
เบนท์ลีย์ มูลินเนอร์: 1,000 โครงการงานฝีมือที่เหนือจินตนาการ ยกระดับยนตรกรรมหรูสู่ประสบการณ์เฉพาะบุคคล
ในฐานะผู้ที่คร่ำหวอดในวงการยานยนต์หรูมานานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงมากมายในอุตสาหกรรมนี้ แต่สิ่งที่ยังคงยืนหยัดและทรงคุณค่าเหนือกาลเวลา คือศิลปะแห่งการรังสรรค์ยนตรกรรมให้เป็นมากกว่าเพียงยานพาหนะ แต่คือผลงานศิลปะที่สะท้อนตัวตนและไลฟ์สไตล์ของผู้ครอบครอง การเดินทางของ Bentley Mulliner ในการสร้างสรรค์ผลงานออกแบบพิเศษ 1,000 ชิ้น นับเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นอันไม่ย่อท้อในการส่งมอบประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมายให้กับลูกค้าทั่วโลก
จุดเริ่มต้นของตำนาน: การตอบสนองความต้องการแห่งยุคสมัย
ย้อนกลับไปในปี 2557 Bentley Mulliner ได้ตระหนักถึงความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นของลูกค้าที่ปรารถนาในยนตรกรรมที่มีความเฉพาะตัวอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่การเลือกสีหรือวัสดุ แต่คือการรังสรรค์ทุกรายละเอียดให้สะท้อนความเป็นเจ้าของได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยวิสัยทัศน์อันเฉียบคมนี้เองที่ทำให้ Bentley Mulliner ตัดสินใจจัดตั้งทีมงานเฉพาะกิจขึ้นมา โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการเป็นศูนย์กลางแห่งการออกแบบและสร้างสรรค์ยนตรกรรมสั่งทำพิเศษ (bespoke automotive design) ซึ่งในปี 2566 ที่ผ่านมา สถิติอันน่าภาคภูมิใจได้ถูกบันทึกไว้ด้วยจำนวนผลงานออกแบบพิเศษครบ 1,000 ชิ้นงานนับตั้งแต่ก่อตั้งแผนก
ชิ้นงานที่ 1,000: บทพิสูจน์แห่งความพิถีพิถันและความเข้าใจในทุกอณู
ผลงานการออกแบบเฉพาะตัวชิ้นที่ 1,000 นี้ เป็นของลูกค้าชาวยุโรปผู้ทรงเกียรติ ซึ่งได้มอบโจทย์ที่ท้าทายแต่เต็มไปด้วยโอกาสในการแสดงศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดของ Mulliner การรังสรรค์นี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงรูปลักษณ์ภายนอก แต่ลึกซึ้งถึงรายละเอียดภายในที่บ่งบอกถึงรสนิยมและบุคลิกภาพ คุณสมบัติแรกที่ลูกค้าต้องการคือการนำ Olive Ash veneer ไม้วีเนียร์ชั้นเลิศที่เคยประดับประดาอยู่ใน Bentley Mulsanne Limousine อันทรงเกียรติ มาใช้ในการตกแต่งภายในของ Bentayga เอสยูวีหรูที่ผสานความอลังการและความคล่องตัวได้อย่างลงตัว การเลือกใช้ Olive Ash veneer ไม่ใช่เพียงการใช้วัสดุชั้นสูง แต่เป็นการนำเอาประวัติศาสตร์และความสง่างามอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์มาสู่ยนตรกรรมรุ่นใหม่ สะท้อนถึงการเชื่อมโยงอดีต ปัจจุบัน และอนาคต
คุณสมบัติที่สองคือการเพิ่มมิติและความคมชัดให้กับการตกแต่งภายในด้วยการปักเย็บแบบตะเข็บคู่ (double stitching) โดยใช้สีที่ตัดกันอย่างลงตัวบริเวณส่วนบนของเบาะโดยสารและขอบประตู การเลือกใช้สีที่ตัดกันนี้ไม่ใช่เพียงเพื่อความสวยงาม แต่เป็นการเน้นย้ำเส้นสายและรูปทรงของการออกแบบภายใน สร้างความรู้สึกหรูหราแต่แฝงด้วยความสปอร์ต อันเป็นเอกลักษณ์ของ Bentley Mulliner bespoke interior design
