงต้องก้าวไปพร้อมกัน Bentley Motors ได้ประกาศศักดาอีกครั้งด้วยการเปิดตัวรุ่นพิเศษ Bentley Continental GT และ Bentley Flying Spur ในชื่อ “Black Edition” ซึ่งเป็นการยกระดับความดุดันและลึกลับให้เหนือไปอีกขั้น ผ่านการผสานดีไซน์อันเข้มข้นเข้ากับขุมพลังขับเคลื่อนที่ล้ำสมัย นี่คือการตีความใหม่ของคำว่า “แกรนด์ทัวเรอร์” ที่ไม่เพียงแต่ตอบสนองต่อความต้องการด้านสมรรถนะ แต่ยังตอบโจทย์รสนิยมของผู้ครอบครองที่ต้องการความโดดเด่นอย่างแท้จริง
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมเห็นวิวัฒนาการของ Bentley มาโดยตลอด และรุ่น Black Edition นี้คืออีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการก้าวข้ามขีดจำกัดของความสมบูรณ์แบบ ยิ่งไปกว่านั้น การที่ Bentley ตัดสินใจผลิตรุ่นพิเศษนี้ในจำนวนจำกัดเพียง 400 คันทั่วโลก ยิ่งเป็นการตอกย้ำถึงความพิเศษและความปรารถนาอันแรงกล้าของนักสะสมและผู้ที่ต้องการครอบครองสิ่งที่เป็นที่สุด
Continental GT Black Edition: พลังไฮบริดอันน่าทึ่งและความเหนือชั้นของแชสซี
หัวใจสำคัญของ Bentley Continental GT Black Edition คือการผนวกขุมพลัง High Performance Hybrid อันทรงประสิทธิภาพเข้ากับแชสซี Bentley Performance Active Chassis ซึ่งเดิมมีเฉพาะในรุ่น Speed เท่านั้น การผสมผสานเครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ขนาด 4.0 ลิตร เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าอันทรงพลัง ก่อให้เกิดพละกำลังรวมสูงถึง 680 แรงม้า พร้อมแรงบิดมหาศาล 930 นิวตัน-เมตร ตัวเลขเหล่านี้ไม่เพียงแต่เหนือกว่ารุ่น Continental GT Speed W12 เจเนอเรชันก่อนหน้า แต่ยังมอบประสบการณ์การขับขี่ที่หนักแน่น ตอบสนองฉับไว และเร้าใจในทุกช่วงความเร็ว
ในโลกของรถยนต์ซูเปอร์คาร์และรถยนต์หรูสมรรถนะสูง การพัฒนาเทคโนโลยี Bentley hybrid performance คือกุญแจสำคัญในการสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่ทั้งทรงพลังและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น Bentley Continental GT Black Edition ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดนี้ไปอีกระดับ โดยไม่ทิ้งซึ่งสุนทรียภาพในการขับขี่อันเป็นเอกลักษณ์ของ Bentley
Continental GTC Black Edition: ดีไซน์ที่สะท้อนตัวตนและความลึกลับ
สำหรับ Bentley Continental GTC Black Edition (รุ่นเปิดประทุน) การออกแบบคือหัวใจหลักที่สื่อสารถึงภาพลักษณ์ที่ล้ำสมัย โฉบเฉี่ยว และเปี่ยมไปด้วยความลึกลับ Blackline Specification ที่เป็นมาตรฐานของรุ่นนี้ คือการปฏิวัติรูปลักษณ์ภายนอกอย่างแท้จริง เริ่มตั้งแต่กระจังหน้าแบบเมทริกซ์สีดำเงา สปลิตเตอร์ด้านหน้าสีดำ Beluga และรายละเอียดการตกแต่งอื่นๆ ที่ใช้สีดำเงาเป็นหลัก เพื่อสร้างมิติความเข้มที่น่าดึงดูด
สิ่งที่ทำให้ Black Edition แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดคือการใช้สีดำเงาในทุกรายละเอียด แม้แต่โลโก้ Bentley ‘Winged B’ ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง รวมถึงตัวอักษร BENTLEY ยังถูกแต่งแต้มด้วยสีดำเงา สร้างความรู้สึกขรึมและทรงพลังอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน การปรากฏตัวของโลโก้ Black Edition บริเวณบังโคลนหน้า ยังเป็นการบ่งบอกถึงสถานะพิเศษของรุ่นนี้
