![N2310305_คนนอก[ตอนจบ] #ละครส นสะท อนส งคม #ต องมนต ฟ ล ม #หน งใหม #หน งส นสะ_part2 | Đọc Báo Online16](https://newsthailan.tfvp.org/wp-content/uploads/2026/10/fb_natural_20261022_143423.jpg)
Bentley Continental GT & Flying Spur Black Edition: สัมผัสความเข้ม ดุดัน และหรูหราเหนือระดับ
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์หรูมากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและวิวัฒนาการของแบรนด์ระดับตำนานมากมาย แต่ Bentley ยังคงเป็นชื่อที่สร้างความประทับใจไม่เสื่อมคลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเขานำเสนอ Bentley Continental GT Black Edition และ Bentley Flying Spur Black Edition ซึ่งไม่ใช่แค่การปรับปรุง แต่เป็นการยกระดับประสบการณ์การขับขี่และความหรูหราให้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ด้วยการผสมผสานความดุดันจากชุดแต่ง Blackline Specification เข้ากับสมรรถนะอันไร้ที่ติของระบบส่งกำลัง High Performance Hybrid อันทรงพลัง
Continental GT Black Edition: การกลับมาของ “The Dark Side” แห่งแกรนด์ทัวเรอร์
สำหรับ Bentley Continental GT Black Edition นั้นเป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความงามสง่าอันเป็นเอกลักษณ์ของ Bentley กับบุคลิกที่เข้มขรึมและน่าเกรงขาม สิ่งที่ทำให้รุ่นพิเศษนี้โดดเด่นคือการนำเสนอ Blackline Specification ซึ่งเป็นแพ็กเกจตกแต่งที่เน้นการใช้สีดำเงาในทุกรายละเอียด ตั้งแต่กระจังหน้าเมทริกซ์สีดำเงา, สปลิตเตอร์หน้าสีดำ Beluga, ไปจนถึงสัญลักษณ์ Bentley ‘Winged B’ อันเป็นที่รู้จัก ซึ่งในรุ่นนี้จะเปลี่ยนเป็นสีดำเงาทั้งด้านหน้าและด้านหลัง สัญญาณบ่งบอกถึงพลังที่ซ่อนเร้นภายใต้ความสง่างาม
แต่หัวใจสำคัญที่ทำให้ Bentley Continental GT Black Edition ก้าวล้ำไปอีกขั้นคือการติดตั้งระบบส่งกำลัง High Performance Hybrid ใหม่ล่าสุด มันไม่ใช่แค่การเพิ่มตัวเลขแรงม้า แต่มันคือการผสานพลังอย่างชาญฉลาดระหว่างเครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ขนาด 4.0 ลิตร และมอเตอร์ไฟฟ้าอันทรงพลัง เมื่อรวมกันแล้ว delivers พละกำลังสูงสุดถึง 680 แรงม้า และแรงบิดมหาศาลถึง 930 นิวตันเมตร นี่คือตัวเลขที่เหนือกว่ารุ่น Continental GT Speed W12 เจเนอเรชันก่อนหน้าอย่างชัดเจน บ่งบอกถึงความมุ่งมั่นของ Bentley ในการนำเสนอ Bentley hybrid performance ที่ไม่เพียงแต่จะรักษาสมรรถนะอันเป็นเอกลักษณ์ไว้เท่านั้น แต่ยังยกระดับให้สูงขึ้นไปอีกขั้น
เพื่อเสริมประสิทธิภาพการขับขี่ให้ถึงขีดสุด Bentley Continental GT Black Edition ยังได้รับการติดตั้งแชสซี Bentley Performance Active Chassis ซึ่งโดยปกติแล้วจะมีเฉพาะในรุ่น Speed เท่านั้น ระบบนี้ช่วยให้รถสามารถปรับการทำงานของช่วงล่างและระบบขับเคลื่อนได้อย่างแม่นยำตามโหมดการขับขี่ที่เลือก ตั้งแต่ความนุ่มนวลในโหมด Comfort ไปจนถึงการตอบสนองที่เฉียบคมในโหมด Sport ที่สามารถส่งกำลังสูงสุดไปยังล้อหลังเพื่อการควบคุมที่เร้าใจสูงสุด
Continental GTC Black Edition: นิยามใหม่แห่งสุนทรียะการขับขี่แบบเปิดประทุน
เช่นเดียวกับรุ่นคูเป้ Bentley Continental GTC Black Edition ก็มาพร้อมกับ Blackline Specification อันเป็นเอกลักษณ์เช่นกัน การตกแต่งด้วยสีดำเงาอย่างกระจังหน้า, สปลิตเตอร์หน้า, และสัญลักษณ์ ‘Winged B’ สีดำเงา ทำให้ Continental GTC Black Edition มีรูปลักษณ์ที่ล้ำสมัย โฉบเฉี่ยว และแฝงไว้ด้วยความลึกลับน่าค้นหา ยิ่งเมื่อจับคู่กับคาลิปเปอร์เบรกสีส้ม Mandarin อันจัดจ้านที่ถูกติดตั้งเป็นมาตรฐาน ยิ่งเป็นการเน้นย้ำถึงบุคลิกที่แตกต่างและไม่เหมือนใคร