วิวัฒนาการแห่งความประณีต: จาก Serenity สู่ความพิเศษที่ไม่มีที่สิ้นสุด
เจ็ดปีที่ผ่านมา คือการเดินทางอันน่าทึ่งของ Bentley Mulliner นับตั้งแต่โปรเจกต์แรกอันเป็นตำนาน คือการออกแบบ Flying Spur Serenity รุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น จำนวน 15 คัน โปรเจกต์นี้มุ่งเน้นไปที่การยกระดับความสะดวกสบายของห้องโดยสารให้ถึงขีดสุด เบาะโดยสารและพนักพิงศีรษะได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด พร้อมกับการนำการปักเย็บแบบเพชร (diamond quilting) อันเป็นเอกลักษณ์มาใช้ตกแต่งตลอดห้องโดยสาร เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งความพิเศษและความเป็นส่วนตัวอย่างแท้จริง หนังคุณภาพสูงที่มีพื้นผิวอันเป็นเอกลักษณ์นี้ ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการออกแบบรูปทรงเพชรที่ใช้ตกแต่งใน Continental GT Mulliner ในปัจจุบัน สะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลของการออกแบบที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น
เฉลิมฉลอง 1,000 โครงการ: หลากสไตล์ หลายรุ่น สู่ความเป็นหนึ่งเดียว
เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์นี้ ทีมงานออกแบบ Mulliner ได้เปิดเผยโครงการที่สร้างความประทับใจตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมา ผลงานของพวกเขาครอบคลุมทุกรุ่นของ Bentley ในช่วงเวลานั้น ไม่ว่าจะเป็น Continental ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องบินเจ็ตที่แฝงไว้ด้วยความปราดเปรียวและความเร็ว หรือ Mulsanne ที่มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ V8 ขนาด 6¾ ลิตร อันทรงพลังและสง่างาม หรือแม้แต่ Bentayga ที่มีการตกแต่งภายในที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงระหว่างฝั่งคนขับและผู้โดยสาร เพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะตัวของลูกค้าแต่ละท่าน
Bentley Mulliner bespoke automotive design ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการตกแต่งภายใน แต่ยังรวมถึงโครงการที่มีความหลากหลายอย่างน่าทึ่ง ตั้งแต่กาบบันได (sill plates) ที่ปรับแต่งเฉพาะตัวไปจนถึงโปรเจกต์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น เช่น Bentley Mulliner Bacalar รถสปอร์ตเปิดประทุนสุดพิเศษที่ผลิตขึ้นเพียง 12 คันทั่วโลก รวมถึงการออกแบบสำหรับแต่ละภูมิภาคและระดับโลก รุ่นที่ผลิตจำนวนจำกัด และแม้กระทั่งการออกแบบรถแข่ง (motorsport design) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับตัวของทีมงาน
ทีมงานผู้สร้างสรรค์: การผสมผสานระหว่างศิลปะและเทคโนโลยี
เบื้องหลังความสำเร็จอันน่าทึ่งนี้ คือทีมผู้เชี่ยวชาญที่ประกอบด้วยนักออกแบบ (designers) และศิลปินดิจิทัล (digital artists) จาก Bentley Motors พวกเขาผสานศาสตร์แห่งการออกแบบที่ไร้ที่ติเข้ากับเทคโนโลยีการสร้างภาพจำลองเสมือนจริง (photorealistic visualization) ช่วยให้ลูกค้าสามารถมองเห็นภาพผลงานการออกแบบของตนเองก่อนที่จะตัดสินใจสั่งซื้อ ทีมงาน Bentley Mulliner คือทีมเดียวที่รับผิดชอบผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นที่ออกแบบโดย Mulliner ตลอดระยะเวลาเจ็ดปีที่ผ่านมา ซึ่งช่วยให้การผสาน DNA การออกแบบของ Bentley เข้ากับผลิตภัณฑ์ Mulliner เป็นไปอย่างลงตัวและสมบูรณ์แบบ ในขณะเดียวกันก็ยังคงเพิ่มทางเลือกและอิสระให้กับลูกค้าได้อย่างมหาศาล