เสริมความโดดเด่นด้วยล้ออัลลอย 10 ก้าน ขนาด 22 นิ้ว ที่ตกแต่งด้วยสีดำเงาอย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมตัวเลือกเฉดสีดำทูโทนแบบเงา เพื่อเพิ่มมิติและความพิเศษยิ่งขึ้น และที่เป็นไฮไลท์คือคาลิปเปอร์เบรกสีส้ม Mandarin อันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งตัดกับชุดสีดำได้อย่างลงตัว สร้างความดุดันที่น่าหลงใหล
นวัตกรรมแสงสว่างและรายละเอียดภายในที่ประณีต
Bentley Continental GT และ Continental GTC Black Edition ยังมาพร้อมกับไฟหน้าเดี่ยวแบบ Harmony ดีไซน์ใหม่ล่าสุด ที่มาพร้อมแอนิเมชันต้อนรับสุดพิเศษ ซึ่งเคยเปิดตัวในรุ่น Speed และ Azure มาก่อน เป็นการเพิ่มความล้ำสมัยและความรู้สึกพิเศษตั้งแต่แรกพบ
เมื่อก้าวเข้าสู่ห้องโดยสาร การออกแบบที่พิถีพิถันยังคงดำเนินต่อไป การปักตัวอักษร Black Edition บนพนักพิงศีรษะของเบาะโดยสารคู่หน้าในรุ่น GT และทั้ง 4 ที่นั่งในรุ่น Flying Spur คือการประกาศตัวตนของรุ่นพิเศษนี้อย่างชัดเจน การตกแต่งด้วยไม้วีเนียร์แบบ Piano Black สร้างบรรยากาศที่หรูหราและลุ่มลึก กาบบันได Black Edition พร้อมการเย็บแบบคอนทราสต์ตามความต้องการของผู้ครอบครอง สะท้อนถึงการใส่ใจในทุกรายละเอียด
นอกจากนี้ เบาะโดยสารแบบ Comfort ระบบไฟ Mood Lighting หลากสีภายในห้องโดยสาร จอแสดงผลแบบ Rotating Display และแป้นเหยียบคันเร่งแบบสปอร์ต ล้วนเป็นการผสมผสานความหรูหรา ความสะดวกสบาย และความเร้าใจในการขับขี่เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
Flying Spur Black Edition: สมรรถนะที่ไร้ขีดจำกัด ผสานเทคโนโลยีอันล้ำสมัย
สำหรับ Flying Spur Black Edition ขุมพลัง High Performance Hybrid คือคำนิยามใหม่ของความหรูหราที่มาพร้อมกับสมรรถนะที่น่าประทับใจ การผสานเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร 520 แรงม้า เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้า 190 แรงม้า ให้กำลังรวมสูงสุดถึง 680 แรงม้า และแรงบิด 930 นิวตัน-เมตร ทำให้ Bentley Flying Spur Black Edition มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 3.9 วินาที (สำหรับรุ่น Continental GT และ GTC อยู่ที่ 3.7 วินาที)
สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ รถยนต์ทั้ง 3 รุ่นนี้ สามารถเดินทางด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนได้ไกลกว่า 80 กม. ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจสำหรับรถยนต์ในพิกัดนี้ พร้อมด้วยระบบไอเสียแบบสปอร์ต ที่จะขับขานเสียงคำรามอันดุดันของเครื่องยนต์ V8 เมื่อกดคันเร่งอย่างเต็มที่ มอบประสบการณ์ทางโสตประสาทที่เหนือกว่า