อีกหนึ่งจุดเด่นที่น่าสนใจคือการติดตั้งไฟหน้าเดี่ยวแบบ Harmony ดีไซน์ใหม่ พร้อมด้วยแอนิเมชันต้อนรับ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่เคยเปิดตัวครั้งแรกในรุ่น Speed และ Azure เพื่อเพิ่มความรู้สึกพิเศษทุกครั้งที่เข้าใกล้รถ
ภายในห้องโดยสารของ Bentley Continental GTC Black Edition ก็ได้รับการใส่ใจในรายละเอียดอย่างเต็มที่เช่นกัน การปักโลโก้ Black Edition บนพนักพิงศีรษะ เสริมด้วยการตกแต่งด้วยไม้วีเนียร์ Piano Black, กาบบันได Black Edition, และการเย็บแบบคอนทราสต์ที่สามารถปรับแต่งได้ตามความต้องการของผู้ครอบครอง เบาะโดยสารแบบ Comfort, ระบบไฟ Mood Lighting ที่สามารถปรับเปลี่ยนสีได้ตามอารมณ์, จอแสดงผลแบบ Rotating Display อันเป็นนวัตกรรมของ Bentley, และแป้นเหยียบคันเร่งแบบสปอร์ต ล้วนเป็นองค์ประกอบที่ช่วยยกระดับประสบการณ์ภายในห้องโดยสารให้เหนือชั้นยิ่งขึ้น
Flying Spur Black Edition: ความหรูหราสง่างาม ผสานพลังที่เหนือกว่า
Bentley Flying Spur Black Edition คือนิยามใหม่ของยนตรกรรมซีดานหรู ที่ผสมผสานความสง่างามไร้ที่ติเข้ากับสมรรถนะอันเร้าใจได้อย่างลงตัวเช่นกัน ภายใต้การตกแต่งอันเข้มขรึมของ Blackline Specification, Flying Spur Black Edition ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง High Performance Hybrid อันทรงพลังเช่นเดียวกับ Continental GT โดยเป็นการผสานเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร 520 แรงม้า เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้า 190 แรงม้า ให้กำลังรวมสูงสุดถึง 680 แรงม้า และแรงบิด 930 นิวตันเมตร
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 3.7 วินาทีสำหรับรุ่น Continental GT และ GTC และ 3.9 วินาทีสำหรับ Flying Spur เป็นตัวเลขที่น่าประทับใจอย่างยิ่งสำหรับรถยนต์ที่มีขนาดและความหรูหราในระดับนี้ และที่สำคัญที่สุดคือ รุ่น Black Edition ทุกรุ่นมาพร้อมกับพิสัยการเดินทางด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนกว่า 80 กิโลเมตร ซึ่งเป็นการก้าวไปสู่ยุคใหม่ของ Bentley Plug-in Hybrid ที่ให้ความสำคัญกับทั้งสมรรถนะและความยั่งยืน
เช่นเดียวกับ Continental GT, Flying Spur Black Edition ยังได้รับอานิสงส์จาก Bentley Performance Active Chassis ระบบนี้ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถสัมผัสกับสมรรถนะที่หลากหลาย ตั้งแต่โหมด Comfort ที่เน้นความผ่อนคลาย ไปจนถึงโหมด Sport ที่สามารถส่งกำลังได้สูงสุดถึง 100% ไปยังล้อหลัง เพื่อมอบการควบคุมที่แม่นยำและคล่องตัว การปรับการเลี้ยวของล้อหลัง, การหน่วงช่วงล่างที่แน่นขึ้น, และการตอบสนองของพวงมาลัยที่ตรงและเฉียบคม ล้วนเป็นองค์ประกอบที่สร้างประสบการณ์การขับขี่ที่น่าตื่นเต้นและเหนือชั้น
“Personalisation” คือหัวใจสำคัญ: Bentley Mulliner ยกระดับทุกรายละเอียด
สิ่งที่ทำให้ Bentley เป็นแบรนด์ที่แตกต่างอย่างแท้จริง คือปรัชญาการให้ความสำคัญกับ “Personalisation” หรือการสร้างสรรค์ยนตรกรรมให้สะท้อนตัวตนของผู้ครอบครองได้อย่างสมบูรณ์แบบ และในยุคของ Bentley Continental GT และ Continental GTC รุ่นใหม่ เจเนอเรชันที่ 4 นี้ แผนกออกแบบพิเศษอย่าง Bentley Mulliner ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญยิ่งขึ้น
ลูกค้าสามารถเลือกลงรายละเอียดการตกแต่งภายนอกได้อย่างไร้ขีดจำกัด ด้วยออปชันพิเศษจาก Bentley Mulliner ที่เพิ่มเฉดสีไฮไลท์ให้กับองค์ประกอบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นลายเส้นบนชุดแต่งรอบตัวถัง, กระจกมองข้าง, หรือแม้กระทั่งขอบล้ออัลลอย ลูกค้าสามารถเลือกว่าจะใช้สีเดียวที่กลมกลืน หรือจะเลือกใช้สีที่ตัดกัน (Contrast Colour) เพื่อสร้างความโดดเด่นและสะดุดตา