ปัจจุบัน การออกแบบตามความต้องการของลูกค้าโดย Mulliner นั้น ถูกจำกัดด้วยสองปัจจัยหลักเท่านั้น คือจินตนาการอันไร้ขอบเขตและความถูกต้องตามกฎหมาย (legal restrictions) ซึ่งเป็นขอบเขตที่กว้างใหญ่พอที่จะตอบสนองทุกความปรารถนา
Mulliner’s Personal Commissioning: ยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า
การออกแบบเฉพาะตัวของ Mulliner เป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ในการสร้างสรรค์ผลงานของ Bentley Mulliner ทีมงานทำงานอย่างใกล้ชิดกับทั้งสามแผนกของแผนกออกแบบพิเศษ (Special Projects division) เพื่อนำเสนอประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า ยกตัวอย่างเช่น ในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทีมงานได้นำลูกค้า Bentley Mulliner Bacalar กว่า 12 ท่าน ชมตัวเลือกการออกแบบผ่านระบบ Zoom สร้างสรรค์แบบ Mulliner สำหรับรุ่น Continental GT Coupe และ Convertible และได้เปิดตัว Mulliner Personal Commissioning Guide ซึ่งเป็นคู่มือที่ลูกค้า Bentley ทุกท่านสามารถใช้เป็นแนวทางในการเพิ่มรายละเอียดเฉพาะตัวให้กับยนตรกรรม Bentley ของพวกเขา การมีส่วนร่วมของลูกค้าในทุกขั้นตอนของแผนก Mulliner ตั้งแต่การออกแบบแบบคลาสสิกไปจนถึงการสร้างตัวถัง (coachbuilding) และคอลเลกชันพิเศษ (collections) ทำให้ทีมออกแบบสามารถส่งมอบประสบการณ์ Mulliner ที่ทันสมัยและตอบโจทย์ยุคสมัยได้อย่างแท้จริง
อิสระในการสร้างสรรค์: นวัตกรรมที่เหนือกว่าสายการผลิต
ลักษณะงานที่มีปริมาณจำกัดของ Mulliner ยังนำมาซึ่งอิสระในการสร้างสรรค์ให้กับทีมออกแบบอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน พวกเขาทำงานอย่างใกล้ชิดกับส่วนงานอื่นของฝ่ายออกแบบ Bentley เพื่อพัฒนาไอเดียและกรอบความคิดใหม่ๆ ที่ไม่สามารถทำได้ในสายการผลิตมาตรฐานของ Bentley ยกตัวอย่างสำคัญของนวัตกรรมนี้คือ Mulliner Stone Veneer ชุดไม้วีเนียร์หินที่ผลิตขึ้นเป็นจำนวนจำกัด เนื่องจากกระบวนการผลิตที่ซับซ้อนและยากเป็นพิเศษ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการขึ้นรูปและตกแต่งแผ่นหินที่มีความหนาน้อยกว่าหนึ่งมิลลิเมตร ให้มีรูปลักษณ์ที่สวยงามและทนทาน
พอล วิลเลียมส์: วิสัยทัศน์แห่งมูลินเนอร์
พอล วิลเลียมส์ ผู้อำนวยการฝ่าย Mulliner และ Motorsport กล่าวว่า “ตั้งแต่ปี 2557 ทีมงานนักออกแบบ Mulliner ของเรามีงานออกแบบพิเศษจากลูกค้าเฉลี่ย 3 ชิ้นงานต่อสัปดาห์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่างานออกแบบพิเศษของ Bentley กำลังได้รับความนิยมมากเพียงใด ทีมงานที่นำโดย ฟิล ดีน ผู้จัดการฝ่ายออกแบบ ได้ดำเนินการในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การตกแต่งภายในของ Continental GT3 ไปจนถึงข้อมูลจำเพาะและรายละเอียดของยนตรกรรม 