
Lexus IS 2016: การก้าวกระโดดครั้งสำคัญของยานยนต์สปอร์ตคอมแพ็กต์
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวิวัฒนาการของแบรนด์ Lexus มาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มรถยนต์นั่งสมรรถนะสูงที่สะท้อนถึงความหรูหราและความแม่นยำในการขับขี่ การเปิดตัว Lexus IS เจเนอเรชันใหม่ในปี 2016 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Lexus ในการพัฒนา Lexus IS 2016 ให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น โดยต่อยอดจากแนวคิดของ Lexus LF-CC คอนเซ็ปต์คาร์ที่เคยสร้างความฮือฮาเมื่อสามปีก่อน
Lexus IS 2016 ไม่เพียงแต่เป็นการปรับปรุงรูปลักษณ์ภายนอกให้ดูสปอร์ตและเร้าใจยิ่งขึ้น แต่ยังเป็นการยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้ตอบสนองความต้องการของตลาดกลุ่มพรีเมียมคอมแพ็กต์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ การออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก LF-CC สามารถสังเกตเห็นได้ชัดเจนในรายละเอียดต่างๆ ตั้งแต่กระจังหน้า Spindle Grille ที่เป็นเอกลักษณ์, ช่องรับอากาศขนาดใหญ่, เส้นสายด้านข้างที่เฉียบคม, ไปจนถึงดีไซน์ด้านท้ายที่ดูดุดัน สำหรับผมแล้ว การนำเสนอ DNA การออกแบบของ Lexus LF-CC มาสู่รถยนต์ที่พร้อมจำหน่ายจริงอย่าง Lexus IS 2016 ถือเป็นความสำเร็จที่น่าชื่นชม
เอกลักษณ์การออกแบบที่ผสมผสานความสปอร์ตและความสง่างาม
หัวใจสำคัญของการออกแบบ Lexus IS 2016 อยู่ที่การถ่ายทอดจิตวิญญาณของ Lexus LF-CC มาสู่รถยนต์ที่พร้อมใช้งานในชีวิตประจำวัน คุณ Takeshi Tanabe หัวหน้าทีมออกแบบของ Lexus เคยกล่าวไว้ว่า LF-CC คือ “ตัวแทนรถยนต์ยุคใหม่ของการออกแบบ” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของกระจังหน้า สัดส่วนของตัวรถ และรายละเอียดของเส้นสายต่างๆ ซึ่งใน Lexus IS 2016 เราได้เห็นการนำเอาองค์ประกอบเหล่านี้มาปรับใช้ให้มีความสมดุลกับรสนิยมของผู้บริโภคมากขึ้น
จุดเด่นที่สะดุดตาใน Lexus IS 2016 ประกอบด้วย:
กระจังหน้า Spindle Grille: รูปทรงที่ยังคงเอกลักษณ์ของ Lexus ไว้ แต่ได้รับการปรับแต่งให้มีความดุดันและสปอร์ตยิ่งขึ้น สร้างมิติและความน่าสนใจให้กับด้านหน้าของรถ
ไฟหน้า LED ทรงเรียว: การออกแบบไฟหน้าแบบ LED ที่มีเส้นสายเฉียบคม ช่วยเสริมบุคลิกที่ดูปราดเปรียวและล้ำสมัย
เส้นสายด้านข้าง: แนวเส้นที่ไหลลื่นต่อเนื่องตั้งแต่ด้านหน้าจรดด้านหลัง สร้างไดนามิกที่ดูเคลื่อนไหวอยู่เสมอ เสริมด้วยซุ้มล้อที่ดูบึกบึน
ดีไซน์ด้านท้าย: ไฟท้าย LED ที่ได้รับการออกแบบใหม่ พร้อมเส้นสายที่เชื่อมต่อกับแนวคิดการออกแบบโดยรวมของรถ ให้ความรู้สึกหรูหราและมั่นคง
แม้ว่า Lexus LF-CC จะมีรายละเอียดที่เน้นความประณีตพิถีพิถัน เช่น มือจับประตูโครเมียม หรือไฟหน้า LED ที่มีขนาดเล็ก แต่ใน Lexus IS 2016 ได้มีการปรับโทนให้มีความนุ่มนวลและเข้าถึงง่ายขึ้น เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการความสปอร์ตแต่ยังคงไว้ซึ่งความสง่างาม
ความเป็นไปได้ของตัวถังที่หลากหลายและตำแหน่งทางการตลาดที่น่าจับตามอง
Lexus IS 2016 เปิดตัวในรูปแบบของตัวถังคูเป้สี่ประตู (Four-door Coupe) ซึ่งให้ความรู้สึกสปอร์ตและคล่องแคล่ว แต่สิ่งที่ทำให้การเปิดตัวครั้งนี้น่าสนใจยิ่งขึ้นคือความเป็นไปได้ในการเพิ่มทางเลือกของตัวถังในอนาคต