เทคโนโลยี Bentley Performance Active Chassis ซึ่งเดิมมีเฉพาะในรุ่น Speed ที่มีพละกำลัง 782 แรงม้า ได้ถูกนำมาใช้ใน Black Edition นี้ เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่หลากหลาย ตั้งแต่โหมด Comfort และ Bentley ที่เน้นความนุ่มนวล ไปจนถึงโหมด Sport ที่เน้นสมรรถนะสูงสุด ในโหมด Sport นี้ ระบบ Bentley Performance Active Chassis สามารถส่งกำลังได้สูงสุดถึง 100% ไปยังล้อหลัง เพื่อมอบการตอบสนองที่เฉียบคมและคล่องแคล่ว การปรับการเลี้ยวของล้อหลัง การหน่วง และช่วงล่างที่แน่นขึ้น ช่วยให้ผู้ขับขี่รู้สึกถึงพวงมาลัยที่ตรง แม่นยำ และคล่องตัวมากขึ้น สร้างประสบการณ์การขับขี่สไตล์สปอร์ตที่เหนือชั้นอย่างแท้จริง
Bentley Bangkok: เปิดรับคำสั่งจองและข้อเสนอพิเศษสำหรับรุ่น V8 Hybrid
สำหรับตลาดประเทศไทย Bentley Bangkok โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ Bentley อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ได้เปิดรับคำสั่งจอง Bentley Continental GT Black Edition, Bentley Continental GTC Black Edition และ Bentley Flying Spur Black Edition แล้ว
ราคาเริ่มต้นสำหรับรุ่น New Continental GT อยู่ที่ 18,400,000 บาท, รุ่น New Continental GT Convertible อยู่ที่ 20,200,000 บาท และรุ่น New Flying Spur อยู่ที่ 16,900,000 บาท
ยิ่งไปกว่านั้น Bentley Bangkok ยังมอบข้อเสนอพิเศษสำหรับรุ่นเครื่องยนต์ V8 Hybrid โดยเฉพาะ เอกสิทธิ์การบริการหลังการขายมาตรฐานโรงงานผู้ผลิตที่ครอบคลุมการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดที่ยาวนานที่สุดถึง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) พร้อมการรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต, บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง (24-hour Bentley Roadside Assistance) และ Service Package นาน 3 ปีเต็ม รวมถึงสิทธิ์ในการต่อการรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต (Bentley Extended Warranty) สูงสุด 4 ปี
การก้าวสู่ยุคใหม่ของ Bentley: Plug-in Hybrid และความใส่ใจในรายละเอียด
การเปิดตัวรุ่น Plug-in Hybrid นี้ สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์ของ Bentley ในการนำเสนอยนตรกรรมระดับสูงที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยยังคงไว้ซึ่งสมรรถนะและความหรูหราอันเป็นเอกลักษณ์ ขุมพลัง Plug-in Hybrid ที่เลือกใช้เครื่องยนต์เบนซิน V8 ขนาด 4.0 ลิตร พ่วงระบบอัดอากาศแบบทวินเทอร์โบ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวมถึง 671 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 930 นิวตัน-เมตร ซึ่งเพียงพอสำหรับการเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 3.7 วินาทีสำหรับ Continental GT และ 3.9 วินาทีสำหรับ Continental GTC และ Flying Spur
การขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวได้ไกลถึง 85 กิโลเมตร (WLTP) สำหรับรุ่น GT และ 82 กิโลเมตรสำหรับ GTC ถือเป็นระยะทางที่น่าประทับใจสำหรับรถหรูในระดับนี้ ทำให้การใช้งานในเมืองมีความยืดหยุ่นและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
Bentley Mulliner: การรังสรรค์ยนตรกรรมในฝันที่ไร้ขีดจำกัด