นอกจากนี้ Bentley Mulliner ยังนำเสนอตัวเลือกสีของพื้นผิวล้ออัลลอยที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเฉดสีทึบ, เฉดสีเมทัลลิค, เฉดสีซาติน, ไปจนถึงเฉดสีมุก การผสมผสานเฉดสีภายนอกและภายในเข้าด้วยกัน เช่น การจับคู่สีโครเมียมโทนเข้มภายในห้องโดยสารกับเฉดสีไฮไลท์ภายนอกโทนเทาเข้มที่เข้ากัน เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของการสร้างสรรค์ที่ไร้ขีดจำกัด
สำหรับรุ่น Continental GT ใหม่ Bentley Mulliner ยังนำเสนอทางเลือกที่น่าสนใจอย่างหลังคาสีดำ Beluga ซึ่งเป็นการชวนให้นึกถึงรุ่น Continental GT Pikes Peak Edition ที่เคยสร้างสถิติอันน่าทึ่งในการแข่งขัน
ในส่วนของ Flying Spur, Mulliner ก็ได้นำเสนอชุดแต่งคาร์บอนไฟเบอร์ที่สามารถเลือกรูปแบบการเคลือบแลกเกอร์ หรือจะระบุเฉดสีตามความต้องการของผู้ครอบครองได้ พร้อมด้วยลายเส้นคอนทราสต์ที่เข้ากันกับขอบล้ออัลลอยและกระจกมองข้าง เพื่อเสริมลุคให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
แม้แต่ในรุ่น Bentayga, Bentley Mulliner ก็ได้เพิ่มตัวเลือกเฉดสีไฮไลท์บนกระจกมองข้างและขอบล้ออัลลอย รวมถึงคาลิปเปอร์เบรกในเฉดสีที่โดดเด่นอย่าง Klein Blue, Signal Yellow, และ Ice Silver
Bentley Bangkok: ประตูสู่โลกแห่งยนตรกรรมสุดพิเศษ
สำหรับผู้ที่หลงใหลในความหรูหรา สมรรถนะ และความเป็นเอกลักษณ์ของ Bentley, Bentley Bangkok โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย คือจุดหมายปลายทางที่สมบูรณ์แบบ ที่นี่ คุณจะได้สัมผัสกับยนตรกรรม Bentley ในทุกรุ่น พร้อมรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อรังสรรค์รถยนต์ในฝันของคุณให้เป็นจริง
ปัจจุบัน Bentley Bangkok เปิดรับคำสั่งจอง New Continental GT ในราคาเริ่มต้น 18,400,000 บาท, New Continental GT Convertible ราคาเริ่มต้น 20,200,000 บาท, และ New Flying Spur ราคาเริ่มต้น 16,900,000 บาท พร้อมข้อเสนอพิเศษสำหรับรุ่นเครื่องยนต์ V8 Hybrid ที่รวมถึงการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดยาวนานถึง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน), บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง, และ Service Package นาน 3 ปีเต็ม
เทรนด์แห่งอนาคต: Bentley ก้าวไปข้างหน้า
สถิติที่น่าสนใจคือ รถยนต์ Bentley 1 ใน 4 คันที่ออกจากโรงงานได้รับการรังสรรค์ด้วยตัวเลือกพิเศษจาก Bentley Mulliner สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของลูกค้าที่ต้องการความโดดเด่นและเอกลักษณ์เฉพาะตัว David Parker, Chief Commercial Officer, Bentley Mulliner กล่าวไว้อย่างน่าสนใจว่า “ข้อจำกัดเดียว คือ จินตนาการ”
ด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่าศตวรรษ Bentley ไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนาและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นการก้าวสู่ยุคของ Bentley Plug-in Hybrid หรือการนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ล้ำสมัยอยู่เสมอ Bentley Continental GT Black Edition และ Bentley Flying Spur Black Edition คือบทพิสูจน์ที่ชัดเจนถึงความมุ่งมั่นของ Bentley ในการมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ผสมผสานความดุดัน ความหรูหรา และสมรรถนะอันไร้ที่ติได้อย่างลงตัว
หากคุณพร้อมแล้วที่จะสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ และต้องการรถยนต์ที่สะท้อนความเป็นตัวตนของคุณได้อย่างสมบูรณ์แบบ เชิญเข้ามาเยี่ยมชม Bentley Bangkok เพื่อสำรวจโลกแห่งความเป็นไปได้อันไร้ขีดจำกัดของ Bentley แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไม Bentley ถึงยังคงเป็นที่สุดแห่งยนตรกรรมหรูตลอดกาล