12 คันของรุ่น Blower Continuation Series สิ่งเดียวที่การออกแบบเหล่านี้มีเหมือนกันคือการออกแบบพิเศษสำหรับลูกค้าแต่ละราย นอกจากนั้น แต่ละแบบยังมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มาตรฐานการผลิตของ Bentley ได้ถูกถ่ายทอดโดยทีมงานผ่านการใช้ Mulliner Visualiser ซึ่งช่วยให้ลูกค้าสามารถเลือกสีและข้อกำหนดเฉพาะของรถด้วยการแสดงภาพที่สมจริงแบบเรียลไทม์ของผลงาน ปัจจุบัน การร่วมสร้างสรรค์กับนักออกแบบ Mulliner ของเราพร้อมให้บริการแก่ทุกท่านแล้ว”
ความหลากหลายอันน่าอัศจรรย์: ขยายขอบเขตแห่งความเป็นไปได้
งานออกแบบพิเศษสำหรับลูกค้าได้รวมถึงไม้วีเนียร์ที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งบางส่วนรวมถึงงานฉลุ (intricate marquetry) ที่สั่งทำพิเศษ และการผสมผสานสีบนผืนหนัง (leather colorways) ที่งดงามสะดุดตา พร้อมกับการแบ่งเฉดสีที่ออกแบบเฉพาะตัว (bespoke color splits) การเย็บปักที่ออกแบบได้เอง (custom embroidery) สำหรับงานออกแบบเฉพาะตัวที่หลากหลาย เช่นเดียวกับกาบบันได (sill plates) และไฟต้อนรับ (welcome lights) ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ วัสดุต่างๆ ที่ได้รับการคัดสรรมีความพิเศษอย่างยิ่ง ได้แก่ การออกแบบลวดลายขนสัตว์แบบเฉพาะตัว (unique wool patterns) การใช้ไม้วีเนียร์อัดหินแทนไม้ (stone veneer inlay) และแม้แต่การรวบรวมสิ่งประดิษฐ์ชิ้นเล็กจากอดีตของ Bentley (Bentley heritage artifacts)
รุ่นพิเศษ สู่ประสบการณ์ระดับโลก
การออกแบบเฉพาะตัวถูกสร้างสรรค์ขึ้นเป็นซีรีส์ของรถแต่ละรุ่น ซึ่งมักจะถูกครอบครองโดยลูกค้าที่โชคดีเพียงไม่กี่คน ซีรีส์ของ Bentley เจ็ดคันที่เฉลิมฉลองให้กับทีมนักบิน Breitling Jets อันมีชื่อเสียง ได้จับคู่สีของรถกับเครื่องบินที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับพวกเขา ด้วยเฉดสีดำ สีเงิน และสีเหลือง รุ่นพิเศษสำหรับแต่ละภูมิภาค (regional editions) ออกแบบโดยตัวแทนจำหน่ายหรือลูกค้า หรือเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จของ Bentley เช่นเดียวกับ Continental GT Pikes Peak ที่ผลิตขึ้นในปี 2562 เพื่อเฉลิมฉลองสถิติของ Bentley ที่ Pikes Peak International Hillclimb
ทักษะที่ไร้ขีดจำกัด: จากการออกแบบภายใน สู่ประติมากรรม
ทักษะของทีมงานออกแบบ Mulliner ได้พัฒนาไปไกลกว่าแค่การออกแบบตัวรถ ตั้งแต่เนื้อหาภายใน ไปจนถึงแบบจำลองขนาด (scale models) และงานประติมากรรมที่มีธีมการออกแบบ ทีมงานจึงมีส่วนสำคัญในการสร้างสรรค์ Bentayga Picnic Hamper กระเช้าปิกนิกสำหรับ Bentayga อันวิจิตรงดงาม พร้อมด้วยตู้เย็น (refrigeration) ช้อนส้อมจีนชั้นดีสั่งทำพิเศษ (bespoke fine bone china cutlery) ถ้วยชาม (crockery) แก้วคริสตัล (crystal glassware) และพื้นที่เก็บของ (storage) เพื่อความสะดวกสบายสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง กระเช้าสามารถถอดออกและใช้เป็นที่นั่งได้ ลูกค้าของรุ่น Blower Continuation Series และ Bentley Mulliner Bacalar ยังได้รับ “speedforms” ที่ออกแบบพิเศษล่วงหน้าก่อนที่จะรับมอบยนตรกรรมพร้อมกับการออกแบบพิเศษ ซึ่งแต่ละคันจะถูกรังสรรค์ขึ้นโดย Mulliner เพื่อความโดดเด่นในแบบเฉพาะตัว