นอกเหนือจากการเปิดตัวรุ่น Black Edition แล้ว Bentley ยังคงให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการสร้างสรรค์ประสบการณ์เฉพาะบุคคลผ่านแผนก Bentley Mulliner ซึ่งเป็นแผนกออกแบบพิเศษที่สามารถตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้า ตั้งแต่การปรับแต่งสีภายนอก ไปจนถึงการเลือกใช้วัสดุตกแต่งภายในที่มีความพิเศษ
สำหรับรุ่น Continental GT และ GTC โฉมใหม่ เจเนอเรชันที่ 4 การเพิ่มตัวเลือกเฉดสีไฮไลท์ภายนอก ไม่ว่าจะเป็นลายเส้นบนชุดแต่งรอบตัวถัง กระจกมองข้าง หรือล้ออัลลอย ให้เลือกได้ทั้งแบบสีเดียว หรือสองเฉดสีที่ตัดกัน เป็นการเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถรังสรรค์ยนตรกรรมในฝันให้สะท้อนตัวตนได้อย่างแท้จริง
การเลือกพื้นผิวของล้ออัลลอยด้วยตัวเลือกเฉดสีทึบ, เมทัลลิค, ซาติน หรือมุก ก็เป็นอีกหนึ่งรายละเอียดที่แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของ Bentley Mulliner ที่จะมอบความเป็นไปได้ในการปรับแต่งที่ไร้ขีดจำกัด
แนวโน้มการเติบโตของ Bentley Mulliner: ความต้องการที่เพิ่มขึ้นของการสร้างสรรค์เฉพาะบุคคล
ปัจจุบัน รถยนต์ Bentley 1 ใน 4 คัน ที่ออกจากโรงงานได้รับการรังสรรค์ด้วยตัวเลือกพิเศษจาก Bentley Mulliner สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการด้านการสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวและความโดดเด่นของลูกค้าที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง David Parker, Chief Commercial Officer, Bentley Mulliner กล่าวว่า “ทีมนักออกแบบ วิศวกร และช่างฝีมือของเรามุ่งมั่นที่จะให้แน่ใจว่ารสนิยม และบุคลิกของลูกค้าแต่ละรายสามารถสื่อสารออกมาได้ผ่านสี หนัง วัสดุ หรือคุณสมบัติพิเศษเฉพาะ ข้อจำกัดเดียว คือ จินตนาการ”
นี่คือหัวใจสำคัญของ Bentley ในยุคปัจจุบัน ที่ไม่ใช่แค่การผลิตรถยนต์ที่หรูหราและทรงพลัง แต่คือการสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่สะท้อนถึงตัวตนและรสนิยมของเจ้าของอย่างแท้จริง
บทสรุป: Bentley Black Edition – นิยามใหม่ของความดุดันที่หรูหรา
Bentley Continental GT และ Flying Spur Black Edition คือการประกาศศักดาที่ชัดเจนว่า Bentley ไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนาและก้าวข้ามขีดจำกัด การผสมผสานรูปลักษณ์ที่เข้มดุดันเข้ากับขุมพลังไฮบริดสมรรถนะสูง พร้อมด้วยรายละเอียดการตกแต่งอันประณีต สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจในความต้องการของลูกค้ากลุ่มบนสุด ที่มองหาสิ่งที่เหนือกว่าคำว่า “รถยนต์”
หากคุณคือผู้ที่หลงใหลในความสง่างามที่มาพร้อมกับพละกำลังอันเร้าใจ และปรารถนาที่จะครอบครองยนตรกรรมที่สะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้อย่างสมบูรณ์แบบ นี่คือโอกาสที่คุณไม่ควรพลาด
ขอเชิญสัมผัสประสบการณ์เหนือระดับของการรังสรรค์ยนตรกรรมในฝันของคุณที่ Bentley Bangkok โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด โทร 02-261-1060 หรือเยี่ยมชมโชว์รูมของเราเพื่อพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญของเรา และเริ่มต้นการเดินทางสู่การครอบครอง Bentley Black Edition ที่สะท้อนตัวตนของคุณได้อย่างแท้จริง