ตัวถังซีดาน: ตามมาหลังจากเวอร์ชันคูเป้ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการความสะดวกสบายและพื้นที่ใช้สอยที่มากขึ้น
ตัวถังคาบริโอ (Cabriolet): มีความเป็นไปได้สูงที่จะมีการเปิดตัวเวอร์ชันเปิดประทุน เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับตลาดรถยนต์สปอร์ตหรู
การวางตำแหน่งทางการตลาด: มีแนวโน้มที่ Lexus อาจจะเดินตามรอย Audi A4 และ A5 โดยวางตำแหน่งตัวถังคูเป้และคาบริโอให้มีระดับที่สูงกว่ารุ่นซีดาน และอาจจะใช้ชื่อเรียกใหม่เพื่อสร้างความแตกต่างและเพิ่มความน่าสนใจ
การขยายไลน์อัพของ Lexus IS 2016 ให้ครอบคลุมรูปแบบตัวถังที่หลากหลายนี้ เป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดของ Lexus ในการเจาะตลาดกลุ่มพรีเมียมคอมแพ็กต์ที่มีการแข่งขันสูง และยังสะท้อนถึงความเข้าใจในความต้องการที่แตกต่างกันของลูกค้า
ขุมพลังที่พร้อมมอบประสบการณ์ขับขี่อันน่าประทับใจ
ในส่วนของขุมพลัง Lexus LF-CC เคยจัดแสดงมาพร้อมกับเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง ขนาด 2.5 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นเทคโนโลยีไฮบริดที่แสดงถึงวิสัยทัศน์ด้านความประหยัดและสมรรถนะ สำหรับ Lexus IS 2016 ในเวอร์ชันที่วางจำหน่ายจริง เราคาดหวังว่าจะมีทางเลือกของเครื่องยนต์ที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของลูกค้า
เครื่องยนต์เบนซิน: อาจมีตัวเลือกเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบที่ให้พละกำลังสูง ตอบสนองการขับขี่ที่เร้าใจ
ระบบไฮบริด: การนำเทคโนโลยีไฮบริดจาก LF-CC มาพัฒนาต่อยอด เพื่อมอบสมรรถนะที่เหนือกว่า ประหยัดน้ำมัน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
การเลือกใช้ชุดส่งกำลังที่เหมาะสมกับบุคลิกสปอร์ตของ Lexus IS 2016 เป็นสิ่งสำคัญยิ่ง และผมเชื่อมั่นว่า Lexus จะสามารถนำเสนอทางเลือกที่น่าประทับใจได้อย่างแน่นอน
Lexus LS: การปรับโฉมครั้งใหญ่ที่สะท้อนความมุ่งมั่นในตลาดรถยนต์ซีดานหรู
นอกเหนือจากการบุกตลาดรถยนต์พรีเมียมคอมแพ็กต์ด้วย Lexus IS 2016 แล้ว Lexus ยังได้แสดงความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องในกลุ่มรถยนต์ซีดานหรู โดยการปรับโฉม Lexus LS ครั้งใหญ่ ซึ่งคาดว่าจะพร้อมทำตลาดในญี่ปุ่นช่วงปลายปี 2020 และตามมาด้วยตลาดโลกในปี 2021
Lexus LS ถือเป็นรถยนต์รุ่นบุกเบิกของแบรนด์ Lexus ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 1989 โดยในยุคแรก Lexus ยังคงนำรถยนต์ของ Toyota ในตลาดญี่ปุ่น (JDM) มาปรับปรุงและวางจำหน่ายภายใต้แบรนด์ Lexus ซึ่งแนวคิดนี้ใช้มาถึงรุ่นที่ 4 ที่เปิดตัวในปี 2006 ก่อนที่ Lexus จะเริ่มพัฒนาออกแบบรถยนต์สำหรับแบรนด์ของตนเองอย่างแท้จริง
Lexus LS Minorchange 2021: รายละเอียดการปรับปรุงที่เน้นความทันสมัยและความหรูหรา
Lexus LS เจเนอเรชันที่ 5 เปิดตัวในปี 2017 ด้วยรหัสตัวถัง VXFA55 และการปรับโฉม Minorchange ในรุ่นปี 2021 นี้ แม้จะยังคง Theme หลักของการออกแบบภายใต้แนวคิด L-Finesse ไว้ แต่ก็มีการปรับปรุงรายละเอียดที่สำคัญหลายประการ:
กระจังหน้า Spindle Grille: แม้รูปทรงและลวดลายซี่กระจังจะยังคงเดิม แต่ได้มีการปรับเปลี่ยนเป็นสี Metallic เข้ม เพื่อเพิ่มมิติและความน่าสนใจ
ไฟหน้า LED: เปลี่ยนชุดไฟหน้าใหม่ทั้งหมด โดยภายในประกอบด้วยไฟหน้า 3 ดวง พร้อม Daytime Running Light (DRL) รูปทรงตัว L ที่ดูเฉียบคมและเป็นเอกลักษณ์
ไฟท้าย LED: มีการจัดเรียงรูปแบบของไฟท้าย LED ใหม่ พร้อมแถบโครเมียมที่เปลี่ยนเป็นสี Dark Metallic เพื่อลดการสะท้อนแสงในเวลากลางวัน
หน้าจอ Infotainment: เป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดในห้องโดยสาร โดยหน้าจอตรงกลางคอนโซลที่เคยฝังอยู่ ได้รับการยกออกมาติดตั้งภายนอกและเพิ่มขนาดให้ใหญ่ขึ้นเป็น 12.3 นิ้ว เพื่อความสะดวกในการใช้งาน
การตกแต่งภายใน: แนวคิดการออกแบบและตกแต่งภายใต้ชื่อ “Nishijin & Haku” ผสมผสานวัสดุธรรมชาติและโลหะเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างความรู้สึกหรูหราและสบายสูงสุด
ระบบช่วงล่างและขุมพลังที่ได้รับการพัฒนา
ระบบ AVS (Adaptive Variable Suspension): ได้รับการอัปเกรดด้วยโซลินอยด์ตัวใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซับแรงกระแทกจากพื้นผิวถนน และปรับเปลี่ยนค่าสปริงช่วงล่างให้เข้ากับยางแบบ Run-flat และเหล็กกันโคลงที่มีความแข็งแกร่ง
เครื่องยนต์ LS500: ยังคงใช้เครื่องยนต์ V6 Twin-Turbo รหัส V35A-FTS ขนาด 3,400 ซีซี ให้กำลัง 415 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 61.1 กก.-ม.
ระบบไฮบริด LS500h: ใช้เครื่องยนต์ V6 ขนาด 3,500 ซีซี ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวม 354 แรงม้า
ทั้งสองรุ่นส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ การปรับปรุงเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า Lexus ไม่ได้มองข้ามรายละเอียดใดๆ ในการยกระดับประสบการณ์การขับขี่ของ Lexus LS Minorchange
Lexus LFA: สู่ยุคใหม่ของซูเปอร์คาร์ ด้วยขุมพลัง 800 แรงม้า
นอกเหนือจากรถยนต์รุ่นที่วางจำหน่ายทั่วไปแล้ว Lexus ยังคงมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการพัฒนายานยนต์สมรรถนะสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับซูเปอร์คาร์ระดับตำนานอย่าง Lexus LFA
มีการประกาศอย่างเป็นทางการถึงการพัฒนา LFA รุ่นต่อไปที่จะมีพละกำลังสูงสุดถึง 800 แรงม้า ซึ่งคาดว่าจะเป็นความร่วมมือระหว่าง Toyota และ BMW ในการพัฒนาระบบขับเคลื่อนใหม่
โครงสร้างน้ำหนักเบา: เน้นการใช้อลูมิเนียมและคาร์บอนไฟเบอร์ เพื่อลดน้ำหนักของตัวรถให้มากที่สุด
เครื่องยนต์ V8 3.7 ลิตร Plug-in Hybrid: ข่าวลือจากแหล่งข่าวระบุว่า LFA รุ่นใหม่จะใช้เครื่องยนต์เบนซิน V8 ขนาด 3.7 ลิตร ทำงานร่วมกับระบบ Plug-in Hybrid ให้กำลังรวมประมาณ 800 แรงม้า
เพิ่มสมรรถนะ: พละกำลังที่เพิ่มขึ้นถึง 247 แรงม้า เมื่อเทียบกับ LFA รุ่นก่อนหน้า
Lexus มีแผนจะเปิดตัว LFA รุ่นใหม่นี้ในช่วงปี 2020 เพื่อต้อนรับมหกรรมกีฬาโอลิมปิกที่โตเกียว การพัฒนา LFA นี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพทางวิศวกรรมของ Lexus ในการสร้างสรรค์ยนตรกรรมซูเปอร์คาร์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ
Lexus NX 2015: การเปิดตัว SUV ขนาดเล็กที่พลิกโฉมวงการ