Bentley Mulliner ได้รังสรรค์ยนตรกรรมครอบคลุมทั้ง 3 แผนก (divisions) และคู่มือแนะนำการออกแบบเฉพาะตัวที่เพิ่มความหลากหลายให้กับลูกค้าในการรังสรรค์ยนตรกรรม Bentley โดยทีมออกแบบ Mulliner จะต้องเตรียมความพร้อมสำหรับโปรเจกต์อีกมากมายในอนาคตอันใกล้นี้
Continental GT: 20 ปี แห่งตำนานสปอร์ตคูเป้ สู่ยุคใหม่แห่งการออกแบบเฉพาะบุคคล
การเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปีของ Continental GT โดย Bentley Motors ถือเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ที่น่าจับตามอง การจัดแสดงยนตรกรรมสปอร์ตคูเป้และกิจกรรมทดลองขับเป็นเวลา 4 เดือน เริ่มต้นที่งาน Shanghai Auto Show ณ นครเซี่ยงไฮ้ พร้อมกับการเปิดตัว Continental GTS รุ่นพิเศษ หนึ่งเดียวในโลก สำหรับ Continental GTS คือยนตรกรรมสปอร์ตคูเป้ที่มาพร้อมกับการตกแต่งแบบสปอร์ตที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษโดย Bentley Mulliner ผนวกกับความโดดเด่นด้วยคุณลักษณะพิเศษมากมาย อาทิ ตราสัญลักษณ์ฉลองครบรอบ (anniversary badging) และการออกแบบลวดลายที่สื่อถึง 20 ปีแห่งยนตรกรรมสปอร์ตคูเป้ที่ได้นิยามยุคใหม่ของ Bentley Motors
Continental GTS: นิยามใหม่แห่งสุนทรียะและความพิเศษ
การตกแต่งภายนอกของ Continental GTS รุ่นพิเศษ รังสรรค์ขึ้นในเฉดสี Onyx Black metallic สีเทาเข้มเมทัลลิกที่ดูดุดันและโดดเด่น เสริมด้วยโครเมียมเฉดสีดำ (black chrome accents) และล้ออัลลอยด์แบบสปอร์ต 10 ก้านเฉดสีดำขนาด 22 นิ้ว (22-inch gloss black alloy wheels) เติมเต็มความสปอร์ตด้วยคาลิเปอร์เบรกสีแดง (red brake calipers) สำหรับการตกแต่งภายในมีการใช้ธีมสีดำและแดง (black and red theme) พร้อมการตกแต่งแบบดูโอโทน (duo-tone finish) ด้วยหนังเฉดสีดำ Beluga และเฉดสีแดง Hotspur และการตกแต่งด้วยไม้วีเนียร์แบบ Piano Black อันเงางาม
รายละเอียดภายในที่เหนือระดับ: การผสมผสานศิลปะและเทคโนโลยี
การตกแต่งภายในแบบสั่งทำพิเศษ (bespoke interior) มาพร้อมกับโทนสีจาก Bentley Mulliner อันเป็นเอกลักษณ์บนแผงหน้าปัด (dashboard) และรอบห้องโดยสารที่เคลือบผิวแบบทูโทน (two-tone finish) และรายละเอียดที่สั่งทำพิเศษบริเวณคอนโซลกลาง (center console) และกาบบันได (sill plates)
แผ่นไม้วีเนียร์แบบทูโทนแถบบนรังสรรค์จาก Granite Stone มอบผิวสัมผัสที่ไม่เหมือนใคร ในขณะที่แผ่นไม้วีเนียร์แถบล่างรังสรรค์เป็นเฉดสีดำ Grand Black พร้อมตัวอักษร “20 YEARS OF THE CONTINENTAL GT” สลักด้วยเลเซอร์ (laser-etched lettering) และแถบสีแดงคาดเป็นแนวนอนพาดผ่านคอนโซลกลางจากประตูหนึ่งสู่อีกประตูหนึ่งผ่านแถบบนของช่องแอร์ (air vents) เพื่อแยกพื้นผิวทั้งสองส่วนออกจากกันอย่างลงตัว
กาบบันไดออกแบบพิเศษฉลอง 20 ปีแห่งยนตรกรรมสปอร์ตคูเป้ด้วยรูปล้ออัลลอยด์ของ Continental GT เจเนอเรชั่นที่ 1 และ เจเนอเรชั่นที่ 3 เช่นเดียวกับรูปสัดส่วนของตัวรถ Continental GT เจเนอเรชั่นที่ 1 และ เจเนอเรชั่นที่ 3 บริเวณคอนโซลกลาง และไฟต้อนรับแบบ LED ดีไซน์เฉพาะตัว (bespoke LED welcome lamps) เพื่อเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษนี้