ในปี 2015 Lexus ได้สร้างความฮือฮาอีกครั้งด้วยการเปิดตัว Lexus NX ซึ่งเป็นรถยนต์ SUV ครอสโอเวอร์ขนาดเล็กที่มาพร้อมดีไซน์โฉบเฉี่ยวและเทคโนโลยีล้ำสมัย การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นการขยายไลน์อัพผลิตภัณฑ์ของ Lexus เพื่อเจาะตลาดกลุ่มลูกค้าที่กำลังมองหารถยนต์อเนกประสงค์ขนาดกะทัดรัดแต่ยังคงไว้ซึ่งความหรูหรา
ดีไซน์ภายนอก: ได้รับแรงบันดาลใจจาก Lexus LF-NX Concept โดยมีกระจังหน้า Spindle Grille ขนาดใหญ่, ไฟหน้า LED ทรงแหลม, เส้นสายด้านข้างที่คมชัด, และไฟท้ายรูปตัว L ดีไซน์โดดเด่น
เครื่องยนต์: มีให้เลือก 3 รุ่น ได้แก่ NX200t (2.0 ลิตร เทอร์โบ), NX200 (2.0 ลิตร เบนซิน), และ NX300h (ไฮบริด)
เทคโนโลยีความปลอดภัย: อัดแน่นด้วยระบบความปลอดภัยครบครัน เช่น ระบบตรวจจับในจุดบอด, ระบบตรวจจับสิ่งกีดขวาง, และ G-Sensor
Lexus NX 2015 เป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า Lexus พร้อมที่จะปรับตัวและนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดโลก
Lexus LC 500h: การผสมผสานความงามสง่าและเทคโนโลยีไฮบริดขั้นสูง
Lexus LC 500 ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ ได้รับการชื่นชมในด้านดีไซน์ที่งดงามราวกับงานศิลปะ ล่าสุด Lexus ได้ต่อยอดความสำเร็จนี้ด้วยการเปิดตัวรุ่นไฮบริด Lexus LC 500h ซึ่งยังคงรูปลักษณ์ภายนอกที่สง่างามไว้เช่นเดิม โดยมีการเพิ่มสัญลักษณ์ “Hybrid” เพื่อบ่งบอกถึงความแตกต่าง
Lexus Multi Stage Hybrid System: เทคโนโลยีไฮบริดเจนเนอเรชั่นใหม่ที่ Lexus ระบุว่า “ให้สุนทรียภาพแห่งการขับขี่เหนือระดับ สมรรถนะที่เหนือชั้นและความประหยัดที่เหนือกว่า”
ขุมพลัง: คาดว่าจะใช้เครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.5 ลิตร พ่วงด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวมสูงสุด 470 แรงม้า
เทคโนโลยีไฮบริดใหม่นี้ คาดว่าจะถูกนำไปใช้ใน Lexus LS เจเนอเรชันใหม่ด้วยเช่นกัน แสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญของ Lexus กับระบบขับเคลื่อนทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
สรุป: วิสัยทัศน์แห่งอนาคตของ Lexus
ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา Lexus ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนายานยนต์ที่ผสมผสานระหว่างสมรรถนะ ความหรูหรา และนวัตกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน Lexus IS 2016 ที่เป็นการก้าวกระโดดสำคัญในกลุ่มรถยนต์พรีเมียมคอมแพ็กต์ การปรับโฉม Lexus LS และการพัฒนา Lexus LFA สู่ขีดสุดของซูเปอร์คาร์ ล้วนสะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของแบรนด์
สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ที่ตอบโจทย์ทั้งสมรรถนะ การออกแบบที่ล้ำสมัย และเทคโนโลยีที่เหนือชั้น Lexus IS 2016 และรุ่นอื่นๆ ที่กำลังจะตามมา คือคำตอบที่คุ้มค่าแก่การพิจารณา
หากคุณสนใจสัมผัสประสบการณ์การขับขี่อันเป็นเอกลักษณ์ของ Lexus สามารถติดต่อตัวแทนจำหน่าย Lexus ใกล้บ้านท่านเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมและทำการทดลองขับได้แล้ววันนี้ เพื่อก้าวสู่ประสบการณ์ยานยนต์เหนือระดับที่ไม่เหมือนใคร