20 ปี Continental GT: ยนตรกรรมสปอร์ตคูเป้แห่งยุค
Continental GT ยนตรกรรมสปอร์ตคูเป้ ได้เปิดตัวในปี 2546 ในฐานะยนตรกรรมโฉมใหม่ล่าสุดรุ่นแรกในยุคใหม่ของ Bentley ซึ่งเป็นยนตรกรรมขับเคลื่อนสี่ล้อ (all-wheel drive) และเป็นรุ่นแรกที่มาพร้อมกับนวัตกรรมเครื่องยนต์รุ่น W12 ยนตรกรรมสปอร์ตคูเป้รุ่นนี้ได้ช่วยขับเคลื่อน Bentley Motors สู่แบรนด์ผู้ผลิตยนตรกรรมที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของโลกในปัจจุบัน
ในช่วงเวลาของการเปิดตัวในปี 2546 Continental GT ได้นำเสนอการผสมผสานอันเป็นเอกลักษณ์ระหว่างการออกแบบที่น่าทึ่งเข้ากับสมรรถนะระดับซูเปอร์คาร์ (supercar performance) และงานฝีมืออันประณีต (exquisite craftsmanship) ได้รับการยกย่องว่าเป็นรถยนต์สปอร์ตคูเป้แบบสี่ที่นั่งที่เร็วที่สุดในโลก ด้วยความเร็วสูงสุดมากกว่า 190 ไมล์ต่อชั่วโมง (300 กม./ชม.) และทำเวลา 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมงภายใน 4.7 วินาที (0-100 กม./ชม. ใน 4.8 วินาที) และด้วยการที่ไม่มีคู่แข่งในระดับเดียวกันเทียบได้ ณ ขณะนั้น ทำให้ Continental GT ได้กลายเป็นที่พูดถึงไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว และได้เจาะกลุ่มตลาดใหม่ (new market segment)
สำหรับในปัจจุบัน เจเนอเรชั่นที่ 3 ของ Continental GT และ Continental GTC ยังคงคว้ารางวัลและคำชมเชยอย่างต่อเนื่อง ในปี 2565 Continental GT Speed คว้ารางวัลอันทรงเกียรติจาก Robb Report Car of the Year และ Continental GT V8 S ได้ประสบความสำเร็จในการคว้ารางวัล Car of the Year ประจำปี 2566 นอกจากนี้ Continental GT ยังคว้ารางวัลอย่างต่อเนื่องจากงาน Auto Motor und Sport ในเดือนกุมภาพันธ์ 2566 ในสาขารถยนต์นำเข้าระดับหรู (luxury import cars) เป็นปีที่สองติดต่อกัน จากการสำรวจความคิดเห็นของผู้อ่านนิตยสาร Auto Motor und Sport มากกว่า 101,000 คน
สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ Continental GT: ย้อนรอยประวัติศาสตร์
Bentley Motors มอบโอกาสในการทดลองขับ Continental GT เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปี ณ สำนักงานใหญ่ เมืองครูว์ (Crewe) และอีกหนึ่งแห่งในนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยมี Continental GT เจเนอเรชั่นที่ 1 และ 2 จาก Bentley Heritage Collection พร้อมให้ทดลองขับร่วมกับ Continental GT โฉมใหม่ ซึ่งได้ทำให้การออกแบบและวิวัฒนาการทางด้านวิศวกรรมตลอดระยะเวลา 20 ปีมีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง
ครบรอบแห่งสุดยอดการออกแบบและขุมพลัง: W12 สู่ยุคใหม่แห่งพลังงาน
โอกาสครบรอบ 20 ปีของ Continental GT ยังถือเป็นการครบรอบ 20 ปีของเครื่องยนต์รุ่น W12 เทอร์โบคู่ขนาด 6.0 ลิตร อันทรงพลังของ Bentley ซึ่งขับเคลื่อน Bentley ให้เป็นแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จมาตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมา และด้วยการประกาศสิ้นสุดการผลิตเครื่องยนต์รุ่น W12 ในเดือนเมษายน 2567 ทำให้ Bentley Motors เหลือเวลาสำหรับการผลิตเครื่องยนต์รุ่น W12 อีกเพียง 12 เดือนเท่านั้น ก่อนที่จะเปิดทางให้กับอนาคตแห่งยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้า (electric vehicles – EVs)
โอกาสครั้งสำคัญนี้จะได้รับการเฉลิมฉลอง ณ งาน Goodwood Festival of Speed ในวันที่ 13-16 กรกฎาคมนี้ ซึ่ง Bentley Motors จะร่วมจัดแสดงยนตรกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์รุ่น W12 ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา รวมถึง Bentley Batur รุ่นใหม่ที่รังสรรค์ขึ้นโดย Bentley Mulliner
ตำนานแห่งอัครยนตรกรรมสปอร์ตคูเป้ ณ งาน Monterey Car Week
Continental GT คันแรกที่ออกจากสายการผลิต ณ เมืองครูว์ในปี 2546 หมายเลขตัวถัง VIN 20001 ได้รับการตกแต่งด้วยเฉดสีเขียว Cypress Green ภายในบุด้วยหนังเฉดสีน้ำตาลและไม้วีเนียร์แบบ Burr Walnut ซึ่งจากวันนั้นถึงวันนี้ Continental GT คันแรกยังคงถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีเพื่อให้หวนระลึกถึงก้าวสำคัญของ Bentley Motors ในอดีต
สำหรับ งาน Monterey Car Week ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 11-18 สิงหาคม 2566 Bentley Motors ได้เตรียมเผยโฉมอัครยนตรกรรมสปอร์ตคูเป้ Continental GT รุ่นสุดท้ายคันเดียวในโลก (one-off model) ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Continental GT คันแรก VIN 20001 เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษนี้
โอกาสในการครอบครอง Bentley Continental GT V8
สำหรับ Bentley Continental GT V8 ทาง AASฯ เปิดรับคำสั่งจอง พร้อมมอบข้อเสนอที่ดีที่สุดในการครอบครองด้วยราคาเริ่มต้นที่ 19.4 ล้านบาท พร้อมกับการรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต (manufacturer’s warranty) นาน 3 ปี ตัวเลือกสำหรับแผนต่อระยะเวลาการรับประกันจากโรงงานผู้ผลิต (Bentley Extended Warranty) สูงสุด 4 ปี และ ผู้ช่วยฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง (24-hour roadside assistance) นาน 3 ปีเต็ม
บทสรุป: สู่ประสบการณ์ยนตรกรรมที่นิยามความเป็นคุณ
การเดินทางของ Bentley Mulliner ในการสร้างสรรค์ผลงานออกแบบพิเศษ 1,000 ชิ้นงาน ไม่ใช่เพียงตัวเลข แต่คือประจักษ์พยานแห่งความมุ่งมั่นในการส่งมอบยนตรกรรมที่เป็นมากกว่ายานพาหนะ แต่คือผลงานศิลปะที่สะท้อนตัวตนและไลฟ์สไตล์ของผู้ครอบครอง ตั้งแต่การรังสรรค์รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ไปจนถึงการออกแบบยนตรกรรมทั้งคัน Bentley Mulliner พร้อมที่จะนำพาคุณสู่ประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าคำนิยาม
หากคุณปรารถนาในยนตรกรรมที่ไม่เหมือนใคร หากคุณต้องการสะท้อนความเป็นตัวตนผ่านทุกรายละเอียดของรถยนต์ที่คุณครอบครอง อย่ารอช้า ติดต่อ Bentley Bangkok เพื่อเริ่มต้นการเดินทางสู่การสร้างสรรค์ Bentley ในแบบฉบับของคุณเองวันนี้ เพื่อให้ทุกการเดินทางของคุณเต็มไปด้วยความพิเศษและเอกลักษณ์ที่ไม่มีวันเหมือนใคร